ด.ช.วัย 13 เสียชีวิต หลังกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หมอตกใจผลชันสูตร

เกิดเหตุสะเทือนใจที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อเด็กชายวัย 13 ปีเสียชีวิต หลังจากกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดิบติดต่อกัน 3 ห่อภายในเวลาอันสั้น เพียงครึ่งชั่วโมงต่อมาก็มีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียน และเหงื่อออกมาก ครอบครัวรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงทั้งในครอบครัวและวงการแพทย์ตอนแรกตำรวจสงสัยเรื่องความปลอดภัยของอาหาร และได้สอบสวนร้านค้าที่จำหน่ายบะหมี่ แต่ผลตรวจทางห้องแล็บและการชันสูตรศพยืนยันว่า ไม่พบสารพิษหรือการปนเปื้อนใด ๆ สาเหตุแท้จริงเกิดจากการที่เด็กชายกินบะหมี่ดิบจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ จนทำให้เกิดการอุดตันเฉียบพลันในลำไส้และระบบย่อยอาหารล้มเหลวเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับอาหารแปรรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันฝรั่งทอด และขนมหวานที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคอ้วน และโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การกินบะหมี่ดิบมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเส้นบะหมี่ดูดซับน้ำมาก อาจทำให้ลำไส้อุดตันและร่างกายขาดน้ำ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้วงการแพทย์ยังกังวลว่าเรื่องนี้อาจเชื่อมโยงกับกระแส“กินบะหมี่ดิบ” (Eat Ramen Raw) บน TikTok ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น หลายคนกินบะหมี่ดิบเป็นขนมแล้วอัดคลิปเผยแพร่จนมีผู้ชมจำนวนมาก แต่กลับไม่ตระหนักถึงอันตรายที่แฝงอยู่แม้จะปรุงตามคำแนะนำแล้ว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ยังมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ งานวิจัยพบว่าหนึ่งห่อมีโซเดียมสูงถึง 1,330 มิลลิกรัม ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากได้รับมากเกินไปเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไตและโรคหัวใจงานวิจัยในเกาหลีใต้ยังพบว่า การกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความสัมพันธ์กับการเกิด กลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) ซึ่งรวมถึงความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ และไขมันในเลือดผิดปกติ อันเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ลอเรน บอลล์ จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ และ ดร.เอมิลี เบิร์ช จากมหาวิทยาลัยเซาเธิร์นครอส ก็ได้เขียนบทความใน The Conversation เตือนว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผลิตจากแป้งสาลีขัดสี ขาดใยอาหาร หากบริโภคเป็นหลักในระยะยาว อาจกระทบต่อการทำงานของลำไส้และสุขภาพระบบย่อยอาหารอย่างรุนแรงข้อมูลจาก CTWANT และ Daily Mail


Posted

in

by

Tags: