เลือกนายกฯใหม่ พรรคส้ม จับมือขั้วน้ำเงิน… วิน-วิน! ** ได้เวลา“นักร้อง”เคลื่อนไหว “ธนาธร-ทักษิณ-เพื่อไทย-อิ๊งค์” โดนรัวๆ

ข่าวปนคน คนปนข่าว++ เลือกนายกฯ ใหม่ พรรคส้ม จับมือขั้วน้ำเงิน… วิน-วิน!ขณะนี้ “ขั้วน้ำเงิน” พรรคภูมิใจไทย โดย “อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ กำลังแย่งชิงการจัดตั้งรัฐบาลกับ “ขั้วแดง” พรรคเพื่อไทย ที่มี “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยมี “พรรคส้ม” พรรคประชาชน เป็นตัวแปรพรรคส้มตั้งเงื่อนไขว่า จะช่วยโหวตนายกฯ โดยไม่เอาตำแหน่งรัฐมนตรี โหวตเสร็จจะกลับไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านตามเดิมขอแค่ นายกฯคนใหม่ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน , ระหว่างนั้นต้องจัดทำประชามติ เรื่องการแก้ไขรธน. เพื่อนำไปสู่การจัดทำ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ มีส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ขอแค่นี้พอทั้งขั้วแดง และขั้วน้ำเงิน ต่างรับเงื่อนไข ด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า “พรรคส้ม” จะเลือกไปยืนข้างไหน จะโหวตให้ “ชัยเกษม” หรือ “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32สภาพการณ์ในตอนนี้ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่บรรดา “ติ่งลุงตู่” พยายามสร้างข่าว สร้างกระแส ว่าจะกลับมาเป็นนายกฯอีกรอบหนึ่งนั้น ต้องหลุดจากสมการอำนาจตรงนี้ไปเลยเมื่อวานนี้ พรรคส้มได้เรียกประชุมส.ส. เพื่อมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ปรากฏว่า ยังมีความเห็นหลากหลาย มีทั้งไปทางขั้วแดง ไปทางขั้วน้ำเงิน และไม่เอาด้วยกับทั้งสองขั้ว วันนี้ (2 ก.ย.) จึงต้องมีการนัดประชุมกันอีกครั้งอันที่จริงก็มีกระแสข่าวออกมาแล้วว่า ให้ส.ส.มาแสดงความเห็นเท่านั้น ไม่ได้มาขอมติ เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ “แกนนำพรรค” จะเป็นคนตัดสินใจเองแม้ว่า ทางพรรคเพื่อไทยจะพยายามออกข่าวว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ได้มีการต่อสายถึง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หรือกระทั่ง “คุณหญิงอ้อ” พจมาน ดามาพงศ์ ต่อสายถึง “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” แม่ของธนาธร ขอเสียงสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลต่อไป เพื่อดึงกระแสไม่ให้เทไปทางขั้วน้ำเงินแต่นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า เกมนี้ ถ้า“พรรคส้ม” จับมือกับ “ขั้วน้ำเงิน” จะวิน-วิน ทั้งคู่เพราะชัดเจนว่า พรรคส้มตั้งเงื่อนไขให้รัฐบาลมีอายุแค่ 4 เดือน นั่นหมายถึง การมองข้ามช็อตไปหวังผลการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลบริหารจนครบวาระในช่วงเวลา 4 เดือนนี้ พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นรัฐบาลมีหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ ก็จะมีโอกาสได้เคลียร์ปัญหาที่ดินเขากระโดง เรื่องฮั้ว สว. ที่กำลังโดนบี้หนักในตอนนี้ ปัญหาเหล่านี้ก็จะเบาลงนอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย โดย“ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคฯ พยายามเสนอให้ยกเลิก “เอ็มโอยู 43-44” เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และปัญหาแหล่งก๊าซทางทะเล ที่ถูกอ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน ถ้าทำสำเร็จก็จะได้ใจกลุ่มทหาร สายอนุรักษ์นิยม กลุ่มคนไทยที่รักชาติ รักแผ่นดิน เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง กลุ่มนี้จะเทคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย แบบถล่มทลาย มากยิ่งกว่า“กระแสกัญชา”ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วขณะที่พรรคประชาชน นอกจากจะได้หยุดพัก หายใจหายคอ กับ “คดี44 สส. แก้ม.112” ที่ตอนนี้อยู่ในมือป.ป.ช. ถ้าไม่สามารถเป่าคดีให้หายไปได้ ขอแค่ “ดองเค็ม” ไว้ก็พอแล้วส่วนเรื่องการทำประชามติ เลือกตั้งส.ส.ร. เพื่อมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่… แม้การแก้รัฐธรรมนูญจะไม่สำเร็จภายใน 4 เดือน แต่การได้เริ่มต้นนับหนึ่งก็ถือว่า “โอเค” แล้วผลงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะเป็นที่พอใจของ“ด้อมส้ม” พอถึงเวลาเลือกตั้ง บรรดา“ติ่งสีแดง” ที่มีคำว่า “ประชาธิปไตย”อยู่ในสายเลือด รวมทั้งคนรุ่นใหม่ ก็จะเทใจให้กับพรรคส้มพรรคภูมิใจไทย ที่เน้นการเลือกตั้งแบบ “บ้านใหญ่” ก็จะกวาดคะแนนสายอนุรักษ์นิยม ส่วนพรรคส้ม ก็จะกวาดคะแนนจากคนรุ่นใหม่ รวมทั้ง “ติ่งสีแดง”ที่แปรพักตร์ ซึ่งจะเป็นการตัดกำลังคู่แข่งไปในตัวต้องติดตามว่า “พรรคส้ม” จะเลือกเส้นทางสายนี้หรือไม่การเลือกนายกฯ คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 4-5 ก.ย.นี้ หรืออาจจะรอดูศาลฎีกาฯ ตัดสินคดี “ทักษิณป่วยทิพย์” ในวันที่ 9 ก.ย.ก่อน ค่อยเลือกนายกฯในวันที่ 10 ก.ย.ก็เป็นได้…ลุ้นระทึก!!++ ได้เวลา“นักร้อง”เคลื่อนไหว "ธนาธร-ทักษิณ-เพื่อไทย-อิ๊งค์" โดนรัวๆไม่มีช่วงเวลาไหนจะเหมาะไปกว่านี้แล้ว สำหรับการเคลื่อนไหวเข้าหาแสงของบรรดานักร้องที่ไม่ใช่น้องรักตอนนี้การเมืองน้ำกำลังขุ่นคลั่ก การช่วงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งคณะรัฐบาล เป็นไปอย่างเข้มข้นระหว่างพรรคเพื่อไทยเสนอ “ชัยเกษม นิติสิริ” กับ พรรคภูมิใจไทยโดย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ใครจะเข้าวิน ใครจะแพ้พ่าย อีกไม่นานเราๆ ท่านๆ คงจะได้คำตอบ แต่ที่ไม่ต้องรอและดูเหมือนพร้อมทุกสถานการณ์ก็คือ นักร้อง “ตัวตึง” ที่เอ่ยชื่อมาคอการเมืองรู้จักกันเป็นอย่างดียกตัวอย่างเช่น “พี่ศรี” ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน เดินทางมายื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวนกรณี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ออกมายอมรับว่า ได้เจรจาพูดคุยกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาชน นั้น เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 28-29 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หรือไม่ ทั้งที่บุคคลทั้งสองมิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดเนื่องจาก “ธนาธร” ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.63 สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และห้ามมิให้ไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลฯ มีคำสั่งให้ยุบพรรคส่วน “ทักษิณ” ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาในข้อหาทุจริต หรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายรวมแล้วหลายคดี ต้องห้ามตามกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 24(2) และข้อบังคับพรรคเพื่อไทย“พี่ศรี” ขยายความว่า การที่บุคคลทั้งสอง เป็นผู้ซึ่งมิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน หรือพรรคเพื่อไทย แต่กลับดำเนินการพูดคุยเจรจากันเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ หรือมีพรรคประชาชนเข้าร่วมด้วย อันชี้ให้เห็นว่า เป็นการดำเนินการที่อาจเข้าข่ายกระทำการอันใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อม อันขัดต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 และหรือมาตรา 29 ได้ องค์กรรักชาติรักแผ่นดิน จึงนำความมาชี้เบาะแสให้นายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต. ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายในการไต่สวนสอบสวนและเสนอศาลลงโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายต่อไปคนต่อมา “นักร้องกราบเรียน” สนธิญา สวัสดี ก็ไปที่ กกต.เช่นเดียวกับ “พี่ศรี” โดยที่เรื่องที่ร้องเหมือนลอกการบ้านคลานตามกันมา“สนธิญา” ยื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้ติดตาม ตรวจสอบ ดำเนินคดีกับพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ที่ยอมให้ “ทักษิณ ชินวัตร” และ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค และเป็นนักโทษ รวมถึงเป็นผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ชี้นำครอบงำการจัดตั้งรัฐบาล เข้าข่ายขัดมาตรา 28 และมาตรา 29 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และเป็นเหตุให้สามารถยื่นศาลรธน. สั่งยุบพรรคตาม มาตรา 92(3) ของกฎหมายเดียวกันได้“สนธิญา” บอกว่า การที่ทักษิณ และธนาธร ซึ่งบุคคลที่ไม่ใช่เป็นพรรคการเมือง รวมถึงถูกตัดสิทธิทางการเมือง นัดพูดคุยเจรจา เพื่อให้พรรคประชาชนเข้าร่วมรัฐบาล และสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ที่มาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งหากพรรคประชาชนยืนยันเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ก็จะถือว่าเป็นไปตามเงื่อนไข และข้อตกลง หรือ “ดีลลับ” ที่ทักษิณ และธนาธร ได้ตกลงกันจนเป็นผลสำเร็จ ซึ่งคนทั้งประเทศทราบดีว่าทั้งสองคนเป็นบุคคลที่ชี้เป็นชี้ตายของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จึงเข้าข่ายพรรคการเมืองยอมให้บุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคชี้นำครอบงำการดำเนินกิจการของพรรค ผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เป็นเหตุให้ถูกยุบพรรคด้าน “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ นักร้องเบอร์ต้นๆ ส่งหนังสือถึง กกต. ให้นำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 29 ส.ค.68 มาพิจารณา เป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคเพื่อไทย โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 (2) หรือไม่ คำวินิจฉัยศาลรธน.ที่ให้ น.ส. แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น อาจเกี่ยวกับการกระทำของ น.ส.แพทองธาร ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.พรรคการเมือง รวมอยู่ด้วยเอาเป็นว่า ช่วงชุลมุลการเมืองก็มีบรรดานักร้องเหล่านี้ออกมาเคลื่อนไหว ส่วนใครเป็นใค รถูกใครดันหลังออกมาให้ร้องเรียน…ตรงนี้ก็อ่านเกมกันตามอัชฌาศัยwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: