เปิด 13 โครงการรัฐไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ชนะประมูล

ในขณะที่ทีมกู้ภัยและฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามอย่างเต็มที่ ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย การหาคำตอบถึงสาเหตุการถล่มของอาคารของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่กำลังก่อสร้าง เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะต้องมีคำตอบให้ประชาชนแต่ที่มากไปกว่านั้น คือการขยายผลตรวจสอบในเรื่องอื่น ที่เผยให้เห็นปัญหาที่ซุกอยู่ภายใต้เศษซากอาคารที่พังถล่ม ที่เกี่ยวพันกับบริษัทก่อสร้าง จนถึงวัสดุก่อสร้างที่ผลเบื้องต้นพบว่ามีเหล็กเส้นในบางขนาดที่เก็บตัวอย่างมาจากซากอาคาร และตีตราผลิตจากบริษัทของจีน ไม่ได้มาตรฐานทางกิจการร่วมค้า ITD-CRC no.10 ไทย ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ช่วงหนึ่งตอนหนึ่ง ยืนยันว่าการจัดซื้อวัสดุและการก่อสร้างอาคาร ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดใน TOR กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานทางวิศวกรรม วัสดุที่ใช้ มีการคัดเลือกผู้ผลิตตามข้อกำหนดทางเทคนิค ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับวัสดุ และผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ก่อนเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างทุกครั้งนี่เป็นอีกคำถามที่การตรวจสอบซ้ำของกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมการที่กระทรวงมหาดไทยตั้งขึ้น น่าจะให้คำตอบที่ชัดเจนได้ และต้องหาให้ได้เช่นกันว่า เหล็ก หรือวัสดุก่อสร้างที่อาจกลายเป็นเหล็กเบา หรือไม่ผ่านมาตรฐานเชิงกล ที่ผลิตจากบริษัทจากจีน นั้น กระจายไปใช้งานที่อื่นด้วยหรือไม่แต่การขยายผลไม่จบแค่นี้ เพราะกิจการร่วมค้าที่บริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 หรือ CRC no.10 ประเทศไทย ไปร่วมประมูลและได้รับงานก่อสร้างอาคารแห่งต่างๆ ก็ต้องตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่า โครงการเหล่านั้นจะไม่เกิดปัญหา13 โครงการ ไชน่า เรลเวย์ รัฐร่วมเป็นกิจการร่วมค้าตอนนี้พบ 13 โครงการรัฐที่บริษัทนี้ได้ร่วมเป็นกิจการร่วมค้าในโครงการภาครัฐ นอกเหนือจากโครงการสำคัญ อย่างโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. ที่ถล่ม คือ1.ท่าอากาศยานนราธิวาส2.โครงการเคหะชุมชนภูเก็ตเป็นทาวน์โฮม 354 หน่วย3.โรงเรียนวัดอมรินทราราม – อาคารเรียนและสิ่งปลูกสร้าง4.อาคารคลังพัสดุ รพ.จักรีนฤบดินทร์5.หอพักนักศึกษา ม.ราชภัฏภูเก็ต6. ศูนย์ราชการจังหวัดแพร่7. ศูนย์ฝึกกีฬามวย กกท. หัวหมาก8. ที่พักข้าราชการตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 99. ศูนย์บริการลูกค้า การไฟฟ้าภูเก็ต10.อาคารกองบังคับการ กรมพลาธิการทหารเรือ11. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)12. สถาบันวิชาการ กฟภ.13. และอาคารผู้ป่วยนอก รพ.สงขลาสั่งตรวจสอบใน 7 วัน นอมินี-ฮั้วประมูลCRC no.10 ประเทศไทย เป็นบริษัทลูกของ China Railway No.10 Engineering Group หนึ่งในรัฐวิสาหกิจจีนในเครือ China Railway Group Limited (CREC) ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยตั้งแต่ปี 2561 ใช้โมเดลทางธุรกิจแบบ “กิจการร่วมค้า” กับบริษัท เอกชนไทยเพื่อเข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่หลายโครงการ ทำให้เกิดคำถามถึงวิธีการเข้าประมูลงานของบริษัท ซึ่งมักเข้าไปซื้อซองเอกสารแต่ไม่ยื่นเสนอราคาเอง และไปจับมือกับเอกชนไทยรายใหญ่เพื่อยื่นซองแทนในนาม “กิจการร่วมค้า” ทำให้เกิดแรงกดดันให้ตรวจสอบเชิงลึกขึ้น นอกเหนือจากวิธีการประมูลอย่างโปร่งใสตอนนี้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูเรื่องนี้ ทั้ง ป.ป.ช. กองสอบสวนอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของ ตร. ดีเอสไอ จนถึงสรรพากร ตรวจสอบให้ได้ผลภายใน 7 วัน เพื่อหาว่าบริษัทนี้ เกี่ยวข้องกับบริษัทอื่นในลักษณะเป็นนอมินีด้วยหรือไม่ มีคนไทยเกี่ยวข้องหรือเปล่า มีการฮั้วประมูลหรือไม่หน้าที่นี้ไปตกที่ดีเอสไอที่จะต้องช่วยกระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบกรณีนอมินี ซึ่งเมื่อวานดีเอสไอมีการประชุมสรุปสถานการณ์กรณีอาคาร สตง.ถล่มมีประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมาย 3 ฉบับ คือ 1. พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 , 2. พ.ร.บ.ว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 , 3. พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือการฮั้วประมูลยังไม่รวมเรื่องบริษัทก่อสร้างจีน ใช้วัสดุบริษัทจีนที่อาจตกมาตรฐานมาก่อสร้างโครงการรัฐของไทย โดยที่ท้ายที่สุด ประเทศไทยเหมือนจะไม่ได้อะไรเลย คำตอบทั้งหมดเหล่านี้จะต้องหาให้ได้ เพื่อความเชื่อมั่นของประชาชน และชาวโลกที่จับจ้องอยู่สทนช.ยันการก่อสร้างอาคารเป็นไปตามมาตรฐาน-รับแรงแผ่นดินไหวสำหรับ อาคาร สทนช. ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นอาคารสูง 16 ชั้น อาคารชั้นใต้ดิน 1 ชั้น และอาคารสัมมนา 3 ชั้น บนพื้นที่ 14 ไร่ หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ จนทำให้ตึกสูงหลายแห่งได้รับผลกระทบ ซึ่งตึก สทนช. แห่งใหม่ ดำเนินการก่อสร้างโดยกิจการร่วมค้า NCRCE ประกอบด้วย บริษัทนวรัตน์ พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 51 และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) ถือหุ้นร้อยละ 49 ซึ่งชนะการประกวดราคาโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (E-bidding) ด้วยราคากว่า 716 ล้านบาท และเริ่มการก่อสร้างตั้งแต่เดือน ส.ค.2562 ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปถึงร้อยละ 99 แล้ว โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569ขณะที่ก่อนหน้านี้ จากเหตุการณ์ที่อาคารแห่งใหม่ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ถล่มลงมา จึงมีกระแสข่าวเรื่องความเชื่อมโยงของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่ถูกว่าจ้าง ให้สร้างอาคารแห่งใหม่ของ สทนช. ด้วย จะตั้งข้อสังเกตว่าอาคารแห่งนี้จะมีความแข็งแรงหรือไม่นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ บอกว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่เกิดแผ่นดินไหว ได้สั่งให้คนงานหยุดปฏิบัติงานทันที และได้นำผู้ออกแบบอาคาร วิศวกรควบคุมงาน ผู้รับจ้าง เข้ามาร่วมตรวจสอบอาคารดังกล่าวแล้ว ไม่พบรอยร้าวหรือความเสียหายแต่อย่างใด แม้ว่าอาคารแห่งนี้ จะได้รับแรงสั่นสะเทือนเช่นกันในวันดังกล่าวส่วนสร้างอาคารแห่งนี้ ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานการก่อสร้างอาคารสูงทุกประการ ที่จะคำนึงถึงความถูกต้อง มั่นคงและปลอดภัยในทุกขั้นตอนการก่อสร้าง โดยจะยึดหลักกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณซึ่งเป็นภาษีของประชาชนเป็นไปอย่างรอบคอบและ มีประสิทธิภาพสูงสุดขณะที่อาคารแห่งนี้ยังได้มีมาตรฐานการรองรับแผ่นดินไหว ซึ่งมีการกำหนดการสั่นสะเทือนเป็นค่าแรง G ซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานด้วยการใช้แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศไทย ทั้งที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่เคยเกิดแผ่นดินไหวสูง 4.5 ริกเตอร์ และจังหวัดกาญจนบุรี ที่เคยเกิดแผ่นดินไหวสูง 6-6.5 ริกเตอร์มาคำนวณเป็นมาตรฐานและสร้างอาคารให้ สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนมากกว่ามาตรฐานถึง 3 เท่า จึงทำให้เหตุการณ์แผ่นดินไหวล่าสุดที่ผ่านมา แรงสั่นสะเทือนที่ได้รับของอาคารแห่งนี้มีเพียง 1 ใน 3 ของค่า G ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ อีกทั้งในทุกครั้งที่มีการปฏิบัติงาน จะต้องมีผู้ควบคุมงาน คอยดูแลการปฏิบัติงานของคนงานที่จะต้องก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานและสเปคที่กำหนดร่วมกัน หากไม่ทำตามแผนที่กำหนด ก็จะมีการลงโทษ หรือยกเลิกสัญญาได้เมื่อถามว่าจากภาพที่ถูกนำมาแชร์ในโซเชียลต่างๆ ที่พบว่ามีการใช้เหล็กเส้นเล็ก ในการก่อสร้างอาคาร นายไพฑูรย์ บอกว่า ชุดภาพดังกล่าวเป็นเสาของอาคารสัมมนา ซึ่งมีขนาดเล็ก ส่วนอาคารขนาดใหญ่จะใช้เหล็กและซีเมนต์ ที่ผ่านการตรวจสอบจากศูนย์วิจัยของกรมชลประทาน และมีวิศวกรที่มีประสบการณ์ในการก่อสร้างเขื่อนเก็บน้ำต่างๆ และสามารถทนต่อการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี จึงทำให้อาคารนี้ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ และมีความแข็งแรง พร้อมที่จะรับน้ำหนัก และสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในอนาคต ที่สำคัญเป็นอาคารที่รับรองมาตรฐานอาคารเขียว ที่จะประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วยทั้งนี้วิศวกรผู้ควบคุมงาน และสื่อมวลชน เข้าร่วมตรวจสอบอาคารที่ทำการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แห่งใหม่ โดยใช้เทคนิค Visual Check หรือใช้แสงเลเซอร์สีเขียววัดความเอียงของอาคาร ซึ่งเสาทุกต้น ยังคงสภาพปกติ และไม่เกิดความลาดเอียงเพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นอาคาร กระจก ผนังกำแพง รวมถึงคอลิฟต์ ซึ่งเป็นจุดรับน้ำหนักสูงสุด ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเช่นกันอ่านข่าว :กู้ร่างได้เพิ่ม 1 ศพตึก สตง.ถล่ม เร่งค้นหาอีก 72 คนวันแรก! เปิดจราจร ถ.กำแพงเพชร 2 ตึกสตง.ถล่มตาย 15 คนกทม.เผย ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ยังมีผลบังคับใช้


by

Tags: