หลังจากครั้งก่อนหน้านี้พาชม iPhone Air กันไปแล้วรอบนี้พาชมกับ iPhone 17 Pro และ 17 Pro Max ที่เรียกว่า มือถือขวัญใจชาวไทยกับสี Cosmic Orange ที่เป็นสิ่งที่ต้องจดจำกันเลยทีเดียวกลับมาชมกันอีกพรีวิวกันอีกครั้ง หลังจากครั้งก่อนหน้านี้พาชม iPhone Air กันไปแล้วรอบนี้พาชมกับ iPhone 17 Pro และ 17 Pro Max ที่เรียกว่า มือถือขวัญใจชาวไทยกับสี Cosmic Orange ที่เป็นสิ่งที่ต้องจดจำกันเลยทีเดียว ในรอบนี้มีอะไรที่โดดเด่นกันบ้าง และตัวจริงกับอุปกรณ์เสริมจะเป็นอย่างไรแรกเห็นดีไซน์ของ iPhone 17 Pro / 17 Pro Maxbatch_line_album_appleevent__1เรื่องแรกที่ต้องบอกกันก่อนคือ iPhone 17 Pro และ 17 Pro Max นั้นมาพร้อมกับดีไซน์ด้านหน้าดูแล้วอาจจะบอกว่า ขนาดไม่ต่างจากเดิม โดยยังได้หน้าจอ 6.3 นิ้ว Super Retina XDR ความสว่างเพิ่มขึ้น 3,000 nits พร้อม Refresh Rate 120Hz ขนาดกำลังดี แต่ถ้าเอาแบบให้สะใจกว่านี้ ต้องพบกับหน้าจอ 6.7 นิ้ว กับรุ่น Pro Max พร้อมกับ และครอบทับด้วย กระจก Ceramic Shield 2 ทนกว่าเดิมbatch_line_album_appleevent__5รอบตัวเครื่องกลับมาใช้วัสดุแบบอลูมิเนียมทั้งตัว จุดประสงค์คือ ต้องการให้เครื่องระบายความร้อนได้ดี ส่วนปุ่มให้ปุ่มครบทั้ง Power, ปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่ม Action Button, Power Button และ Camera Button เหมือนเดิมbatch_line_album_appleevent_ด้านหลังการออกแบบให้กล้องมีเกาะเพื่อย้าย Mainboard อยู่ด้านบน แต่ยังฉลาดในการวางกล้องที่อยู่ตำแหน่งค่อนข้างดีเลยทีเดียว โดยกล้องหลังทั้งหมด 48 ล้านพิกเซล และสีสันของเครื่องสวยทุกสี ด้านล่างที่เป็นสีอ่อนกว่าเป็นกระจกแบบ Ceramic Shield 2 เช่นกับจอหน้า ตอนแรกเห็นกับสีที่คุณได้พบกับภาพคือ Deep Blue กลายเป็นอีกสีที่ผมมองว่า ถ้าใครชอบโทนสีน้ำเงินเข้ม ชอบแน่นอน น้ำหนักถือว่าสมตัวและกำลังดีมากๆ อยู่ครับ และน้ำหนักกลับเบากว่าอะไรใหม่ใน iPhone 17 Pro / iPhone 17 Pro Maxสำหรับฟีเจอร์ทั้งหมดเราขอรบยอดในการเปลี่ยนแปลงดังนี้(ตัวอย่างภาพ)batch_line_album_appleevent__10batch_line_album_appleevent__6batch_line_album_appleevent__7batch_line_album_appleevent__9batch_line_album_appleevent__8กล้องหลังสุดปัง 48 ล้านพิกเซลกล้อง Fusion Camera ความละเอียด 48MP ทั้ง 3 ตัว แต่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือเลนส์ Telephoto ที่อัปเกรดความสามารถในการซูมแบบ Optical ได้ไกลถึง 8 เท่า (จากเดิม 5 เท่า) ทำให้การถ่ายภาพระยะไกลยังคงความคมชัดและรายละเอียดไว้อย่างน่าทึ่ง ส่วนกล้องหน้าก็ได้รับการอัปเกรดเป็นความละเอียด 18MP พร้อมฟีเจอร์ Center Stageสำหรับสายวิดีโอระดับมืออาชีพ iPhone 17 Pro รองรับการถ่ายทำแบบ ProRes RAW และ Apple Log 2 รวมถึงมีระบบ genlock สำหรับซิงค์วิดีโอจากกล้องหลายตัวได้อย่างแม่นยำกล้องหน้า 18 ล้านพิกเซล Center Stageอีกสิ่งที่เด่นและเรียกว่าเป็นจุดขายหลักคือ กล้องหน้า 18 ล้านพิกเซล Center Stage โดยมีเซ็นเซอร์แบบสี่เหลี่ยมจัตรัส ที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการถ่ายภาพได้แบบครบวงจรจนเรียกได้ว่าไม่ต้องเอียงมือถือก็ถ่ายกล้องหน้าได้สวยbatch_line_album_appleevent__4ขุมพลังสุดแรง A19 Proภายในขับเคลื่อนด้วยชิป A19 Pro ที่มี CPU 6-core และ GPU 6-core ให้ประสิทธิภาพที่รวดเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 40% พร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ที่ช่วยให้เครื่องทำงานเต็มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ร้อนจัด ในด้านแบตเตอรี่ Apple ระบุว่า iPhone 17 Pro Max เป็น iPhone ที่มีแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยสามารถเล่นวิดีโอได้ต่อเนื่องนานสูงสุดถึง 39 ชั่วโมงbatch_line_album_appleevent__3ราคา การวางจำหน่าย และความจุใหม่iPhone 17 Pro (6.3 นิ้ว) ราคาเริ่มต้น 43,900 บาท ตัวท็อป 1TBiPhone 17 Pro Max (6.9 นิ้ว) ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท ตัวท็อป 2TBโดยสรุปแบบสั้นๆ ต้องบอกว่า iPhone 17 Pro / Pro Max เหมาะกับคนที่ต้องการตัวจบสเปกที่โดดเด่นและต้องการความเป็นที่สุด และใช้กล้องทุกระยะ นี่เป็นอีกทางเลือกที่มองว่ายังคุ้มค่าอยู่ถ้าใช้ครบนะ เพราะไม่เช่นนั้น iPhone 17 ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว
สัมผัสแรก iPhone 17 Pro / 17 Pro Max ขวัญใจ คนชอบความสุด
by
Tags: