ส่องอาชีพ คนถือป้าย โบกธง รายได้วันละเท่าไหร่ ทำไมโครงการบ้าน คอนโดถึงต้องมี?แม้ว่าโลกธุรกิจจะหมุนไปสู่การขายในรูปแบบใหม่ ผ่านช่องทาง “ออนไลน์” แต่รู้หรือไม่ว่าช่องทาง “ออฟไลน์” ที่ใช้คนแจกใบปลิว ถือป้ายโฆษณา ถือธง เพื่อเชื้อเชิญลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ยังไม่ตายไปจากโลกธุรกิจ และยังคงมีให้เห็นในปัจจุบันโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม เป็นอีกธุรกิจที่ยังคงรูปแบบการตลาดในลักษณะนี้อยู่ เพื่อเป็นการสร้างสีสันการขายแบบ “ออนไซต์” ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า สามารถช่วยบิวด์ยอดขายได้มากหรือน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็สร้างจุดเด่นให้ลูกค้าสะดุดเลี้ยวเข้าชมโครงการ“ถนนพหลโยธิน” เป็นอีกทำเลที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่และรอปิดการขายกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ ทำให้บรรยากาศดูคึกคัก แม้จะไม่เท่าช่วงยุคเศรษฐกิจดีและตลาดอสังหาริมทรัพย์บูมหากใครผ่านไปในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ใกล้กับห้าแยกลาดพร้าว บนฟุตปาธจะเห็นคนถือป้ายและถือธงสะบัดเชื้อเชิญลูกค้าให้เลี้ยวเข้าโครงการกระจายอยู่หลายจุดในมุมหนึ่งนอกจากช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับโครงการอสังหาฯแล้ว แต่อีกมุมหนึ่งคือการ “ต่อลมหายใจ” ให้กับผู้ที่ไม่มีงานทำหรือมีรายได้ในกระเป๋าไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ในยุคเศรษฐกิจซบเซาป้าปราณี อายุ 65 ปี เป็นคนตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันมาอยู่กับครอบครัวที่กรุงเทพฯ เธอเล่าว่า ตอนนี้ไม่มีงานทำ อาศัยมาทำงานถือป้ายโฆษณาโครงการบ้านหรือคอนโดมิเนียม ในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ทำวันละ 8-9 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00-17.30 น. บางวันก็ 6 โมง จะสลับหมุนเวียนไปในแต่ละพื้นที่ เช่น พระราม9 สะพานควาย เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นย่านชุมชน มีคนผ่านเยอะๆ โดยจะได้ค่าแรงวันละ 400 บาท“งานไม่แน่นอน แล้วแต่ว่าช่วงไหนมากจะได้ทำทั้งเสาร์และอาทิตย์ แต่ถ้างานน้อยจะทำเฉพาะวันเสาร์ ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ อย่างน้อยป้าก็ได้เงินกลับบ้านไปซื้อของกินของใช้ได้ ซึ่งป้าก็อายุเยอะแล้ว มีแค่เงินเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท ซึ่งไม่พอ ต้องออกมาหางานทำ เพราะมันต้องกินต้องใช้ ถ้าไม่ทำ ใครจะมาช่วยเรา” ป้าปราณีกล่าวพร้อมกับอ้อนไปยัง “รัฐบาลอนุทิน” ขอให้ช่วยเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุจากเดือนละ 600 บาท เป็น 1,000-3,000 บาท ให้มีเงินใช้จ่ายวันละ 100 บาทก็ยังดีนอกจากนี้ขอให้สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการแบบง่ายๆ แบบไม่ต้องมีเงื่อนไขเยอะ เหมือนครั้งที่ผ่านมาที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีการตรวสอบเยอะมาก ดูทั้งอาชีพและทรัพย์สินของคู่สมรส ทำให้ไม่ได้สิทธิ์ โดยมองว่าน่าจะดูคุณสมบัติเฉพาะตัวบุคคลมากกว่าขณะที่นงนุช (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี เล่าว่า เป็นคนกรุงเทพ เกิดที่ฝั่งธนบุรี แต่มาอาศัยอยู่ที่มีนบุรี ปัจจุบันมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายไก่ย่างที่ตลาดมีนบุรี ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ จะมาทำงานพาร์ทไทม์ รับจ้างโบกธงและถือป้ายโฆษณาโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม ทำงานตั้งแต่ 09.00-17.00 น. ได้ค่าแรงวันละ 450-500 บาท ขึ้นอยู่กับงาน ถ้าถือป้ายเฉยๆจะได้ 450 บาท ถ้าโบกธงจะได้ 500 บาท ถือเป็นงานที่หนักและเหนื่อยเพราะต้องตากแดดทั้งวัน แต่อย่างน้อยก็มีรายได้เพิ่มอีกเดือนละ หลาย 1,000 บาท“ตอนนี้มีหลายโครงการที่จัดอีเวนต์ และจ้างคนมาถือป้ายและโบกธงหน้าโครงการ ส่วนใหญ่เป็นการเปิดขายยูนิตแรกและยูนิตสุดท้าย ซึ่งมีหลายทำเล เช่น จตุโชติ หทัยราษฎร์ มีนบุรี จะเป็นโครงการบ้าน ส่วนคอนโดจะอยู่แนวรถไฟฟ้า เช่น ลาดพร้าว สุขุมวิท พระราม4 คลองเตย เท่าที่เห็นก็มีคนแวะเข้าไปชมโครงการวันละหลายราย โดยเราจะมีสับเปลี่ยนไปในแต่ละอาทิตย์ ตอนนี้งานน้อยลง เพราะเปิดโครงการใหม่น้อย จากเมื่อก่อนในหนึ่งจุดจะมีเป็น 10 คน ตอนนี้มีจุดละ 1-2 คน” นงนุชกล่าวและว่า“อยากให้รัฐบาลใหม่มีมาตรการช่วยผู้มีรายได้น้อยและหาเช้ากินค่ำ อย่างโครงการคนละครึ่งที่รัฐบาล เตรียมจะออกมานั้น ถือว่าเป็นโครงการที่ดีมาก ดูจากผลตอบรับครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเราเป็นแม่ค้าและรับคนละครึ่งด้วย ตอนนั้นค้าขายคึกคักมาก” นงนุชกล่าวด้านอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การจัดอีเวนต์และมีคนมาถือป้ายโฆษณาและโบกธง ตามโครงการ ถือเป็นองค์ประกอบและช่องทางหนึ่งของการทำการตลาดและการขาย เนื่องจากเป็นการสื่อสารให้คนเห็นแบบง่ายๆ เตะตาผู้ที่ผ่านไปมา“ถามว่าได้ผลมากหรือน้อย ก็ตอบค่อนข้างลำบาก เพราะเวลาการทำตลาดหรือกิจกรรมต่างๆ เราจะดูเป็นภาพรวมมากกว่า” อุทัยทิ้งท้ายอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องอาชีพ คนถือป้าย โบกธง รายได้วันละเท่าไหร่ ทำไมโครงการบ้าน คอนโดถึงต้องมี?ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th
ส่องอาชีพ คนถือป้าย โบกธง รายได้วันละเท่าไหร่ ทำไมโครงการบ้าน คอนโดถึงต้องมี?
by
Tags: