แพทย์ ไขข้อข้องใจหลังมีข่าว นักวิ่งสาว ล้มฟุบเสียชีวิตกลางงานวิ่งดังแพทย์ ไขข้อข้องใจหลังมีข่าว นักวิ่งสาว ล้มฟุบเสียชีวิตกลางงานวิ่งดัง เผย 4 ปัจจัยแฝงที่อาจซ่อนอยู่ ชี้ อย่าประมาทว่าแข็งแรง แนะ 3 ข้อเตรียมความพร้อมวันที่ 21 ก.ย.2568 นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และนายกสมาคม สมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ "คุยกับหมอฆนัท" ถึงกรณีปรากฏข่าวนักวิ่งสาว อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เสียชีวิตระหว่างเข้าร่วมรายการวิ่ง หลังล้มฟุบหมดสติ แพทย์พยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตลง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นนพ.ฆนัท โพสต์ข้อความระบุว่า วิ่งยังไงให้ปลอดภัย อย่าประมาทว่าแข็งแรง สวัสดีครับทุกคน หมอฆนัทเองครับ หลังจากเหตุการณ์ที่น่าเศร้าของนักวิ่งสาวที่เสียชีวิตในงานวิ่ง ก็มีคำถามมากมายเข้ามาหาหมอว่า "สาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่"แพทย์ ไขข้อข้องใจหลังมีข่าว นักวิ่งสาว ล้มฟุบเสียชีวิตกลางงานวิ่งดัง เผย 4 ปัจจัยแฝงที่อาจซ่อนอยู่ ชี้ อย่าประมาทว่าแข็งแรง แนะ 3 ข้อเตรียมความพร้อมแพทย์ ไขข้อข้องใจหลังมีข่าว นักวิ่งสาว ล้มฟุบเสียชีวิตกลางงานวิ่งดัง เผย 4 ปัจจัยแฝงที่อาจซ่อนอยู่ ชี้ อย่าประมาทว่าแข็งแรง แนะ 3 ข้อเตรียมความพร้อมหมอขอใช้โอกาสนี้อธิบายในมุมมองทางการแพทย์ เพื่อให้เป็นความรู้และอุทาหรณ์สำหรับนักวิ่งและผู้รักสุขภาพทุกคนครับ วิเคราะห์สาเหตุที่เป็นไปได้ในทางการแพทย์ ในกรณีที่นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเสียชีวิตเฉียบพลัน สาเหตุที่พบได้บ่อยมักเกี่ยวข้องกับ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยแฝงที่ซ่อนอยู่อ่านข่าว : สลดกลางงานวิ่งดัง นักวิ่งสาว เจ้าหน้าที่รพ. ล้มฟุบหมดสติ ก่อนสิ้นใจ1.โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน แม้จะไม่มีอาการในชีวิตประจำวัน แต่การออกกำลังกายที่หนักเกินไปอาจทำให้คราบไขมันในหลอดเลือดแตกออก เกิดลิ่มเลือดอุดตัน และทำให้หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน2.ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรงอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจหรือโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ ซึ่งการออกกำลังกายหนักๆ สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ได้3.ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ มักเกิดหลังการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือ COVID-19 หากร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การออกกำลังกายอย่างหนักอาจทำให้อาการอักเสบแย่ลงและส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ4.ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดงปอดเป็นภาวะที่พบได้น้อยแต่เป็นอันตราย โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะขาดน้ำหรือต้องเดินทางเป็นเวลานาน หากลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดที่ปอด จะทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงต้องได้รับการยืนยันจากผลการชันสูตรศพอีกครั้ง การวิเคราะห์ข้างต้นเป็นเพียงการคาดการณ์จากหลักการทางการแพทย์ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ อย่าประมาท แม้ว่าคุณจะดูแข็งแรงบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ อายุไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงเพียงอย่างเดียว การที่ผู้เสียชีวิตมีอายุเพียง 45 ปี เป็นเครื่องเตือนใจว่าภาวะสุขภาพแฝงสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ การออกกำลังกายอย่างปลอดภัยจึงต้องมาพร้อมกับการไม่ประมาทและฟังเสียงร่างกายตัวเองเสมอแนวทางการเตรียมตัวก่อนออกกำลังกาย การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข หมอแนะนำให้คุณเตรียมตัวตามขั้นตอนเหล่านี้ ก่อนจะลงสนามหรือเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง1.ตรวจเช็กความพร้อมของร่างกายปรึกษาแพทย์ : หากคุณอายุ 40 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)2.วางแผนการซ้อมที่เหมาะสมเริ่มจากเบาไปหาหนัก : ค่อย ๆ เพิ่มระยะทางและความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ควรหักโหมมีวันพัก : ควรมีวันพักอย่างน้อย 1-2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวอย่าฝืน : ถ้ามีอาการป่วยหรือไม่สบาย ควรพักอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนกลับมาซ้อม3.เตรียมความพร้อมก่อนวันแข่งขันนอนให้พอ : อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงในคืนก่อนวันแข่งกินอาหารที่ย่อยง่าย : ควรเป็นอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ก่อนออกกำลังกายอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงดื่มน้ำให้เพียงพอ : ควรจิบน้ำตลอดเวลาเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำอย่าลืมว่าการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้คุณออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขกับทุกก้าวที่ก้าวไปครับอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์ ไขข้อข้องใจหลังมีข่าว นักวิ่งสาว ล้มฟุบเสียชีวิตกลางงานวิ่งดังติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
แพทย์ ไขข้อข้องใจหลังมีข่าว นักวิ่งสาว ล้มฟุบเสียชีวิตกลางงานวิ่งดัง
by
Tags: