“ชัชชาติ” รู้แล้ว! สาเหตุ ถนนทรุดหน้าวชิรพยาบาล เป็นหลุมลึก สั่งมาตรการเร่งด่วน 7 ข้อ คุมสถานการณ์-ตั้งวอร์รูมเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ถนนทรุดตัว บริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาล พร้อมเปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุเป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายม่วงใต้ ซึ่งที่เกิดเหตุ เป็นข้างบนสถานีโรงพยาบาลวชิระและสถานีนี้มีอุโมงค์ที่เดินมาเชื่อมกับสถานี ซึ่งมีสองอุโมงค์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 65 เมตร และจุดที่เกิดเหตุเป็นจุดที่อุโมงค์เจอกับสถานี และเป็นช่องว่างใหญ่ อุโมงค์เกิดความเสียหาย เหมือนกับมีรอยแตก จึงทำให้ดินไหลเข้าไปในอุโมงค์ และจะเห็นเลยว่า หากมองไปในอุโมงค์จะเห็นแสงสว่าง และดินไหลเข้ามาทำให้เกิดการสไลด์ และยุบตัวของดิน ดังนั้น ดินที่หายไป ก็ไหลลงไปในสถานี และมีท่อประปาแตกด้วย เนื่องจากมีท่อประปาใหญ่ หมือนน้ำชะเข้าไปในสถานีด้วยขณะนี้สถานการณ์มีความนิ่งระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังมีการไหลตัวของดินบ้างเล็กน้อย และสั่งการประปาปิดน้ำ ทำให้การไหลตัวของดินน่าจะชะลอตัวลงได้ และให้การไฟฟ้ามาตัดไฟทั้งหมด และตัดสายไฟด้วย เนื่องจากกลัวว่าหากล้ม จะไปดึงที่อื่น และอาคารโดยรอบ อย่างอาคารวิชร ไม่มีปัญหา เพราะมีกำแพงดินกั้นอยู่ แต่เพื่อความปลอดภัย จึงปิดเอาไว้ไม่ให้ใช้งาน แต่ที่มีปัญหาแน่ ๆ คือสถานีตำรวจอยู่ในจุดที่ไม่มีกำแพงกันดินเมื่อดินไหลไปก็จะเห็นเสาเข็มชัดเจน เมื่อช่วงเช้าได้สั่งการไป 7 ข้อ1.หยุดจ่ายน้ำในบริเวณนี้ก่อน และนำน้ำจากจุดอื่น มาจ่ายน้ำให้คนในพื้นที่2.ให้การไฟฟ้าดูเรื่องการตัดสายไฟ เพื่อไม่ให้ดึงล้มต่อไป3.ผู้รับเหมา และการรถไฟชนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ต้องดูเรื่องการไหลของดินต่อ4.ดูสถานการณ์โดยรอบ ความปลอดภัย และทาง กทม. เป็นผู้รับผิดชอบประเมินสถานการณ์5.สั่งให้มอนิเตอร์ติดตั้งกล้อง CCTV รอบพื้นที่ และติดตั้งตัวเคลื่อนการเคลื่อนที่ของดิน เพื่อให้รู้ว่าอะไรอันตราย6.ประเมินอาคารโดยรอบอาคารใหญ่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าจะเปิดให้บริการได้อย่างไร7.เรื่องการจราจร ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ ทุกคนดำเนินการ และสร้างศูนย์ประสานงานแล้ว และผู้อำนวยการเหตุ ก็เป็นผู้อำนวยการเขต และรองปลัด กทม. เพราะเป็นเรื่องงานวิศวกรรมนายชัชชาติ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องผู้รับบาดเจ็บ และรถกระบะคงต้องลากออก หากตกลงไปก็จะวุ่นวายถึงเรื่องน้ำมันต่าง ๆ พร้อมระมัดระวัง และคงใช้เวลาพอสมควร เหตุการณ์คล้าย ๆ กับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่อุโมงค์ในบึงหนองบอน มีลักษณะคล้ายกัน เพราะเป็นจุดรอยต่ออุโมงค์กับสถานี ดังนั้น สิ่งเร่งด่วนที่สำคัญที่สุดคือการอุดปิดรูตรงนี้ ซึ่งต้องให้ผู้รับเหมา และ รฟม. ช่วยหาทาง และอีกเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังคือเรื่องฝนตกที่อาจชะดินลงไปในช่อง และต้องหาวิธีดำเนินการอย่างไรเพื่อป้องกันการชะดินนายชัชชาติ ระบุว่า รัศมีความลึกที่ต้องเฝ้าระวังประมาณ 100 เมตร เนื่องจากหลุมลึก 50 เมตร ส่วนสี่แยกในบริเวณนี้คาดว่าจะเปิดได้ ส่วนอาคารต่างๆ โดยรอบที่ไม่มีกำแพงกันดิน ยังถือว่าเป็นจุดอันตราย หรือจุดเปราะบาง เพราะเราเห็นเสาเข็มเลยนายชัชชาติ ระบุว่า กำแพงการกันดินบริเวณวชิรพยาบาล เหลือเยอะ จริง ๆ แล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่เพื่อลดภาระเรื่องการเดินทาง เราจะหยุดให้บริการผู้ป่วยนอกก่อน แต่ผู้ป่วยในเราก็ให้บริการตามปกติ เพราะการเคลื่อนย้ายจะลำบาก ซึ่งผู้ป่วยนอกจะให้ไปโรงพยาบาลอื่น ในขณะนี้คาดการณ์ว่า 2 วันตรงนี้ต้องหยุดก่อน และเดี๋ยวจะมีแจ้งให้ทราบอีกครั้งนายชัชชาติ ระบุว่า สถานีนี้อุโมงค์เสร็จไปแล้ว 3 เดือน ทางอุโมงค์เชื่อมต่อเสร็จแล้ว คงทำผิวด้านบน ซึ่งต้องหาเหตุผลว่าจุดที่เกิดการเสียหายเกิดจากอะไร และบริเวณด้านใน ไม่ได้มีการทำอะไรแล้ว เพียงแต่จะต้องเสริมความแข็งแรงเพิ่ม แต่ยังไม่ได้ทำส่วนท่อประปาจะแตกก่อนจะแตกหลัง เรายังไม่รู้ ซึ่งถือเป็นสาเหตุไม่ได้ ต้องไปตรวจสอบอีกครั้ง อาจเป็นเข้าอุโมงค์พังก็ได้ และเหตุการณ์นี้ กับเหตุการณ์ที่บึงหนองบอนก็พอ ๆ กัน แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องเรียนรู้ และปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นส่วนจะใช้เวลานานไหม นายชัชชาติ ระบุว่า คงนาน คงไม่ใช่ 1 – 2 วัน แต่ต้องเอาความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งจุดนี้ยังมีถนนที่ยังเบี่ยงไปทางอื่นได้ และยังบรรเทา และโชคดีที่โรงเรียนเพิ่งปิดไปทำให้สถานการณ์ไม่ได้แย่มาก
ชัชชาติ รู้แล้วสาเหตุ ถนนทรุดกลางกรุง สั่งมาตรการเร่งด่วน 7 ข้อ
by
Tags: