Nothing Ear (3) รุ่นใหม่ที่เพิ่งจะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมกับสเปกเด่นโดยเฉพาะปุ่ม Talk คุยผ่านเคสกับดีไซน์ยังเป็นเอกลักษณ์เห็นแล้วต้องจำได้ใครที่กำลังกำเงิน 6,000 บาท เพื่อจะซื้อหูฟังที่มีคุณภาพสักตัว และเน้นว่าต้องเป็น TWS (True Wireless System) ดีๆ สักตัว วันนี้เราขอแนะนำ Nothing Ear (3) รุ่นใหม่ที่เพิ่งจะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมกับสเปกเด่นโดยเฉพาะปุ่ม Talk คุยผ่านเคสกับดีไซน์ยังเป็นเอกลักษณ์เห็นแล้วต้องจำได้ Sanook Hitech ได้ลองแล้วพร้อมเล่าให้ฟังรูปลักษณ์ดีไซน์ต้องบอกว่า Nothing Ear (3) ยังคงออกแบบที่เรียกว่าใช้หน้าตาเค้าโครงเดิมจากรุ่น Ear (2) เลยครับ ใครที่ชอบดีไซน์โปร่งใสเห็นไส้ในอันเป็นเอกลักษณ์ของ Nothing ก็ยิ้มได้เลย แต่ถ้ามองลึกลงไปในรายละเอียดจะเห็นความแตกต่างออกไปคือวัสดุและการประกอบ ถึงจะดูคล้ายเดิมเพราะเลือกใช้วัสดุโลหะเป็นฐานของหูฟัง Nothing เคลมว่าใช้วัสดุที่ดีขึ้นในบางจุด ทำให้ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่าเดิมนิดหน่อย บานพับเคสให้ความรู้สึกแข็งแรงขึ้น ถือแล้วให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่าเดิม พร้อมปุ่ม Talk โดดเด่น ด้านข้างจะมีช่องเสียบ USB-C, ไมโครโฟน, ไฟสถานะ อีกด้านจะเป็นสายคล้องเล็กน่ารักที่ตกแต่างได้ ฝาเครื่องเป็นแบบโปร่งใสbatchimg_20250927_153424822batchimg_20250927_153434736batchimg_20250927_153439445รูปทรงหูฟัง ตัวหูฟังมีการปรับดีไซน์เล็กน้อยให้เข้ากับสรีระของหูมากขึ้น ทำให้ใส่สบายกว่าเดิมและเกาะหูได้ดีขึ้นสำหรับบางคนครับ และยังสามารถเปลี่ยนจุกได้ทั้งหมด 4 แบบ (XS, S, M, L)ดังนั้นแล้วถ้าใครใช้ NOTHING Ear (2) อยู่แล้ว คนอื่นอาจจะไม่สังเกตว่าคุณเปลี่ยน แต่คุณเองจะรู้สึกได้ถึงความเนี๊ยบและแน่นหนาที่เพิ่มขึ้นครับ เว้นแต่ถ้าสวมใส่ก็จะเห็นความต่างเลยbatchimg_20250927_153547917ฟีเจอร์เด่นของ NOTHING Ear (3) ที่ไม่ควรพลาดNOTHING ไม่ได้ขายแค่ดีไซน์! แต่ก็มีฟีเจอร์ต่างๆ มาแบบครบครันเช่นbatchimg_20250927_153523832batchimg_20250927_153530415ปุ่ม Talk ของเครื่องที่สามารถใช้เป็นไมโครโฟนพูดคุยสายได้ โดยจะมีการลดเสียงรบกวนได้ 95 เดซิเบล เรียกว่าเงียบและเสียงดีกว่าไมโครโฟน ที่เรียกว่าจากที่ลองพบว่าให้เสียงที่ใสมาก และยังสามารถใช้คุยกับ ChatGPT หรือ AI อื่นๆ รวมถึงกดสั่งให้ทำงานอื่นๆ ได้การสั่งงานควบคุมที่หูฟัง ระบบควบคุมแบบ "บีบ" (Pinch Control) ที่ก้านของหูฟังนั่นเอง!ลืมการแตะที่บางทีก็โดนบ้างไม่โดนบ้างไปได้เลย การควบคุมแบบนี้จะแม่นยำกว่ามากครับ เวลาบีบจะมีเสียง 'คลิก'เบาๆ ตอบสนอง ทำให้เรารู้ว่าสั่งงานสำเร็จแล้ว ซึ่งฟังก์ชันหลักๆ ก็คือบีบ 1 ครั้ง: เล่น/หยุดเพลง หรือรับ/วางสายบีบ 2 ครั้ง: ข้ามไปเพลงถัดไปบีบ 3 ครั้ง: ย้อนกลับไปเพลงก่อนหน้าบีบค้างไว้: สลับระหว่างโหมดตัดเสียงรบกวน (ANC) และโหมดรับเสียงภายนอก (Transparency Mode)แต่ถ้าบางฟังก์ชั่นใช้งานบ่อยสามารถเใช้ Application Nothing X ปรับการตั้งค่าได้เช่นเดียวกันbatchimg_20250927_153523832ฟีเจอร์ใหม่จัดเต็ม! สมองกล AI และเสียงที่เทพขึ้นตรงนี้แหละคือไฮไลต์เด็ดของ Nothing Ear (3) ที่ทำให้มันน่าสนใจกว่ารุ่นก่อนเยอะเลยไม่ว่าจะเป็นChatGPT Integration: ไม้เด็ด! คุณสามารถเรียกใช้งาน ChatGPT ได้โดยตรงจากหูฟังเลย (ต้องตั้งค่าในแอป Nothing X ก่อน) แค่ใช้ท่าทางบีบที่ตั้งค่าไว้ ก็สามารถสั่งงานด้วยเสียง ถามคำถาม แปลภาษา หรือให้ช่วยคิดไอเดียต่างๆ ได้ทันที สะดวกสุดๆ เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวในหูเลย!คุณภาพเสียงระดับ Hi-Res: อัปเกรดไดรเวอร์ภายในเป็น Ceramic Diaphragm ขนาด 11 มม. ซึ่งให้รายละเอียดเสียงที่ดีขึ้นมาก เสียงร้องคมชัด เสียงแหลมใสสะอาด เบสลงได้ลึกแต่แน่นกระชับ ไม่บวมเบลอ แถมยังรองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงอย่าง LHDC 5.0 และ LDAC ทำให้ฟังเพลงกับบริการสตรีมมิ่งที่รองรับได้แบบเต็มความละเอียดเลยAdvanced Equalizer: ไม่ใช่แค่ EQ ธรรมดาๆ แต่สามารถปรับแต่งย่านความถี่เสียงได้อย่างละเอียดมากๆ ใครเป็นสาย Audiophile ที่ชอบจูนเสียงให้เป็นสไตล์ของตัวเองจะต้องรักฟีเจอร์นี้ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ที่ฉลาดขึ้น: มีโหมด Adaptive ANC ที่จะปรับระดับการตัดเสียงรบกวนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัวแบบอัตโนมัติ และยังมี Personalised ANC ที่จะสแกนช่องหูของเราเพื่อปรับการตัดเสียงให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเราโดยเฉพาะแบตเตอรี่ อึดพอไหมสำหรับวันยาวๆ?batchimg_20250927_153408242สายลากใช้งานนั้นไม่ต้องห่วงเพราะ Nothing Ear (3) ได้ปรับปรุงเรื่องแบตเตอรี่มาได้ประทับใจมากขึ้นโดยสามารถใช้งานได้นานเช่นตัวหูฟัง (ปิด ANC): ฟังได้ยาวนานสูงสุดถึง 8.5 ชั่วโมงตัวหูฟัง (เปิด ANC): อยู่ที่ประมาณ 5.2 ชั่วโมงใช้งานได้ทั้งหมดสูงสุดถึง 42.5 ชั่วโมง (แบบปิด ANC) นอกจากนี้ชาร์จแค่ 10 นาที สามารถฟังเพลงต่อได้อีกหลายชั่วโมง และสำหรับไลฟ์สไตล์คนทั่วไปที่ใช้เดินทาง ทำงาน หรือฟังเพลงระหว่างวัน แบตเตอรี่ระดับนี้ถือว่าเหลือเฟือครับ ใช้งาน 1-2 วันแบบไม่ต้องชาร์จเคสเลยก็ยังไหวสรุปหลังทดลองใช้งาน NOTHING Ear (3)ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการรอคอยสำหรับคนที่อยากได้หูฟังคุ้มร่าที่ได้เทคโนโลยีเยอะมาก ฟังเพลงได้ยาวนาน พร้อมกับคุณภาพเสียงที่ดีใช้คุยสายได้คมชัดกว่าเดิมกับฟีเจอร์ Super MIC ทั้งหมดมาในราคาแค่ 5,799 บาท หากคุณขอบหูฟังฟีเจอร์ครบ ดีไซน์ต้องเรียกว่าแตกต่าง คุณสมบัติในเรื่องการฟังเพลงที่ดี นี่เป็นอีกทางเลือกที่ผมว่าไม่ควรพลาดbatchimg_20250927_153412575
รีวิว Nothing Ear (3) หูฟังครบ เสียงดี แค่ 5,799 บาท
by
Tags: