หญิงวัย70 หอบโฉนด ร้องทนาย ที่ดินหาย เหลือสิทธิครอบครอง2งาน จาก14 ไร่ จนท.อ้างจัดสรรใหม่

หญิงวัย 70 ปี หอบโฉนดร้อยกว่าปี ร้องทนายรัชพลช่วยเหลือ หลังที่ดินจริงหายเหลือแต่โฉนด แฉมีคนติดต่อขอซื้อโฉนดคืนเพื่อไปทำลายหลักฐานเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม นางธันยธร จารุรัตน์พิทักษ์ ยายวัย 70 ปี หอบเอกสารนับพันแผ่นพร้อมกับโฉนดที่ดินที่ถือครอบครองต่อจากบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 อายุกว่า 100 ปี เข้าร้องเรียนนายรัชพล ศิริสาคร ที่สำนักงานทนายความ ถนนประชาราษฎร์ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังที่ดินที่ตกทอดจากบรรพบุรุษเนื้อที่ 14 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา ถูกเจ้าหน้าที่รัฐนำไปจัดสรรที่ดินใหม่ จนทำให้ปัจจุบันเหลือแต่โฉนดครอบครองที่ตกทอดกันมา แต่ไม่มีที่ดินทำกินผืนดังกล่าวแล้ว เนื่องจากปัจจุบันที่ดินผืนดังกล่าวถูกนำไปจัดสรรให้กับกลุ่มชาวบ้านโดยไม่ชอบมาพากล โดยที่ดินดังกล่าวอยู่ไม่ห่างจากโรงเรียนวัดคลองสามแยก ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรีนางธันยธรกล่าวว่า ที่ดินที่เป็นข้อพิพาทอยู่ตอนนี้ตนเหลือเนื้อที่ 2 งาน 30 ตารางวา อยู่ในโฉนดที่ดินจังหวัดสิงห์บุรี โดยที่ดินที่เกิดปัญหานั้นตนได้ทำการซื้อต่อมาจากหลานชายแท้ๆ มาตั้งแต่ปี’54 และครอบครองเรื่อยมา จนกระทั่งต่อมาในปี’63 ตนเพิ่งมาทราบความจริง หลังพบว่ามีเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันเข้ามาทำการตักหน้าดินในพื้นที่โฉนดที่ดินที่ตนเองครอบครองออกไป จนกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ เมื่อสอบถามกับเพื่อนบ้านคนดังกล่าว ซึ่งเพื่อนบ้านอ้างว่าเขามีโฉนดที่ดินใหม่ที่ครอบครองที่ดินผืนนี้อย่างถูกต้อง ส่วนโฉนดดังเดิมของตนเป็นโฉนดปลอมเพราะที่ดินที่ตนถือครอบครองอยู่ถูกนำไปทำการปฏิรูปจัดสรรที่ดินใหม่โดยสำนักงานกรมที่ดินแล้วนางธันยธรกล่าวอีกว่า ต่อมาตนได้เดินทางไปตรวจสอบโฉนดที่ดินอายุ 100 กว่าปี ที่ตนถือครอบครองอยู่ ทางเจ้าหน้าที่กรมที่ดินกลับแจ้งว่าเมื่อมีกฎหมายใหม่เข้ามาทางกรมที่ดินมีการจัดสรรที่ดินใหม่ ทำให้มีการออกโฉนดเลขที่ใหม่ หลังจากนั้นก็มีการตัดแบ่งพื้นที่สาธารณะบางส่วนออกไป ซึ่งที่ดินไม่ได้หายไปไหนเพียงแต่เปลี่ยนเลขที่โฉนดเท่านั้น ส่วนที่ดินของตนนั้นก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนเลขโฉนดแต่อย่างใดเพราะไม่ได้ถูกนำไปจัดรูปที่ดินเหมือนที่ดินแปลงอื่นๆ โดยอ้างว่าไม่มีโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรเมื่อตนทำการตรวจสอบที่ดินที่ตนถือครอบครองจำนวน 14 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา กลับพบว่าที่ดินทั้งหมดได้ถูกนำไปปฏิรูปจัดสรรที่ดินทำกินใหม่พร้อมกับออกโฉนดให้ด้วย ทำให้ปัจจุบันตนเหลือที่ดินจริงๆ เพียง 2 งาน 30 ตารางวา ซึ่งตนมองว่าเป็นปล้นที่ดินของตนไปโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเมื่อตนพยายามต่อสู้เพื่อหาความจริงในเรื่องนี้กลับถูกเจ้าหน้าที่บางคนข่มขู่และยังบอกกับตนอีกว่าคดีโฉนดของตนนั้นหมดอายุความไปแล้วนางธันยธรกล่าวอีกว่า แม้ว่าตนจะเป็นชาวบ้าน เป็นหญิงชราที่จบแค่ชั้น ป.4 ก็ตาม ตนต้องการต่อสู้เพื่อนำที่ดินของตนกลับคืนมา แม้จะต้องรวบรวมเอกสารนับพันๆ แผ่น ต่อสู้กับนักกฎหมายเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความรู้มากกว่าตนก็ตาม ในวันนี้ตนจำเป็นต้องเดินทางมาพึ่งทนายรัชพลเพื่อหาแนวทางต่อสู้ในคดีนี้ต่อไปนางธันยธรกล่าวว่า ทุกวันนี้ตนต้องไปพบหมอจิตเวช รับยาจิตเวชมากิน เพราะตนเครียดและคิดมากกับเรื่องที่ดินที่ถูกโกงไป จนตนกลัวว่าจะบ้าขึ้นมาสักวัน และพอตนกินยาเข้าไปแล้วก็นอนซึมอย่างเดียว เอกสารก็ดูไม่ได้ และยังถูกเจ้าหน้าที่ส่งหนังสือให้มาชี้แจงภายใน 30 วัน 90 วัน แล้วตนจบ ป.4 จะรู้ทันไหมกับวิธีการของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำกันเป็นขบวนการ นอกจากนี้หลังเกิดเรื่องแล้วตนได้รับการติดต่อจากบุคคลที่รู้จักคนหนึ่ง เข้ามาขอซื้อโฉนดที่ดินของตน ที่ยังอยู่ในขั้นตอนฟ้องร้องและถูกกล่าวหาว่าปลอม โดยที่ตนก็ไม่รู้วัตถุประสงค์ที่แท้จริงว่าจะขอซื้อไปทำไม ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นขบวนการที่ต้องการจะขอซื้อโฉนดปลอมที่ออกโดยเจ้าหน้าที่รัฐไปทำลายเพื่อไม่ให้ตนมีหลักฐานในการต่อสู้คดีด้านนายรัชพลกล่าวว่า เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นมานานหลายปี รวมทั้งยังมีเอกสารที่ต้องทำการตรวจสอบเป็นจำนวนมาก โดยจุดต้นเรื่องจะอยู่ที่ปี 2524 ซึ่งเป็นปีที่ที่ดินของผู้ร้องถูกนำไปปฏิรูปจัดสรร โดยที่ผู้ครอบครองเก่าไม่ทราบเรื่อง ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่าการนำที่ดินไปปฏิรูปเพื่อทำการจัดสรรใหม่นั้นไม่ถูกต้อง ก็ต้องทำการฟ้องร้องเพิกถอนสิทธินั้นเพื่อบังคับคืนที่ดินผืนดังกล่าวกลับมาให้ผู้ร้องต่อไปอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หญิงวัย70 หอบโฉนด ร้องทนาย ที่ดินหาย เหลือสิทธิครอบครอง2งาน จาก14 ไร่ จนท.อ้างจัดสรรใหม่ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th


Posted

in

by

Tags: