ในเดือนต.ค.นี้ สินทรัพย์เสี่ยง อย่าง “หุ้น ทอง และคริปโทเคอเรนซี” ราคาปรับขึ้นพร้อมกันและทำสถิติ “ออลไทม์ไฮ” พร้อมกัน มีสัญญาณความเสี่ยงฟองสบู่หรือไม่นั้นทั้งนี้ ราคาทองคำปีนี้ พุ่งแรงทั่วโลก โดยทองคำโลกปรับขึ้นกว่า 50% ขณะที่ราคาทองคำไทยปรับขึ้นกว่า 40% จากต้นปี สะท้อนแรงหนุนจากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกที่ยังซ่อนปัญหาไว้ใต้พรมและความกังวลความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น ทำให้ “ทองคำ” ยังถูกมองเป็นเป็น ”สินทรัพย์ปลอดภัย“ ท่ามกลางความผันผวนที่ยังมีอยู่นายธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าวว่า จริงๆแล้ว ราคาทองคำ อยู่ในภาวะฟองสบู่ โดยมีสัญญาณเตือนมาระยะหนึ่ง และฟองสบู่เริ่มใหญ่ขึ้น ทำให้คนเกิดความกังวลหากฟองสบู่แตก อาจเกิดการย่อตัวแรงแต่เรามองว่า การปรับฐานลงของราคาทองในระยะข้างหน้า มีความเป็นไปได้ อาจจะคล้ายวิกฤติซับไพรม์ ที่ราคาทองมีแนวโน้มฟื้นตัวเร็ว ดังนั้น การปรับฐานลง 4,000–5,000 บาท เป็นระดับที่เกิดขึ้นได้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้นต่อระยะกลางและยาวนายธีรรัฐ กล่าวด้วยว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของราคาทองปรับฐานลงมา ต้องจับตา ”ธนาคารกลางจีน“ หากจีนประกาศหยุดซื้อทองเมื่อไหร่ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กดดันราคาทองทั่วโลกปรับฐานได้ เพราะในช่วง 11 เดือนที่ผ่าานมา ธนาคารกลางจีน ซื้อทองกว่า 8-10 ตันใน ช่วง11 เดือน ทำให้ทองปรับขึ้นมา ที่ระดับ3,000-4,000 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ แต่เริ่มชะลอ เดือน ล่าสุดซื้อเพียง 1 ตันแล้วแต่อย่างไรก็ตาม แม้ทองคำ จะมีความผันผวนสูง แต่เรามองวาา ทองคำ ยังถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และทองคำ มีประวัติศาสตร์ในระยะ10-20ปีมานี้ ราคาทองยังเป็นขาขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่เงินเฟ้อสูงและการพิมพ์เงินเพิ่มขึ้นอยู่ แสดงให้เห็นว่า ในระยะ5-10ข้างหน้า ยังมีโอกาสที่ราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องอย่างไรก็ตาม แม้ราคาทองพุ่งต่อเนื่อง นักลงทุนยังแห่ซื้อ สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นที่อาจเกินสมดุล หากลงทุนตอนนี้ ต้องรับความเสี่ยงจากการปรับฐานระยะสั้นนี้ให้ได้ หากรับความเสี่ยงนี้ได้ ยังแนะนำ สามารถซื้อทองคำ เพื่อการลงทุนในระยะกลางถึงยาวได้
‘อินเตอร์โกลด์’ เตือนสัญญาณฟองสบู่‘ทองคำ‘ เสี่ยงปรับฐาน 5,000 บ.
by
Tags: