แม่ทัพกุ้ง ย้ำ ปราสาทคนาเป็นของไทย ต้องเอาคืนเหมือนภูมะเขือ วอนขอเวลาให้แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ทำงาน

แม่ทัพกุ้ง ย้ำ ปราสาทคนาเป็นของไทย ต้องเอาคืนเหมือนภูมะเขือ วอนขอเวลาให้แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ทำงานเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่หอประชุม 80 พรรษา ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อ ความสำคัญของอธิปไตยและปลูกฝังความรักชาติ ให้กับนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 1-5 ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 1,408 นาย ซึ่งบรรยายโดย พลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก โดยในช่วงก่อนการบรรยายนั้น มีบรรดาแฟนคลับที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดหลายพื้นที่ มาเฝ้ารอมอบของที่ระลึกให้กับแม่ทัพกุ้ง พร้อมกับขอถ่ายรูปและขอลายเซ็นแม่ทัพเป็นที่ระลึก ซึ่งแฟนคลับที่เดินทางมานั้นก็มาจากหลายจังหวัดเช่น จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดบุรีรัมย์ และจากจังหวัดสมุทรสงครามโดยนางสาวขวัญณพัทสร รดาภัทช ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม บอกว่า วันนี้ตนและเพื่อนๆเดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อนำพระและก็อาหารทะเลให้กับแม่ทัพกุ้ง ถึงแม้แม่ทัพกุ้งจะเกษียณไปแล้วแต่แฟนคลับก็ยังคงติดตามภารกิจของแม่ทัพกุ้งอยู่ สาเหตุที่ยังคงติดตามอยู่นั้นก็มาจากความรักในตัวแม่ทัพกุ้งและความดีของแม่ทัพกุ้งที่ทำเอาไว้ในขณะดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 และอยากฝากไปยังทหารที่ทำหน้าที่รักษาอธิปไตยที่อยู่แนวหน้าว่าอยากให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ยังคงมีเหตุการณ์ไม่สงบในเขตชายแดนโดยเฉพาะในพื้นที่หนองหญ้าแก้ว ซึ่งถ้ามีอะไรช่วยได้ประชาชนแนวหลังก็พร้อมที่ช่วยอย่างเต็มที่ นางสาวณพัทสร กล่าวจากนั้นทางพลโทบุญสิน ได้ขึ้นบรรยายบนเวทีให้กับนักศึกษาวิชาหารได้ฟังตามหัวข้อ ความสำคัญของอธิปไตยและปลูกฝังความรักชาติ ซึ่งบางช่วงนั้นได้มีการกล่าวถึงปัญหาชายแดนในจังหวัดสระแก้วโดยพลโทบุญสินได้กล่าวเอาไว้ว่า ตอนนี้สถานการณ์ที่จังหวัดสระแก้วอยู่นั้นคือแผ่นดินไทยจุดหนึ่งที่ทหารจะต้องเอาคืนมาให้ได้ ลุงแม่ทัพบุญสินเองก็ได้ทำหน้าที่แม่ทัพช่วงหนึ่งในการทวงคืนแผ่นดินแม้จะเป็นเวลาที่ไม่นานแต่เราก็ได้คืน บางที่เขาก็หนีออกไปเฉยๆทิ้งฐานเอาไว้เราก็ไปยึดเอาคืน “เพราะถ้าไม่ออกมึงตาย” ยิงอย่างเดียวไม่สนเพราะคุณถืออาวุธรุกล้ำอธิปไตยไม่จำเป็นต้องพูดและเป็นสิ่งที่ทำไปแล้ว และสิ่งที่ได้มาก็คือแผ่นดินไทยที่ได้คืนมาให้ลูกหลานแผ่นดินที่บรรพบุรุษเราได้หามาไว้นานแล้ว “แต่เขมรมันมึนขึ้นมายึดไว้ สมัยก่อนไม่รู้แต่สมัยกูมึงต้องออกไป”จากนั้นทางแม่ทัพกุ้งก็เปิดโอกาสให้นักศึกษาวิชาทหารได้ถามคำถามก่อนที่ภายหลังพลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบกได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นปราสาทคนา ว่า เรื่องปราสาทคนาที่ทาง พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ท่านก็อาจจะพูดในลักษณะของหลักการไว้ก่อน ทีนี้ขั้นตอนต่อไปก็ต้องไปอยู่ในขึ้นตอนของการพิสูจน์ทราบว่า จริงๆแล้วปราสาทคนาอยู่ในเขตของใครกันแน่ และจะดำเนินการอย่างไรถ้าปราสาทอยู่ในเขตของไทย และก็ได้พิสูจน์ทราบว่าว่าปราสาทคนานั้นอยู่ใจเขตของไทย ก็จะเป็นหน้าที่ของกองทัพและส่วนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเอากลับคืนมาเป็นของคนไทย ซึ่งผมมั่นใจว่ายังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการนั้นอยู่ซึ่งพี่น้องประชาชนก็คอยดูอยู่ ผมว่าคงจะมีความชัดเจนเร็วๆนี้ ส่วนเรื่องของการผลักดันนั้นก็คงจะคล้ายกับภูมะเขือไม่ยากครับ ส่วนสถานการณ์จะบานปลายหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฝั่งเขมรว่าจะยอมหรือเจรจาหรือไม่สำหรับสถานการณ์ที่ปราสาทคนาก็คล้ายกับภูมะเขือคือทหารเขมรเข้ามายึดนานแล้วแต่ผมคิดว่าทางผู้บัญชาการทหารบกและท่านแม่ทัพก็คงจะหาวิธีการแก้ปัญหาได้เร็วเพราะเป็นพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ สำหรับการทำงานของผมกับทางพลโทวีระยุทธฯ ก็เหมือนๆกัน เพียงแต่ท่านแม่ทัพภาคที่ 2 อาจจะเพิ่งมารับตำแหน่งการชี้แจงท่านอาจจะพูดในหลักการเป็นภาพกว้างซึ่งอาจจะทำให้คำพูดบางอย่างอาจจะทำให้ประชาชนคิดไปอีกทาง ซึ่งหลังจากนี้ท่านอาจจะต้องออกมาชี้แจงเพิ่มเติมและต้องรีบทำให้พื้นที่ตรงนี้ให้ชัดเจนและต้องดำเนินการต่อให้เร็ว ยืนยันว่าเรื่องการส่งต่อหน้าที่นั้นไม่มีปัญหาระหว่างแม่ทัพคนเก่าและคนใหม่ แต่ก็ต้องให้เวลาเพราะเพิ่มมารับตำแหน่งได้ไม่นานจากนี้ก็คงจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นปัญหาต่างๆต้องรีบคลี่คลายให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นเพราะอยู่ในความสนใจของประชาชน ต้องชี้แจงให้ชัดเจน และต้องออกมาพูดถึงขึ้นตอนการปฏิบัติให้ประชาชนเข้าใจ โดยปกติแล้วผมกับพลโทวีระยุทธ ก็ทำงานด้วยกันและก็คอยให้กำลังใจกันตลอดแต่อย่างก็ขอเวลาในการจัดการเพราะเรื่องดังกล่าวนั้นมันมีขึ้นตอนในการปฏิบัติและต้องใช้ความรอบคอบและความถูกต้องพลโทบุญสิน กล่าวต่ออีกว่า สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 นั้นก็ยังคงมีความอ่อนไหวไม่ต่างกับบ้านหนองจานเพราะยังมีการตรึงกำลังกันอยู่ปัจจุบันกำลังทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ถอนกำลัง และก็มีโอกาสที่จะถูกยั่วยุจากฝั่งตรงข้ามแต่ทหารก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนเอาไว้ก่อน ส่วนสถานการณ์ในพื้นทีจะรุกลามมายังพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้กำลังของฝั่งกัมพูชาถ้าเราใช้ขั้นตอนตามหลักสากลแต่เขาไม่ยอมรับสถานการณ์ก็อาจจะพัฒนาไปเรื่อยๆก็อาจจะไม่ดีเท่าไรเพราะจะนำไปสู่การใช้อาวุธ แต่ทางผู้บัญชาการทหารบกก็มีความคิดว่าไม่ได้มุ่งหวังที่ใช้กำลังหรือใช้อาวุธอยู่แล้ว แต่ทางไทยก็ยังยึดหลักปฏิบัติตามหลักสากลเนื่องจากอีกฝั่งนั้นเป็นประชาชน ยืนยันว่าสถานการณ์จะบานปลายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันและห้วงของเวลาจะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงหรือไม่อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ทัพกุ้ง ย้ำ ปราสาทคนาเป็นของไทย ต้องเอาคืนเหมือนภูมะเขือ วอนขอเวลาให้แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ทำงานติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th


Posted

in

by

Tags: