Instagram ปรับฟีเจอร์ใหม่ “Map” เพิ่มความชัดเจนการแชร์ตำแหน่ง พร้อมขยายใช้ในอินเดียเดือนนี้

Instagram ปรับฟีเจอร์ “Map” เพิ่มตัวบ่งชี้การแชร์ตำแหน่ง และหน้าตัวอย่างก่อนโพสต์ หลังผู้ใช้ทั่วโลกสับสนเรื่องการแชร์โลเคชัน พร้อมแนะแนวทางตั้งค่าปิดสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งเพื่อเพิ่มความปลอดภัยอินสตาแกรม (Instagram) ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ “แผนที่ (Map)” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้นว่ากำลัง แชร์ตำแหน่งอยู่หรือไม่ พร้อมทั้งขยายการใช้งานฟีเจอร์นี้ไปยัง ประเทศอินเดีย หลังเปิดตัวใน สหรัฐฯ และแคนาดา ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาการแชร์โลเคชันไม่ได้เปิดแบบอัตโนมัติแรกเริ่มเมื่อฟีเจอร์นี้ได้เปิดตัว ในช่วงแรกผู้ใช้จำนวนมากเข้าใจผิดว่าอินสตาแกรม เปิดการแชร์ตำแหน่งโดยอัตโนมัติ ทำให้มีการโพสต์เตือนให้ “รีบปิดฟีเจอร์นี้” บนโซเชียลมีเดียจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม อดัม โมเซรี (Adam Mosseri) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินสตาแกรม(Head of Instagram) ได้ออกมายืนยันว่า “ตำแหน่งของผู้ใช้จะมองเห็นได้เฉพาะเมื่อพวกเขาเลือกแชร์เองเท่านั้น”เพิ่มตัวบ่งชี้ใหม่ทั้งในหน้าแผนที่และหน้าแชตเพื่อความชัดเจนแก่ผู้ใช้งานมากขึ้นมากขึ้นอินสตาแกรม จึงเพิ่มแถบตัวบ่งชี้ด้านบนของแผนที่ แสดงว่าผู้ใช้เปิดหรือปิดการแชร์ตำแหน่งสัญลักษณ์ใต้รูปโปรไฟล์ในหน้า DM (Notes tray) เพื่อบอกว่าผู้ใช้ไม่ได้แชร์ตำแหน่งอยู่นอกจากนี้ยัง ลบรูปโปรไฟล์ออกจากโพสต์บนแผนที่ หลังพบว่าผู้ใช้หลายคนเข้าใจผิดว่ารูปที่ปรากฏบนแผนที่คือ “ตำแหน่งจริงแบบเรียลไทม์” ซึ่งในความเป็นจริง แผนที่จะดึงเฉพาะโพสต์ที่มี “แท็กสถานที่” เท่านั้นอีกทั้งอินสตาแกรมยังเพิ่ม ข้อความแจ้งเตือนให้ความรู้ (Educational Reminder) ว่าเมื่อผู้ใช้แท็กสถานที่ใน Story Reel หรือโพสต์ ข้อมูลนั้นจะไปปรากฏบนแผนที่ด้วย และเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเพิ่มเติม ระบบจะมี หน้าตัวอย่าง (Preview) แสดงให้เห็นทันทีว่าคอนเทนต์ของผู้ใช้จะปรากฏอย่างไรบนแผนที่ก่อนกดยืนยันโพสต์สามารถตั้งค่าปิดหรือจำกัดการเข้าถึงตำแหน่งเพิ่มเติมได้ด้วยตนเองแม้ Instagram จะยืนยันว่าฟีเจอร์แชร์ตำแหน่งจะไม่เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ แต่สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ยังสามารถตั้งค่าปิดหรือจำกัดการเข้าถึงตำแหน่งได้ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากการปิดสิทธิ์ของแอปผ่านการตั้งค่าโทรศัพท์ระบบ iOS บน iPhoneให้เข้าไปที่ Settings และเลือก Privacy & Security ต่อด้วย Location Services และ Instagram แล้วเลือก “Never” หรือ “Ask Next Time” เพื่อหยุดการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งทั้งหมดระบบ Androidให้ไปที่ Settings และเลือก Location ต่อด้วย App permissions และ Instagram แล้วปิด “Allow location access” เพื่อหยุดการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งทั้งหมดนอกจากนี้ ก่อนโพสต์ภาพหรือวิดีโอ Reels ควรตรวจสอบว่ามีการ “เพิ่มสถานที่ (Add Location)” หรือไม่ หากไม่ต้องการแชร์ตำแหน่ง ควรละเว้นการแท็กสถานที่ หรือสามารถแก้ไขโพสต์ภายหลังเพื่อลบแท็กออกได้ อีกทั้งภายในหน้าแผนที่ (Map) ผู้ใช้ยังสามารถตรวจสอบได้ง่ายว่ากำลังเปิดหรือปิดการแชร์อยู่ โดยดูจากแถบด้านบนของแผนที่ หากขึ้นว่า “Location sharing off” หมายถึงไม่ได้เปิดแชร์ตำแหน่ง และสามารถแตะเพื่อปิดได้ทันทีหากยังเปิดอยู่การอัปเดตนี้สะท้อนว่าอินสตาแกรม ยังคง พัฒนาฟีเจอร์คล้าย สแนปแชต (Snapchat) ต่อเนื่อง หลังจากเคยเปิดตัวฟีเจอร์ สตอรี่ “Stories” ในปี 2016 โดยฟีเจอร์แผนที่ใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อให้เพื่อน ๆ หรือผู้ติดตามสามารถ “นัดพบกันง่ายขึ้น” และ สำรวจคอนเทนต์ตามสถานที่จริง ที่เพื่อนหรือครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบเคยโพสต์ไว้ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า “คนไทย” จะได้รับฟีเจอร์ Map ของ Instagram เมื่อไหร่ แต่ตามรายงานจาก Meta ระบุว่าฟีเจอร์นี้เริ่มเปิดตัวในสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2025 และเพิ่งขยายไปยังอินเดียในเดือนตุลาคม 2025ข่าวที่เกี่ยวข้อง“Rings Award” รางวัลใหม่จาก Instagram มอบ “แหวนทอง” ให้ครีเอเตอร์จากทั่วโลกInstagram ทดสอบเปลี่ยนหน้าแรกเป็นคลิป Reels สู้ศึก TikTokจริง ๆ แล้ว IG ไม่ได้แอบฟังผู้ใช้งาน ซีอีโอยืนยันเป็นแค่ความเข้าใจผิดInstagram ผู้ใช้แตะ 3 พันล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของ Metaวันนี้ที่รอคอย ! “Instagram” สำหรับ iPad มาแล้ว หลังรอมา 15 ปี อัปเดตได้เลยตอนนี้


Posted

in

by

Tags: