10 วิธีช่วยประหยัดไฟใน iOS 26 ที่ทำได้ทันที และต้องเตือนก่อนทำ

รอบนี้ Sanook Hitech จะมาบอก 10 วิธีถ้าเพื่อนๆ เห็นว่าระบบปฏิบัติการ iOS 26 นี้กินไฟเกินไปอยากจะให้ประหยัดไฟสักหน่อยต้องทำอย่างไรiOS26 เป็นระบบปฏิบัติการที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดของ Apple แน่นอนว่าสิ่งที่มากจากการเปลี่ยนแปลงคือภายในใหม่หมดรวมถึงการกินพลังงานรอบนี้ Sanook Hitech จะมาบอก 10 วิธีถ้าเพื่อนๆ เห็นว่าระบบปฏิบัติการใหม่นี้กินไฟเกินไปอยากจะให้ประหยัดไฟสักหน่อยต้องทำอย่างไร มาเริ่มกันเลยหมายเหตุ : บางวิธีอาจจะได้ผลแค่แป๊ปเดียวเพราะสุดท้ายก็ต้องเปิดอยู่ดี มาเริ่มกันเลย10 วิธีที่จะทำให้ iOS 26 ประหยัดไฟสูงสุดการตั้งค่า วิธีกดใช้งาน 1. เปิดโหมดประหยัดพลังงาน ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > แบตเตอรี่ (Battery) > โหมดประหยัดพลังงาน (Low Power Mode) หรือเปิดจาก ศูนย์ควบคุม (Control Center) 2. ลดความสว่างหน้าจอ ตั้งค่าความสว่างหน้าจอให้อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดเท่าที่คุณยังใช้งานได้สบายตา และ/หรือเปิดใช้ "การปรับความสว่างอัตโนมัติ" 3. ปิดการดึงข้อมูลอยู่เบื้องหลัง ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > การดึงข้อมูลอยู่เบื้องหลัง (Background App Refresh) > ตั้งเป็น "ปิด" หรือเลือกปิดเฉพาะแอปที่ไม่จำเป็น 4. จำกัดบริการตำแหน่งที่ตั้ง (GPS) ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy & Security) > บริการตำแหน่งที่ตั้ง (Location Services) > เลือกแอปและตั้งเป็น "ขณะใช้แอป" หรือ "ไม่เลย" 5. ใช้โหมดมืด (Dark Mode) ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > จอภาพและความสว่าง (Display & Brightness) > เลือก "มืด" 6. ปิดคุณสมบัติ Always On Display (AOD) ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > จอภาพและความสว่าง (Display & Brightness) > จอภาพติดตลอด (Always On Display) > ปิด 7. จำกัดการแจ้งเตือนแอป ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > การแจ้งเตือน (Notifications) > เลือกปิดการแจ้งเตือนสำหรับแอปที่ไม่สำคัญ 8. ปิดการทำงานของ Wi-Fi/Bluetooth เมื่อไม่ใช้งาน ปิด Wi-Fi และ Bluetooth ใน การตั้งค่า (ไม่ใช่แค่จากศูนย์ควบคุม เพราะจะเข้าสู่โหมดจำกัดการใช้งานชั่วคราว) 9. จำกัดการดาวน์โหลดอัตโนมัติ ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > App Store > ปิดการดาวน์โหลดอัตโนมัติ (Automatic Downloads) ทั้งหมด (เช่น แอป และการอัปเดตแอป) 10. ปิดการปลุกหน้าจอเมื่อยกขึ้น (Raise to Wake) ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > จอภาพและความสว่าง (Display & Brightness) > ยกขึ้นเพื่อปลุก (Raise to Wake) > ปิดสรุปวิธีการที่ใช้ได้ผลจริงและไม่จริงios-26-featureจากทั้งหมดเรียกว่าทำได้จริงหมด แต่ก็ต้องบอกว่าบาวิธีได้ผลแต่อาจจะไม่ได้มากเช่นวิธีที่ "ทำได้จริง" และมีผลกระทบสูงโหมดประหยัดพลังงาน: วิธีที่ง่ายที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดลดความสว่างหน้าจอ: หน้าจอเป็นตัวใช้พลังงานหลัก การลดความสว่างให้ผลทันทีปิดการดึงข้อมูลอยู่เบื้องหลัง: ลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นของแอปในพื้นหลังวิธีที่ "ทำได้จริงแต่มีเงื่อนไข" หรือ "ผลกระทบต่ำกว่าที่คิด"การใช้โหมดมืด (Dark Mode): จะประหยัดแบตเตอรี่ได้อย่างชัดเจน เฉพาะบนหน้าจอ OLED เท่านั้น หากเป็นหน้าจอ LCD (รุ่นเก่า) จะไม่มีผลการปิด Bluetooth และ Wi-Fi: ช่วยได้ แต่การเปิดทิ้งไว้บน iOS รุ่นใหม่ ๆ (ที่ไม่ได้ค้นหาสัญญาณตลอดเวลา) อาจใช้พลังงานน้อยกว่าที่คิด แต่ก็ยังเป็นวิธีการประหยัดแบตที่ทำได้จริงวิธีที่ "ทำได้ยังไม่จริง" หรือเป็นความเข้าใจผิดการปิดแอปใน Multitasking บ่อย ๆ: การปิดและเปิดแอปใหม่ซ้ำ ๆ ทำให้เครื่องต้องใช้พลังงานในการโหลดข้อมูลแอปใหม่มากกว่าการปล่อยให้แอปอยู่ในสถานะพัก (Suspended) ในหน่วยความจำ การปิดแอปบ่อย ๆ ไม่ได้ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ แต่กลับทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม iOS 26 ยังไม่สามารถเปิดหลายหน้าจอได้นะการปิด Airdrop/Handoff ทั้งหมด: แม้จะช่วยประหยัดได้เล็กน้อย แต่ฟีเจอร์เหล่านี้ได้รับการปรับให้ประหยัดพลังงานแล้ว การปิดอาจทำให้คุณพลาดความสะดวกสบายในการใช้งานโดยที่ผลการประหยัดแบตอาจไม่คุ้มค่าอย่างไรก็ตามถ้าจะให้ดีควรจะลองชาร์จไฟให้เหมาะสมในช่วง 30 – 80 ควบคู่กับการประหยัดพลังงานด้วยก็จะได้ผลดีไปอีกแบบนะครับ ครั้งหน้า Sanook Hitech จะมีเรื่องอะไรมาเล่ากันต่ออย่าลืมกลับมาติดตามกันย


Posted

in

by

Tags: