ลูกสาวเล่านาทีก้มกราบขอให้กระบะเลื่อนรถ หลังขวางรถฉุกเฉินทำพ่อเสียชีวิต

ภาพวงจรปิด จับภาพนาทีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปลายพระยา จังหวัดกระบี่ รีบมาแจ้งผู้ชายเสื้อน้ำเงิน ที่เป็นเจ้าของรถกระบะ เลื่อนรถโดยด่วน หลังเขาขับมาจอดขวางท้ายรถฉุกเฉินไว้ จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำผู้ป่วยที่มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและหายใจล้มเหลว ขึ้นรถเพื่อส่งตัวไปรักษาต่อได้ แต่ชายคนดังกล่าว กลับไม่ยอมเลื่อนให้ในทันที ยืนโวยวายเสียงดังใส่เจ้าหน้าที่ แสดงความไม่พอใจว่า ไม่มีคนมาดูแลแม่ของตัวเองที่มีอาการปวดหัว และเพิ่งถูกเข็นเข้ามาแต่ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เมื่อลูกสาวของผู้ป่วยถึงกับเข่าทรุดและยกมือไหว้ร้องขอทั้งน้ำตา ให้ชายเจ้าของรถกระบะเลื่อนออก เพราะผู้ป่วยอยู่ในอาการวิกฤต ต้องรีบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า แม้ว่าสุดท้าย เจ้าของรถกระบะจะยอมขยับรถออก และเจ้าหน้าที่สามารถเคลื่อนผู้ป่วยขึ้นรถฉุกเฉินได้ แต่ก็สายเกินไป เพราะผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างทาง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุโรงพยาบาลปลายพระยา ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว และเตรียมดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน เพราะการกระทำของเจ้าของรถกระบะ เป็นการขัดขวางการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในขณะปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งต้องรีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติโดยด่วน และสุดท้ายผู้ป่วยรายดังกล่าวเสียชีวิต ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตเอง ก็เตรียมเอาผิดกับคนขับรถกระบะที่ทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษาเช่นกันขณะที่ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความระบุว่า " คติเตือนใจ ไม่ร้ายใส่ใคร ไม่ใช่คนอื่นจะไม่ร้ายใส่เรา เหตุเกิดขณะพ่อกำลังจะส่งตัวไปรักษาด่วนที่ รพ.กระบี่ หมอและพยาบาล เวรห้องฉุกเฉิน รพ.ปลายพระยา กำลังช่วยเหลือพ่อที่มีอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ และมีอาการ หายใจด้วยตัวเองไม่ได้ (ใส่ท่อช่วยหายใจ) รถ refer มาจอดจุดรับส่งตัวผู้ป่วย และมีรถกระบมาจอดด้านหลังประชิดรถ refer ทำให้เข็นคุณพ่อขึ้นรถไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ต้องพูดคุยกันนาน ถึงแม้สุดท้ายจะยอมมาขยับรถ แต่หากนึกถึงใจเขาใจเรา แค่คุณมาขยับให้เร็วอีกนิด ให้พ่อเฟิร์นได้เจอหมอเร็วอีกหน่อยเฟิร์นคงไม่เสียพ่อไปตลอดกาลส่วนศพของคุณพ่อ ถูกนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านพัก ในพื้นที่บ้านบางใหญ่ หมู่ 8 ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จังหวัดกระบี่ มีกำหนดสวดพระอภิธรรม ถึงวันที่ 22 ตุลาคมนี้ และจะมีพิธีฌาปนกิจศพ วันที่ 23 ตุลาคมนี้ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของผู้เสียชีวิต ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานศพ พบว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า งานนี้ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางสาวภัทราพร อายุ 29 ปี ลูกสาวผู้เสียชีวิต เธอเล่าถึงนาที ที่เธอทรุดตัวก้มกราบขอร้องให้เจ้าของรถกระบะ ถอยรถออกมา เพื่อให้คุณพ่อได้ขึ้นรถฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด แต่กว่าที่เขาจะยอมเลื่อนรถให้ ก็ต้องเสียเวลาหลายนาที เธอเชื่อว่า หากคุณพ่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกระบี่เร็วกว่า นี้คงจะไม่เสียชีวิต อยากฝากไปยังเจ้าของรถกระบะคู่กรณี อย่าไปกระทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก ส่วนการดำเนินคดีนั้น จะมอบให้ ทาง รพ.ปลายพระยา เป็นผู้ดำเนินการ แต่เธอได้ไปลงประจำวันกับตำรวจไว้แล้วการจอดรถขวางรถฉุกเฉินหรือรถพยาบาล ทำให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยล่าช้า จนผู้ป่วยเสียชีวิต ถือเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และ เป็นการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 ผู้ใดขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังเข้าข่ายฝ่าฝืน พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 อีกด้วย


Posted

in

by

Tags: