Oura หันโฟกัสจากสายฟิตเนสสู่สาวเจน Z ที่ใส่ใจสุขภาพจิต ร่วมมือทางคลินิกกับ Stanford และ Dexcom ตอกย้ำบทบาทผู้นำสมาร์ตริงตลาดเอาร่า (Oura) บริษัทเทคโนโลยีสุขภาพจากฟินแลนด์ผู้บุกเบิก แหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังพบว่าผู้ใช้ที่เติบโตเร็วที่สุดในปัจจุบันคือ “เหล่าสาว ๆ วัยยี่สิบต้น ๆ” หรือกลุ่ม Gen Z กลุ่มคนที่เกิดระหว่างช่วงปี ประมาณ ค.ศ. 1997–2012 ไม่ใช่กลุ่มผู้บริหารหรือนักธุรกิจสายสุขภาพอย่างที่ผ่านมาดอโรธี คิลรอย (Dorothy Kilroy) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ เอาร่า (Oura) เผยระหว่างการสัมภาษณ์ในงานเอเลอเวท คอนเฟอเรนส์ (Elevate Conference) ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนนาดา ว่าบริษัทสังเกตเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจนโดยบริษัทกล่าวว่า“พวกเธอดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง ดูแลสุขภาพจิตมากขึ้น และใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบร่างกายอย่างเข้าใจตนเองมากกว่าเดิมหลังใช้งาน”แหวนอัจฉริยะ เอาร่า (Oura Ring)คือแหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) จากฟินแลนด์ที่ออกแบบมาให้เป็น “แพลตฟอร์มสุขภาพขนาดจิ๋ว” สำหรับสวมใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตัวแหวนผลิตจากไทเทเนียม น้ำหนักเบา กันน้ำ และมีเซ็นเซอร์ฝังในวงแหวนอย่างแนบเนียน เพื่อวัดข้อมูลทางชีวภาพแบบรอบด้าน เช่นจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate)ความแปรปรวนของชีพจร (HRV)อุณหภูมิร่างกายการเคลื่อนไหวระดับออกซิเจนในเลือด (SpO₂)คุณภาพการนอนโดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกวิเคราะห์ด้วยระบบสมาร์ตเซนส์ซิ่ง (Smart Sensing) และอัลกอริธึมอัจฉริยะที่เรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้ใช้ เพื่อคำนวณคะแนนด้าน “การนอน” “ความพร้อมของร่างกาย” และ “กิจกรรมประจำวัน” ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสุขภาพแบบองค์รวมในเชิงป้องกันมากกว่าการติดตามเฉพาะกิจกรรมกีฬานอกจากนี้เอาร่า (Oura) ยังพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับอุณหภูมิความแม่นยำสูงเพื่อใช้วิเคราะห์รอบเดือน การตกไข่ และภาวะก่อนหมดประจำเดือน รวมถึงจับมือกับบริษัท เดกซ์คอม (Dexcom) บริษัทเทคโนโลยีสุขภาพจากสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้าน อุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่อง (Continuous Glucose Monitoring: CGM) ที่เชื่อมข้อมูลระดับน้ำตาลในเลือดแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับสู่การดูแลสุขภาพเชิงลึกที่ผสานข้อมูลจากร่างกายจริงกับการวิเคราะห์ด้วย AI อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังร่วมวิจัยกับสถาบันวิจัยระดับโลก เช่น Stanford, UC Berkeley และ UCSF พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คน เพื่อยกระดับความแม่นยำเชิงคลินิกจาก Startup สู่ผู้นำตลาดแหวนอัจฉริยะครองส่วนแบ่ง 80%เอาร่า (Oura) ก่อตั้งเมื่อ 13 ปีก่อน และถือเป็นบริษัทที่สร้างตลาดสมาร์ตริงขึ้นแทบจากศูนย์ ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 80% และเติบโตต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดรายได้เพิ่มขึ้นเท่าตัว และคาดว่าจะเติบโตอีกเท่าหนึ่งในปีนี้ความสำเร็จของโออูรา (Oura) มาจาก “กระแสปากต่อปาก” คล้ายกับแนวทางที่ Airbnb ใช้เติบโตมาก่อน ผู้ใช้พูดถึงคะแนนการนอนหลับของตนเอง จนกลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่แพร่หลายไปทั่วโลกกลุ่มผู้ใช้หลักของบริษัทคือ “Corporate Athletes” หรือพนักงานมืออาชีพที่ต้องการดูแลสุขภาพให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นมิลเลนเนียลและเจน X ที่มีกำลังซื้อสูงและใส่ใจสุขภาพคู่แข่งใหม่รุกตลาดสายฟิตเนสขณะที่ เอาร่า (Oura) เติบโตในกลุ่มมืออาชีพและผู้หญิงรุ่นใหม่ คู่แข่งอย่าง วูป (Whoop) หรือ สายรัดข้อมืออัจฉริยะ (smart strap) ที่เน้นวัดค่าทางสรีรวิทยาโดยละเอียดและ อัลตร้าฮิวแมน (Ultrahuman) หรือ แหวนสุขภาพแบบไม่ต้องสมัครรายเดือนกำลังจับตลาด “หนุ่มสายยิม” และนักกีฬาที่เน้นสมรรถภาพร่างกายโดย วูป (Whoop) เปิดตัวบริการตรวจเลือดก่อนหน้า เอาร่า (Oura) เพียงหนึ่งวัน ส่วน อัลตร้าฮิวแมน (Ultrahuman) ใช้กลยุทธ์ “ไม่เก็บค่าสมาชิกรายเดือน” เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเบื่อการจ่ายค่าบริการซ้ำ ๆแต่ดอโรธี คิลรอย (Dorothy Kilroy) ยืนยันว่า เอาร่า (Oura) จะไม่แข่งด้วยราคาเพราะ “เรามุ่งเน้นให้ผู้ใช้ได้รับคุณค่าจริงจากข้อมูลสุขภาพ และพอใจที่จะจ่ายต่อ เพราะเห็นประโยชน์ชัดเจนในชีวิตประจำวัน”จากดีลกับกลาโหมสหรัฐฯ สู่บทเรียนเรื่อง “ความไว้วางใจ”แม้ เอาร่า (Oura) จะถูกวิจารณ์หลังจากดีลมูลค่า 96 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3,500 ล้านบาท กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลของ พาลันเทียร์ (Palantir) บริษัทซอฟต์แวร์ด้านความมั่นคงและข้อมูลขนาดใหญ่ จนเกิดข้อกังวลเรื่อง “ข้อมูลส่วนบุคคล” แต่ทาง เอาร่า (Oura) ยืนยันชัดว่า ข้อมูลของสมาชิกทั่วไป “ไม่ถูกส่งต่อให้รัฐบาล” และโครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องเฉพาะข้อมูลการวิจัยด้านสุขภาพของเจ้าหน้าที่ทหารเท่านั้นเหตุการณ์นี้กลายเป็นเครื่องย้ำเตือนถึง “ความไว้วางใจ” ซึ่งเป็นหัวใจของเทคโนโลยีสวมใส่ทุกชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่รู้จักร่างกายของผู้ใช้ดีกว่าตัวเขาเอง สำหรับ เอาร่า (Oura) ความโปร่งใสและความปลอดภัยของข้อมูลจึงเป็นจุดยืนสำคัญ และยังสอดคล้องกับแนวทางใหม่ของแบรนด์ที่ต้องการสร้าง “ความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ใช้” ไม่ใช่เพียงการขายอุปกรณ์ติดตามฟิตเนสและนั่นคือเหตุผลที่ เอาร่า (Oura) เลือกเดินหน้าสู่ตลาดกลุ่มใหม่อย่าง “ผู้หญิงเจน Z” ซึ่งให้คุณค่ากับ สุขภาพจิต ความสมดุลของชีวิต และความไว้วางใจต่อเทคโนโลยี มากกว่าตัวเลขบนหน้าจอ สะท้อนว่าในยุคที่ Wearable ทุกแบรนด์แข่งกันด้วย “ข้อมูล” เอาร่า (Oura) กลับเลือกจะนำ “ความเชื่อใจ” มาเป้นจุดขายของแบรนด์ที่มาของภาพOura Ringอัปเกรดฟีเจอร์ใหม่เพื่อคุณผู้หญิงหวังเจาะกลุ่มตลาดใหม่เพื่อตอบโจทย์ตลาดกลุ่มใหม่อย่าง “ผู้หญิงเจน Z” เอาร่า (Oura) จึงพัฒนาฟีเจอร์เฉพาะทาง เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งใจไว้โดยพัฒนาระบบเช่นระบบติดตามรอบเดือนและภาวะตกไข่ ซึ่งบริษัทอ้างว่ามีความแม่นยำถึง 97%ฟีเจอร์ดูแลภาวะก่อนหมดประจำเดือน (Perimenopause)โหมดติดตามสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์โดยบริษัทกล่าวว่า “เราไม่ใช่เพียง Fitness Tracker แต่เป็นแพลตฟอร์มสุขภาพเชิงป้องกัน ที่ช่วยให้ผู้คนหลีกเลี่ยงความเครียด ความเหนื่อยล้า และตรวจจับสัญญาณโรคได้ตั้งแต่ระยะต้น” คิลรอยกล่าวบนเวทีในท้ายที่สุด เส้นทางใหม่ของเอาร่าริง (Oura Ring) สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจาก “อุปกรณ์ติดตามฟิตเนส” สู่ “เทคโนโลยีตรวจจับสุขภาพเชิงลึก” ที่เข้าใจร่างกายและจิตใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งบริษัทเองเลือกโฟกัสกลุ่มผู้หญิงเจน Z ที่ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิต ความมั่นคงทางอารมณ์ และความไว้วางใจในข้อมูล มากกว่าการแข่งขันด้านสมรรถภาพร่างกายเพียงอย่างเดียว นี่คือภาพลักษณ์ใหม่ของเอาร่า (Oura) ที่มุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวผ่านนวัตกรรม สุขภาวะ และความเชื่อใจ
แหวนอัจฉริยะ “Oura Ring” หันโฟกัสจากสายฟิตเนสสู่ทาร์เกตสาวเจน Z
by
Tags: