จรวด Zhuque-3 จรวดใช้งานซ้ำลำแรกของจีน ผ่านการทดสอบเครื่องยนต์ เตรียมส่งขึ้นสู่อวกาศปลายปีนี้

จรวด Zhuque-3 จรวดใช้งานซ้ำลำแรกของจีน ผ่านการทดสอบเครื่องยนต์ เตรียมส่งขึ้นสู่อวกาศปลายปีนี้บริษัท LandSpace ซึ่งเป็นผู้ให้บริการปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์ชั้นนำในประเทศจีน ได้ประกาศความสำเร็จในการทดสอบจุดระเบิดเครื่องยนต์ขณะตรึงกับฐาน (Static-fire test) ของจรวด Zhuque-3 หรือ ZQ-3 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ผลักดันให้จรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ลำแรกของจีน ใกล้เข้าสู่เที่ยวบินปฐมฤกษ์บริษัท LandSpace ตั้งเป้าที่จะปล่อยจรวดลำนี้ขึ้นสู่วงโคจรโลกก่อนสิ้นปี 2025 ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นตัวชี้วัดที่แข็งแกร่งว่าอุตสาหกรรมอวกาศเอกชนของจีนพร้อมที่จะท้าทายความสำเร็จของบริษัท SpaceXรายละเอียดการทดสอบครั้งสำคัญการทดสอบจุดระเบิดเครื่องยนต์ขณะตรึงกับฐาน (Static Fire Test) เป็นการทดสอบมาตรฐานก่อนการปล่อยจริง โดยจรวดยังคงถูกยึดอยู่กับฐาน การทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของระยะแรก ของภารกิจเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของจรวด Zhuque-3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 ถึง 20 ตุลาคม 2025 ณ เขตนำร่องนวัตกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ตงเฟิง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนบริษัท LandSpace ระบุว่า การทดสอบระยะแรกนี้ครอบคลุมการซ้อมปฏิบัติการอย่างครบถ้วน รวมถึงการขนส่งจรวดในแนวนอนและการยกตั้ง, การเติมเชื้อเพลิง, การจุดระเบิดและการยึดเครื่องยนต์, และการระบายเชื้อเพลิง เพื่อตรวจสอบความเข้ากันได้ของระบบจรวด Zhuque-3 กับระบบฐานปล่อยหลังจากนี้ จรวด Zhuque-3 จะเข้าสู่ขั้นตอนการซ้อมการรวมแนวตั้ง (Vertical integration rehearsal) ก่อนจะกลับไปยังพื้นที่ทางเทคนิคเพื่อตรวจสอบและบำรุงรักษา บริษัท LandSpace วางแผนว่าในระยะที่สองของภารกิจ จะเน้นที่การปล่อยสู่วงโคจรเป็นเป้าหมายหลัก พร้อมกับการ พยายามกู้คืนท่อนแรกของจรวดไปพร้อมกันการเปรียบเทียบกับ Falcon 9 ของ SpaceXโครงสร้างจรวด Zhuque-3 ซึ่งสร้างจากเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless steel launcher) มีลักษณะคล้ายคลึงอย่างมากกับจรวด Falcon 9 ที่เป็นจรวดใช้งานหลักของบริษัท SpaceX1. โครงสร้างและการนำกลับมาใช้ใหม่ โดยทั้งจรวด Zhuque-3 และ Falcon 9 ต่างเป็นจรวดสองท่อน (Two-stage rockets) โดยมีท่อนแรกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และท่อนบนเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ท่อนส่งเสริมของจรวด Zhuque-3 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 9 ตัว ซึ่งคล้ายกับจรวด Falcon 92. ในด้านขีดความสามารถ จรวด Zhuque-3 มีความสูง 217 ฟุต หรือ 66 เมตร และสามารถบรรทุกน้ำหนักไปยังวงโคจรต่ำของโลก (LEO) ได้ประมาณ 40,350 ปอนด์ หรือ 18,300 กิโลกรัม ซึ่งบริษัท LandSpace ระบุว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกันกับจรวด Falcon 9 ที่มีความสามารถในการบรรทุก LEO อยู่ที่ 50,265 ปอนด์ หรือ 22,800 กิโลกรัม3. ความแตกต่างของเชื้อเพลิง โดยความแตกต่างสำคัญ คือ จรวด Zhuque-3 ใช้เครื่องยนต์ Tianque-12A ที่ใช้เชื้อเพลิง มีเทนเหลว (Liquid Methane) และออกซิเจนเหลว (LOX) ในขณะที่เครื่องยนต์ Merlin ของจรวด Falcon 9 ใช้เชื้อเพลิงออกซิเจนเหลว (LOX) และน้ำมันก๊าดเกรดจรวดอย่างไรก็ตาม การเลือกใช้มีเทนเหลว (Liquid Methane) และออกซิเจนเหลว (LOX) ของบริษัท LandSpace สอดคล้องกับเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ Raptor ที่ใช้ในจรวด Starship ขนาดใหญ่พิเศษของบริษัท SpaceX ซึ่งเป็นจรวดเจเนอเรชันถัดไปโดยบริษัท LandSpace มีประสบการณ์ในการใช้เชื้อเพลิงดังกล่าว เนื่องจากจรวด Zhuque-2 ที่ใช้แล้วทิ้งของพวกเขา เป็นยานพาหนะมีเทนเหลว (Liquid Methane) และออกซิเจนเหลว ลำแรกที่ไปถึงวงโคจรได้สำเร็จในเดือนกรกฎาคม 2023ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่ออุตสาหกรรมอวกาศจีนจรวด Zhuque-3 ถูกออกแบบมาให้เป็นยานปล่อยของเหลวที่มีความสามารถในการบรรทุกขนาดใหญ่และมีต้นทุนต่ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับการติดตั้งกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ของจีนบริษัท LandSpace ย้ำว่า หากความพยายามในการกู้คืนจรวดประสบความสำเร็จ จะไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสำหรับจรวดรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น แต่ยังถือเป็น ก้าวสำคัญสู่การที่จีนจะเข้าสู่ยุคการขนส่งอวกาศขนาดใหญ่ (Large-scale space transportation)ความสำเร็จในด้านจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้นี้จะนำมาซึ่งมูลค่าทางยุทธศาสตร์มหาศาลและความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ในการลดต้นทุนการเข้าถึงอวกาศ, การเร่งติดตั้งกลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำ, การเพิ่มความถี่ในการปล่อยจรวด และการยกระดับความสามารถทางอุตสาหกรรมสำหรับการออกแบบการกู้คืนนั้น จรวด Zhuque-3 มีกลไกสำคัญ เช่น ระบบควบคุมแรงปฏิกิริยา (RCS), ครีบกริด (Grid fins), และขาตั้งลงจอด (Landing legs) พร้อมการออกแบบปีกแบบ Strake wing ทำให้ภารกิจนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับฐานปล่อยเท่านั้น แต่รวมไปถึงการนำจรวดกลับมาใช้งานใหม่อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับบริษัท LandSpace ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 และได้ดำเนินการทดสอบครั้งสำคัญหลายครั้งสำหรับจรวด Zhuque-3 ก่อนการทดสอบล่าสุดในเดือนตุลาคม 2025 รวมถึงการทดสอบปล่อยและลงจอดในระดับความสูงต่ำเมื่อปีที่แล้ว และการทดสอบจุดระเบิดขณะตรึงกับฐานเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทกำลังมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่การประยุกต์ใช้ทางวิศวกรรมและการพัฒนาระบบจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ในขนาดใหญ่ข่าวที่เกี่ยวข้องทำไมกระเบื้องกันความร้อนของยาน Starship เปลี่ยนเป็นสีส้มขาวหลังกลับจากชั้นบรรยากาศโลก ?SpaceX ตั้งหน่วยดับเพลิงอาสาสมัคร คุมความปลอดภัยฐานปล่อยจรวดเมือง StarbaseSpaceX เตรียมทดสอบยาน Starship เที่ยวบินทดสอบครั้งที่ 11 ในวันที่ 14 ตุลาคม ตามเวลาในประเทศไทยSpaceX เล็งปล่อยจรวด Starship เที่ยวบินที่ 11 ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ เตรียมทดสอบการนำกลับมาใช้ซ้ำของบูสเตอร์อีลอน มัสก์ อัปเดตโครงการ Starship ก้าวสู่อนาคตแห่งมนุษยชาติในอวกาศ


Posted

in

by

Tags: