รพ.แถลงการณ์ ปมผู้ป่วยเสียชีวิต เผยปฏิเสธรักษา หนีออกจาก รพ. ย้อนเหตุการณ์ได้ฟังยังอึ้ง

รพ.ออกแถลงการณ์ ปมผู้ป่วยเสียชีวิต เผยปฏิเสธการรักษา หนีออกจากโรงพยาบาล ก่อนสิ้นใจอีก รพ. ย้อนเหตุการณ์ได้ฟังยังอึ้ง ไม่พอใจหมอ หลังบอกว่าถ้าไม่ใส่ท่ออาจเสียชีวิต ลั่นเหมือนสาปแช่งวันที่ 23 ต.ค.68 เฟซบุ๊กเพจ "โรงพยาบาลภูผาม่านofficial" โพสต์แถลงการณ์ชี้แจงการให้การรักษาผู้ป่วยตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ตามที่ได้ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์กรณีมีผู้ป่วยเสียชีวิต ภายหลังจากการมารับบริการที่โรงพยาบาลภูผาม่าน นั้น โรงพยาบาลภูผาม่านมิได้นิ่งเฉยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลำดับเหตุการณ์ดังกล่าวคือผู้ป่วยได้มารับบริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ด้วยอาการ ไอ มีไข้ เหนื่อย แพทย์ให้นอนโรงพยาบาลแต่ผู้ป่วยขอกลับบ้านและปฏิเสธการรักษาต่อมาวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ผู้ป่วยได้กลับมารับการรักษาอีกครั้งด้วยอาการไอ ใจสั่น หอบ หายใจไม่สะดวกและมีไข้ ผู้ป่วยได้นอนโรงพยาบาลและแพทย์ได้ทำการรักษา โดยแจ้งแนวทางการรักษาว่าต้องทำการใส่ท่อเพื่อช่วยหายใจ แต่ผู้ป่วยก็ปฏิเสธการรักษาด้วยการใส่ท่อช่วยหายใจ และญาติก็รับรู้ความต้องการของผู้ป่วยจนกระทั่งแพทย์ได้ทำการรักษาจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ผู้ป่วยหลบหนีออกจากโรงพยาบาล โดยมีคนมารับผู้ป่วยออกไป ทีมดูแลผู้ป่วยได้ตามญาติเพื่อชี้แจงและให้ตามผู้ป่วยกลับมารักษา แต่ญาติไม่สามารถตามผู้ป่วยกลับมาได้ ญาติจึงขอปฏิเสธการรักษา หลังจากนั้นญาติผู้ป่วยดังกล่าวได้นำผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และท้ายสุดผู้ป่วยได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาซึ่งทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในวัน เวลา สถานที่ และสถานการณ์ที่แตกต่างกัน จึงขอชี้แจงให้ทราบว่าทางโรงพยาบาลภูผาม่านได้ดำเนินการรักษาผู้ป่วยรายดังกล่าวตามแนวปฏิบัติการรักษา มาตรฐาน และคุณภาพ อย่างเต็มความสามารถแล้ว และจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้โรงพยาบาลภูผาม่านขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย และโรงพยาบาลจะมุ่งมั่นพัฒนาระบบบริการเพื่อให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน ต่อไปขณะเดียวกัน สมาชิกเฟซบุ๊ก "Remrin" ได้โพสต์เล่าถึงปมเหตุของเรื่องดังกล่าวไว้ว่า "เคสนี้ประหลาดมาก ญาติอะแปลก อยู่ๆ หมอกลายเป็นฆาตกรในมุมญาติได้ยังไงไทม์ไลน์1. 30 ก.ย. คนไข้ไม่สบาย มีอาการติดเชื้อลงปอด จึงแนะนำว่าต้องนอนรพ. เพื่อให้ยาฆ่าเชื้อ ->ผู้ป่วยปฏิเสธ ขอกลับบ้าน2. 7 ต.ค. เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ เชื้อลงปอดอาการหนักมากขึ้น ไม่ไหว จึงยอมมานอน รพ. แพทย์แจ้งญาติว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะปอดคนไข้แย่มาก เริ่มมีอาการเหนื่อย แต่ญาติปฏิเสธ เพราะเคยเห็นแม่ใส่ท่อแล้วก็เสียชีวิต (**แต่คนละกรณีนะ ถ้าเหนื่อยจากการติดเชื้อ ถ้าใส่ท่อแล้วรักษาการติดเชื้อได้ โอกาสรอดมีสูง) จึงปฏิเสธ3. 10 ต.ค. ผู้ป่วยตัดสินใจหนีออกจากโรงพยาบาล ให้คนรู้จักมารับ โรงพยาบาลรู้ดีว่าคนไข้อาการหนัก พยายามโทรตามให้กลับมารักษาต่อ แต่ไม่สำเร็จ4. คนไข้อาการหนักขึ้น ไม่ไหว ประกอบกับขาดการรักษาและขาดการได้ยาจากรพ.ต่อเนื่อง จึงทรุดหนักเลยมา รพ.ใกล้ๆ5. ทางโรงพยาบาล X-ray และประเมินอาการ จึงแจ้งญาติว่า ผู้ป่วยระบบหายใจล้มเหลว จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ คนไข้ไม่ไหวแล้ว หากไม่ใส่ท่อจะเสียชีวิตแน่นอน6. ญาติไม่พอใจอย่างมาก ที่หมอพูดคำว่าเสียชีวิต จึงด่าเพราะเข้าใจว่าต้องการสาปแช่งให้คนไข้เสียชีวิต และยังคงปฏิเสธใส่ท่อช่วยหายใจเหมือนเดิม7. สุดท้ายคนไข้ไม่ได้ใส่ท่อ ไม่ไหว และเสียชีวิตจริง ญาติโกรธแค้นโพสต์เฟซด่าว่า น้องกุตุยสมใจมึงแล้วไหมหมอ และโพสต์ด่าอย่างหยาบคายอีกหลายโพสต์ ว่าหมอสาปแช่ง และเป็นฆาตกรอนึ่ง ที่หมออธิบาย ล้วนอธิบายตามความเป็นจริง ว่าสถานหน้างานวิกฤติขนาดไหน แอดเองก็แนะนำญาติคนไข้เรื่องใส่ท่อหลายครั้ง ก็บอกทุกครั้งว่าถ้าไม่ใส่มีโอกาสเสียชีวิตสูง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้น เวลาคือเรื่องสำคัญครับ เน้นใช้คำที่คุยแล้วเข้าใจ หมอไม่สามารถประดิษฐ์คำพูดสวยงามที่ฟังแล้วเสนาะหูได้หรอก มันต้องรีบพูดและรีบตัดสินใจแข่งกับเวลานะครับคือถ้าคนไข้อายุน้อย และประเมินแล้วว่าการใส่ท่อ ยังมีแนวทางรักษาให้หายได้ ก็จะเชียร์ให้ใส่นะ ยกเว้นแก่มาก มีโรคมะเร็ง หรือโรคที่รักษาไม่หาย อันนั้นอาจจะไม่เชียร์ ใดๆ หมอพูดตามข้อเท็จจริง เขาไม่ได้แช่งเน้อ ที่บอกว่าผู้ป่วยจะเสียชีวิตมันก็ข้อเท็จจริง สุดท้ายเคสนี้พอไม่ใส่ก็เสียชีวิตจริงๆ แล้วที่คนไข้ปฏิเสธการรักษาตั้งแต่อาการยังไม่หนัก อีกทั้งยังหนีออกจากโรงพยาบาล และปฏิเสธใส่ท่ออีก แล้วหมอจะทำไรได้อะขอบคุณ : โรงพยาบาลภูผาม่าน , Remrinอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รพ.แถลงการณ์ ปมผู้ป่วยเสียชีวิต เผยปฏิเสธรักษา หนีออกจาก รพ. ย้อนเหตุการณ์ได้ฟังยังอึ้งติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th


Posted

in

by

Tags: