ครอบครัวสุดภูมิใจ ลูกชายกลับจากปราสาทตาควายนาน 3 เดือน แห่ให้กำลังใจรับขวัญทหาร

บรรดาพ่อแม่พร้อมครอบครัว ชาวบ้าน และผู้นำท้องถิ่น ได้เดินทางมาร่วมพิธึผูกแขนรับขวัญให้กำลังใจ หลังจาก นายอัครินท์ คำไฮ อายุ 21 ปี ไปเป็นทหารแนวหน้าสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 26/2 ม.7 ต.วังบัว อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นบ้านของนายอัครินท์ คำไฮ อายุ 21 ปี พลทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 3 ของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) จ.ลพบุรี บรรดาพ่อแม่พร้อมครอบครัวชาวบ้าน และผู้นำท้องถิ่น ได้เดินทางมาร่วมพิธึผูกแขนรับขวัญให้กำลังใจ หลังจากไปเป็นทหารแนวหน้าสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ไปประจำการที่ ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.68 จนถึงปัจจุบัน นานถึง 3 เดือน ซึ่งได้รับอนุญาตใหัเดินทางกลับมาพักที่บ้านเกิดใน จ.กำแพงเพชรโดยมีนายอนันต์ ผลอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต 3 และหน่วยงานทุกภาคส่วนได้เข้าร่วมมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ทหารกล้าที่ไปปกป้องชายแดน ซึ่งทุกคนในครอบครัวเมื่อทราบข่าวว่าลูกหลานของตนมีคำสั่งให้เดินทางไปนบแนวหน้าก็มีความเป็นห่วงและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทุกวัน เมื่อทราบข่าวว่าได้ลากลับมาพักที่บ้านและปลอดภัยต่างก็พากันดีใจพร้อมกับมาร่วมงานในวันนี้พลทหารอัครินท์ เล่าว่า หลังจากที่ตนเองทราบว่าจะได้ไปปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่คิดว่าตนเองจะได้ไปรบแนวหน้า ซึ่งได้ช่วงที่ไปประจำการก็เป็นช่วงแรกๆที่มีการปะทะกันกับฝั่งกัมพูชา สถานการณ์ขณะนั้นค่อนข้างตึงเครียดโดยมีการสู้รบกันตลอดทั้งวันทั้งคืนอยู่หลายวันแทบจะไม่มีเวลานอนและอาหารก็ไม่ได้กินเพราะช่วงนั้นไม่มีใครสามารถนำอาหารขึ้นมาส่งได้ ลึกๆตนก็กลัวว่าจะไม่ได้กลับบ้านไปหาครอบครัว มาเจอหน้าลูกกับเมีย จนครบเวลา 3 เดือน จึงได้ลากลับมาบ้านตั้งแต่ 23 ต.ค.68 และจะเดินทางไปปฎิบัติหน้าที่ต่อจุดเดิมในวันที่ 1 พ.ย.68 ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดภารกิจเมื่อใด อีกทั้งช่วงที่ตนเองไปประจำการสู้รบอยู่นั้นก็ได้มีโอกาสเห็นศพของทหารกัมพูชานอนเสียชีวิตในป่า โดยวันนี้ดีใจมากที่ชาวบ้านและผู้นำมาให้กำลังใจตนเอง และเห็นความสำคัญ ซึ่งตนก็มีความภาคภูมิใจว่าได้ทำหน้าที่ชายไทยในการเป็นทหารปกป้องประเทศขณะที่นายมงคล คำไฮและ นางแสงตะวัน ดวงบุญชู พ่อและเเม่เล่าว่า หลังทราบข่าวว่าลูกชายของตนจะไปประจำการสู้รบแนวหน้าชายแดนไทยกัมพูชา ตนก็รู้สึกเป็นห่วงอย่างมากจนนอนไม่หลับเพราะไม่สามารถติดต่อกับลูกได้ ซึ่งก็เฝ้าติดตามสถานการณ์และรอลูกชายโทรกลับมา ได้บอกลูกชายว่าให้ไหว้ป่าไหว้เขาเพื่อปกปักคุ้มครองให้รอดพ้นจากอันตราย ซึ่งพอรู้ว่าลูกชายได้กลับมาบ้านก็ดีใจเป็นอย่างมาก โดยระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาตนก็เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของลูกชายตลอด จนในวันนี้ผู้นำหมู่บ้านผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านหลังทราบข่าวก็ได้มาร่วมผูกแขนให้กำลังใจลูกลูกชายของตน ก็รู้สึกดีใจที่ทุกคนยังให้ความสำคัญกับทหาร ซึ่งหลังจากนี้ลูกก็จะกลับไปปฎิบัติหน้าที่ต่อตนก็ยังเป็นห่วงอยู่แต่ก็ก็ยังไม่มากเท่าช่วงที่สู้รบกันหนักๆ ขณะที่ผู้เป็นพ่อได้กล่าวว่าตนรู้สึกเป็นห่วงลูกชายแต่ก็ภาคภูมิใจที่ไปทำหน้าที่ลูกผู้ชายชาติทหารรับใช้ชาติในชีวิตของลูก และเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะกลับไปรอบนี้สถานการณ์การสู้รบจะคลี่คลายลงแต่ก็ยังเป็นห่วงลูก


Posted

in

by

Tags: