เปิดเบื้องหลังคดี “บัญชีม้านิติบุคคล” หลอกลงทุน โยงไล่ออก “รอง ผกก.”

รายการ “Unlock The Case” เปิดเบื้องหลังคดีขบวนการจีนเทา ใช้ จากกรณี ตำรวจระดับ “รองผู้กำกับการ” ในสังกัดสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสมคบฟอกเงินและเป็นที่ปรึกษาให้เครือญาติเปิดบัญชีม้า โดย ผบ.ตร. สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบและดำเนินการอย่างเด็ดขาด และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมาและมีข้อมูลว่ากรณีดังกล่าวโยง กับการอ้างชื่อ "เซียนหุ้น" หลอกให้ลงทุน โอนเงินผ่าน "บัญชีม้านิติบุคคล" ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 600 ล้านบาท จาก 265 คดีโดยเบื้อหลังคดีดังกล่าว พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ รอง ผกก.2 บก.ปอท. เปิดเผยในรายการ “Unlock The Case” ว่า ตั้งต้นมาจากผู้เสียหายรายหนึ่งไปเจอโฆษณาในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการเทรดหุ้น จนเกิดความสนใจพอคลิกเข้าไปก็จะไปเจอเว็บไซต์หนึ่งให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกลุ่มคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างดีเพื่อทำให้ผู้เสียหายเชื่อ โดยมีการอ้างตัวว่าเป็นเสขานุการของ นายนิติ โอสถานุเคราะห์ นักลงทุนคนดัง ทักไลน์ส่วนตัวมาหาผู้เสียหาย โดยอ้างว่าจะมาช่วยดูแลและสอนเรื่องการเทรดหุ้น หลังจากนั้นมีการดึงเข้ากลุ่มไลน์ Openchat ที่เต็มไปด้วยหน้าม้า ชักชวนลงทุนและให้ความรู้ ซึ่งเคสนี้คนร้ายใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการทำให้ผู้เสียหายไว้เนื้อเชื่อใจ ก่อนจะชักชวนลงทุนจากนั้นก็อ้างว่ามีหุ้นรายวันที่ทำกำไรได้ 10-30% โดยใช้เวลาถือหุ้น 3 วัน และเชิญให้ผู้เสียหายร่วมลงทุน โดยมีการโอนเงินรวม 5 ครั้ง รวมประมาณ 1.2 ล้านบาท โดยจะมีตัวเว็บไซต์ปลอม (FINNIXMAX – CGS International) ที่ทำขึ้นมาเลียนแบบเว็บไซต์การลงทุนของจริง ซึ่งผู้เสียหายก็จะเห็นยอดเงินที่โอนไป เห็นคำสั่งซื้อ เห็นราคาหุ้น รวมทั้งเห็นตัวเลขกำไรในพอตหุ้น แล้วพอผู้เสียหายลองถอนกำไรออกมาครั้งแล้วแล้วถอนได้จริงก็หลงเชื่อ แต่พออยากถอนทั้งทุนและกำไรก็ไม่สามารถถอนได้ โดยคนร้ายหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปเพิ่มขึ้นอีก จนผู้เสียหายรู้ตัวและไหวตัวทันไม่โอนเงินเพิ่มไปนอกจากนั้นความน่าสนใจของคดีนี้คือ มีการใช้ "บัญชีม้านิติบุคคล" หรือ “บัญชีบริษัท” รับโอนเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งทำให้ผู้เสียหายเชื่อใจขบวนการหลอกลงทุนดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น แตกต่างจากการใช้ “บัญชีม้าบุคคล" รับโอนเงินแบบเดิม โดยข้อแตกต่างคือ "บัญชีนิติบุคคล" ธนาคารจะกำหนดเพดานการโอนเงิน หรือการเบิกถอนสูงกว่า “บัญชีบุคคล" หรือไม่กำหนดวงเงินเบิกถอนเลยแล้วแต่ธนาคาร อีกทั้ง "บัญชีม้านิติบุคคล" จะมีระยะเวลาใช้งานได้นานกว่า “บัญชีม้าบุคคล" เพราะถ้าเป็นบัญชีบุคคลทั่วไปหากมีคนแจ้งความธนาคารก็จะอายัดบัญชี แต่ถ้าเป็นบัญชีนิติบุคคลจะต้องผ่านการสืบสวนก่อนกว่าจะถึงขั้นตอนการอายัดบัญชีโดยการได้มาซึ่ง "บัญชีม้านิติบุคคล" ในคดีนี้ พ.ต.ท.นิธิ เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายได้ไปหาคนที่มีบัญชีนิติบุคคลอยู่แล้ว โดยหาจากนิติบุคคลที่เคยเปิดจริง ประกอบกิจการจริง แต่ทุกวันนี้เลิกกิจการไปแล้ว แต่ยังไม่จดทะเบียนยกเลิก และตัวเขาก็ยังมีบัญชีนิติบุคคลอยู่ ซึ่งคนร้ายก็จะไปติดต่อคนเหล่านี้ให้มารับโอนเงินจากเหยื่อ โดยอ้างว่าเงินที่เข้าเป็นเงินเกี่ยวกับการลงทุน การเทรดหุ้น และพนันออนไลน์ โดยให้ผลตอบแทน 1-3% จากยอดเงินที่โอนเข้า โดยกลุ่มนายหน้าที่หาบัญชีเป็นคนไทย และส่งบัญชีให้คนจีนที่เกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ทำหน้าที่ฟอกเงิน เมื่อมียอดเงินโอนเข้ามา คนจีนก็จะแจ้งกลุ่มนายหน้าพาเจ้าของบัญชีไปเบิกเงินสดทันที ซึ่งพบว่ามีการเบิกถอนเงินทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดพ.ต.ท.นิธิ ยังบอกอีกว่า หลังสืบสวนเส้นเงินที่เกี่ยวข้องพบว่ามีทั้งหมด 11 บริษัท และเมื่อสืบสวนต่อไปก็พบว่าทั้ง 11 บริษัทนี้มีผู้เสียหายแจ้งความไว้ทั้งหมด 265 คดี ความเสียหายประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการหลอกลงทุนทั้งหมดพ.ต.ท.นิธิ ยังบอกอีกว่าสำหรับประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบก่อนตกเป็นเหยื่อได้ โดยการเอาชื่อบริษัทที่รับโอนเงินไปค้นหาข้อมูลจากกรมธุรกิจการค้า ซึ่งจะมีข้อมูลว่าประกอบกิจการอะไร ตรงกับสิ่งที่เรากำลังจะลงทุนหรือไม่ ซึ่งคดีนี้บัญชีนิติบุคคลส่วนใหญ่ที่นำมารับโอนเงินเป็นบริษัทเกี่ยวกับการก่อสร้าง ไม่ได้เกี่ยวกับการเทรดหุ้นเลยข่าวที่เกี่ยวข้องรวบอดีตผู้สมัคร สจ. รับจ้างขนยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด อ้างหาเงินใช้หนี้เพราะสอบตก! ประเดิมจับวันแรก! ขบวนการโกงสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” รวบร้านค้าแลกเงินสด อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเบื้องหลังคดี "บัญชีม้านิติบุคคล" หลอกลงทุน โยงไล่ออก "รอง ผกก."ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com


Posted

in

by

Tags: