3 แอปฯ เทรดหุ้นต่างประเทศ ที่นักลงทุนไทยต้องมี

Sanook Hitech เลยจะมาเปิด 3 แอปฯ เทรดยอดนิยมที่เรียกว่า ควรมีติดเครื่องไว้ รับรองไม่พลาดทุกการเทรดทุกวันนี้การซื้อมือถือหลายคนไม่ได้เอามาแค่ติดต่อสื่อสาร หรือเล่นเกมและ Social แต่เทรนด์ที่หลายคนพบเจอคือการเทรดตลาดลงทุนต่างๆ ซึ่งแอปฯ ก็มีผลต่อการทำให้ตัดสินใจการซื้อมือถือ Sanook Hitech เลยจะมาเปิด 3 แอปฯ เทรดยอดนิยมที่เรียกว่า ควรมีติดเครื่องไว้3 แอปฯ เทรดที่นักลงทุนไทยต้องมีbatch_dime1. Dime! (ไดม์)ตัวแรกที่จะแนะนำ Dime! คือประตูสู่การลงทุนที่ถูกออกแบบมาเพื่อ นักลงทุนมือใหม่ ที่ต้องการเริ่มต้นอย่างง่ายดาย เพราะมาพร้อมกับครอบคลุมทั้ง หุ้นไทย หุ้นสหรัฐฯ ETF กองทุน และทองคำ นอกจากนี้ อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย, รองรับภาษาไทยได้ครบถ้วน และขั้นตอนการเปิดบัญชีที่รวดเร็วข้อสังเกตุ : ผู้ใช้บางส่วนอาจยังพบข้อจำกัดเรื่องการไม่รองรับเครดิต 26รวมถึงการจัดการยอดถอนและส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย (BID-ASK)webull-joins-tradingview-as-i2. Webull (วีบูลล์)ถัดมาสำหรับคนที่ต้องการให้เกิดความยืดหยุ่นในการลงทุนต้องตัวนี้ Webull เพราะถูกออกแบบให้นักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่นและการเทรดขั้นสูงในตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดยเน้นไปที่ หุ้น-ETF สหรัฐฯ และ ออปชัน และสามารถ เทรดเศษหุ้น (เศษหุ้น) ได้ และเปิดโอกาสให้ เทรดหุ้นได้ตลอดเวลาข้อสังเกตุ : จากที่บอกมาทั้งหมดนี้ สิ่งเดียวที่ยังทำไม่ได้คือ ไม่รองรับการซื้อขายหุ้นไทย และไม่มีฟังก์ชันพอร์ตโฟลิโอแนะนำสำหรับผู้ใช้batch_p43. InnovestX (อินโนเวสท์เอ็กซ์)และมาถึงอีกตัวที่คุ้นเคยกันดี InnovestX ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการ ครบทุกสินทรัพย์ในที่เดียว เพราะมีให้ครบทั้ง หุ้นไทย หุ้นนอก กองทุน และคริปโตแต่ก็มีข้อสังเกตคือ อาจมี ค่าคอมมิชชันสูง หากเทรดด้วยจำนวนเงินน้อย และมีส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย (BID/OFFER) ที่น้อยกว่าสุดท้ายนี้การลงทุนทุกสิ่งก็มีความเสี่ยง ควรจะดูให้ดีว่าจะลงทุนกับอะไร การเลือกแอปฯ ก็เช่นกัน เพราะมีตัวอย่างให้ดูก่อนที่จะเริ่มลงทุนจริงก็ควรดูแบบฟังหูไว้หูจะดีกว่านะ


Posted

in

by

Tags: