คลิปเศร้าใจ เด็กเก็บกระทง พลาดจมน้ำ ช้ำอีก แม่เลี้ยงตบหน้าซ้ำ

คลิปเศร้าใจ เด็กเก็บกระทง พลาดจมน้ำ ซ้ำ โดนแม่เลี้ยงตบหน้า แถมปล่อยให้นั่งหนาวนอกบ้าน พลเมืองดีตามช่วย อึ้งหนักพบการใช้ความรุนแรงในบ้านข่าวโซเชียล กรณี คลิป เด็กเก็บกระทง พลาดจมน้ำ สู่การใช้ความรุนแรงในครอบครัว โดย ผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ดีให้เก็บ เจ็บให้จำ โพสต์คลิปและติดตามเรื่องราว เด็กเก็บกระทงจมน้ำ ประมาณว่า ขณะที่ตนกำลังลอยกระทง ได้พบเด็กหญิงตัวเล็กๆ สองคน กำลังพยายามลงไปเก็บเหรียญจากกระทงในน้ำ แต่แล้วหนึ่งในเด็กหญิงก็ พลาดท่าจนเกือบจมน้ำ โชคดีที่มีผู้ช่วยเหลือไว้ได้ทัน ท่ามกลางความตกใจและร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวของเด็ก เมื่อผู้คนในวัดช่วยกันตามหาผู้ปกครอง หญิงคนหนึ่งที่ภายหลังทราบว่าเป็น “แม่เลี้ยง” ของเด็กทั้งสองก็เดินเข้ามา แต่แทนที่จะปลอบโยน กลับ ตบหน้าเด็กอย่างแรง ต่อหน้าคนจำนวนมาก พร้อมตะคอกเสียงดังว่า “มึงทำกูโดนด่าไปกี่รอบ!” แม้ชาวบ้านจะพยายามห้ามปราม แต่ก็ไม่เป็นผลข่าวที่น่าสนใจเปิดคำสารภาพ ไสวชายกินหมา ไม่ต่ำกว่า 1,000 ตัว อร่อยกว่าเนื้อวัวด่วน! เขมรยึดปราสาทคนา ปักธง-สร้างกระเช้าขึ้นมาเหมือนภูมะเขือคลิปไวรัล ลุงเสื้อฟ้าถอดเสื้อ vs หนุ่มเสื้อดำ เจอมีดวิ่งหนีเกือบตกคลองคลิป เด็กเก็บกระทง พลาดจมน้ำซึ่ง หลังก่อเหตุ แม่เลี้ยงคนดังกล่าวกลับไม่พาเด็กกลับบ้าน ปล่อยให้เด็กหญิงนั่งขดตัวอยู่ที่วัดกลางดึกอย่างเดียวดาย เด็กหญิงได้เผยความรู้สึกทั้งน้ำตาว่า “แม่กลับไปแล้ว… พ่อบอกให้รอที่นี่ ถ้ากลับตอนนี้กลัวถูกตี” ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เจ้าของโพสต์และชาวบ้านได้ช่วยกันสืบหาข้อเท็จจริง และพบว่าเด็กทั้งสอง ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่เลี้ยงคนนี้ แต่เป็นลูกของพี่ชายฝ่ายชายที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำ และหญิงคนนี้ได้รับมาเลี้ยงดูต่อ ทว่าเป็นการ “เลี้ยงเพื่อให้ทำงาน” ชาวบ้านในพื้นที่ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า เด็กหญิงถูกใช้ให้ขายน้ำส้ม และหาก ขายไม่ถึงยอดก็จะถูกตี “ตามจำนวนขวด” ซึ่งเด็กถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำ นอกจากนี้ ยังได้ยินเสียงทะเลาะกันในบ้านเรื่องเด็กบ่อยครั้ง และตั้งข้อสงสัยว่า เด็กแทบจะไม่ได้ไปโรงเรียนหรือเรียนหนังสือเลย-คลิป เหตุการณ์ต้นฉบับล่าสุด “ผู้โพสต์ได้แจ้งความคืบหน้าว่า เด็กทั้งสองคนถูกส่งกลับไปอยู่กับคุณยาย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยญาติยืนยันว่าจะดูแลเด็กๆ เอง” เหตุการณ์นี้ได้จุดประเด็นความห่วงใยในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยประชาชนต่างวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือหน่วยงานคุ้มครองเด็กอื่นๆ เร่งเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยและสภาพจิตใจของเด็กทั้งสองคนโดยด่วน เนื่องจากเป็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ไม่ควรถูกละเลย


Posted

in

by

Tags: