“สันธนะ” นำเอกสารใบบันทึกแจ้งความ และรูปภาพสถานประกอบการเข้าแจ้งความดำเนินคดีผกก. และรองผกก.ป. สน.ทองหล่อ ข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ หลังพบคดีไม่คืบหน้าเรื่องให้ตรวจสอบสถานบันเทิงเปิดเกินเวลา อีกทั้งตำรวจยังมีความพยายามไกล่เกลี่ยเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 พ.ย. ที่ สน.ทองหล่อ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล นำหลักฐานบันทึกประจำวันการเข้าแจ้งความสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ ลงวันที่ 7 ส.ค. 68 และเอกสารภาพของสถานบันเทิงดังกล่าว เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความเอาผิด กับ ผกก. สน.ทองหล่อ และ รอง ผกก. ฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.ทองหล่อ ในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ หลังแจ้งความไว้แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้าโดยวันนี้นายสันธนะ ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงขาสั้นสีกรมท่า ให้เหตุผลว่า ต้องการให้เห็นกำไรอีเอ็มที่ติดอยู่ที่ข้อเท้าเพื่อยืนยันว่าตัวเองดำเนินการตามคำสั่งของศาล ที่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งการติดกำไรเป็นครั้งแรก และในเบื้องต้นตนได้มีการสอบถามข้อมูลกับทางเจ้าที่ศาลมาแล้วว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง และยืนยันว่าตัวเองจะไม่หลบหนีไปไหนอย่างแน่นอนนายสันธนะ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ผกก. สน.ทองหล่อ และ รอง ผกก. ฝ่ายป้องกันปราบปราม พร้อมกล่าวว่า “ขอเอาคืนก่อน” ซึ่งเป็นเรื่องที่เคยแจ้งความไว้ในวันที่ 7 ส.ค. 68 เนื่องจากว่ามีประชาชนมาร้องเรียนกับตนว่าได้รับความเดือดร้อนจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ระหว่างซอยเอกมัย 5 และ ซอยเอกมัย 7 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ เปิดเกินเวลาจนถึงเวลา 04.00 น. ส่วนสถานบันเทิงแห่งนี้จะเป็นสถานบันเทิงที่อยู่ในพื้นที่โซนนิ่ง ทำให้สามารถเปิดเกินเวลาของสถานบริการทั่วไปตามกฏหมายได้หรือไม่นั้น ตนเองตรวจสอบมาเบื้องต้นแล้วพบว่าไม่สามารถเปิดเกินเวลาได้ แต่อยากให้ทางตำรวจ สน.ทองหล่อ เป็นผู้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งทั้งนี้ ภายหลังเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ทางตำรวจได้พยายามมีการนัดแนะให้ตัวเองมาคุยกับบุคคลคาดว่าเป็นเจ้าของร้านที่ตัวเองร้องเรียน แต่ส่วนตัวไม่ได้รู้จักเขา ซึ่งคาดว่าการที่บุคคลดังกล่าวเดินทางมา พยายามจะเสนอผลประโยชน์ให้กับตัวเองเพื่อที่จะระงับ หรือหยุดการร้องเรียนในครั้งนี้ แต่ตนไม่ได้พูดคุยด้วย ซึ่งหากพูดคุย และถ้าหากรับผลประโยชน์ก็คิดว่าคงจะโดนยัดข้อหากรรโชกทรัพย์ จึงเดินออกมาจากห้องปฏิบัติการสายตรวจ สน.ทองหล่อ ทันที พร้อมระบุว่าเรื่องนี้ตำรวจจะต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หากพบการกระทำความผิดก็จะต้องดำเนินการจับกุมตามที่ตนเคยร้องเรียน ซึ่งเรื่องที่ร้องเรียนไม่เป็นความจริงก็ให้กลับมาดำเนินคดีกับตน แต่ไม่ใช่การติดต่อผู้ประกอบการให้มาพูดคุยกับตน พร้อมตั้งคำถามว่าการทำแบบนี้มีการเรียกรับผลประโยชน์รายเดือนจากสถานบันเทิงแห่งนั้นหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุดเมื่อคืนนี้สถานบันเทิงดังกล่าวก็ยังมีการเปิดเกินเวลาอยู่ที่มาแจ้งความในวันนี้ เพราะมองว่า ผกก.สน.ทองหล่อ และรองผกก.นั้น มีเจตนาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ และจะนำเอกสารหลักฐานที่มีการแจ้งความไปยื่นต่อผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะผู้บังคับบัญชา เพื่อให้มีการบังคับโทษทางปกครอง และทางกฎหมาย ถ้าหากมีการเรียกรับผลประโยชน์รายเดือน พร้อมบอกว่า ตนจะทำหน้าที่ตรวจสอบในพื้นที่ทองหล่อ ว่ามีสถานบันเทิงแห่งไหนทำผิดกฎหมายอีกหรือไม่นายสันธนะ ย้ำว่าเรื่องนี้ตนได้แจ้งความไว้ตั้งแต่ 7 ส.ค.แล้วก่อนจะเกิดเรื่องดังกล่าวกับตนเอง ยืนยันว่า ไม่ได้ทำเพื่อกลั่นแกล้งเหมือนที่เขายัดเยียดกลั่นแกล้ง และยัดข้อหาให้กับตน ซึ่งเรื่องนั้นเป็นอีกวาระหนึ่งที่จะดำเนินการเมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องกันเช่นนี้ สังคมตั้งคำถามว่าเป็นการเอาคืนแก้แค้นหรือไม่ นายสันธนะ ระบุ ในใจต้องการเอาคืนการจับตนอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้ตนเคยแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ 7 ส.ค. แล้วนอกจากนี้วันนี้นำรายละเอียดการส่งส่วยของสถานบันเทิงต่างๆ ให้กับตำรวจท้องที่ ที่เกี่ยวข้องมามอบให้กับ ผกก. สน.ทองหล่อ รวมถึงจะนำไปมอบให้กับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อดำเนินการ ส่วนใหญ่จะได้เป็นรายเดือน ตำรวจท้องที่จะได้มากหน่อยเป็นหลักแสน นอกจากนี้ยังมีชื่อของสำนักงานของ ผบช.น. อยู่ในรายละเอียดด้วย หากนำไปยื่นให้กับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว ถ้าไม่ดำเนินการก็จะถือว่าเป็นการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่นายสันธนะ ยังกล่าวอีกว่า หากมีการดำเนินการกับหน่วยงานที่มีชื่อในส่วนนี้ การแต่งตั้งตำรวจตำแหน่งยศ พ.ต.อ. ที่จะถึงนี้อาจจะทำให้ตำแหน่ง ผกก. สน.ทองหล่อ ว่างลง และอีกหลายหลายตำแหน่งก็จะว่างเช่นกันเมื่อถามว่าทางตำรวจยืนยันว่า เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่และเป็นการจับตามหมายจับ นายสันธนะ ระบุว่า หมายจับนั้นมาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจก็มีการติดตามตนอยู่ตลอดเวลาว่าไปไหนบ้าง แต่ไม่ยอมจับ เพราะต้องการที่จะรอตำรวจยศ พล.ต.อ. กลับมา พอกลับมาแล้วนายตำรวจยศ พล.ต.อ. คนนั้นได้ให้ลูกน้องติดต่อมาหาคนที่ตนรู้จักซึ่งเป็นนักธุรกิจ เพื่อที่จะนัดหมายให้ตนไปพูดคุยกับนายตำรวจยศ พล.ต.อ. ส่วนตัว แต่ตนไม่คุย เพราะไม่รู้จัก ก่อนที่ตนจะมาถูกจับกุมในวันที่ 13 พ.ย. 68ภายหลังให้สัมภาษณ์ นายสนธนะ ได้ยกมือไหว้ต่อหน้าศาลพระภูมิที่ สน.ทองหล่อ พร้อมบอกว่า "หากไม่มีตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาลรับส่วย รับผลประโยชน์ ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเจริญๆ ยิ่งขึ้น และขอให้ได้รับความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่ง" ก่อนเดินทางกลับ.
‘สันธนะ’ แจ้งเอาผิด ‘ผกก.-รองผกก.’ ละเว้นตรวจสอบสถานบันเทิงเปิดเกินเวลา
by
Tags: