เปิดประวัติ พ.ท.หญิง ดวงรัตน์ ทุจริตบำนาญทหาร 230 ล้านบาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง พ.ท.หญิง ดวงรัตน์ แร่ทองขาว เจ้าหน้าที่การเงินทหารบก ในฐานะผู้บงการปลอมแปลงบัญชีรับเงินบำนาญทหารเข้าบัญชีตนเองและสามี 572 ครั้ง รวมมูลค่า 230 ล้านบาท ภายในเวลา 8 ปี ใช้ช่องโหว่รหัสผ่านต้นเรื่อง การทุจริตถูกซุกซ่อนภายใต้ระบบ E-Pensionมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 มี พ.ท.หญิง ดวงรัตน์ แร่ทองขาว อดีตเจ้าหน้าที่การเงินและหัวหน้าแผนกควบคุมเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ กองทัพบก เป็นผู้ถูกชี้มูลความผิดหลักวิธีการทุจริต คือ พ.ท.หญิง ดวงรัตน์ อาศัยช่องทางในระบบการจ่ายเงินออนไลน์ (e-pension) ทำการ เปลี่ยนแปลงและอนุมัติหมายเลขบัญชีผู้รับเงินบำนาญ ของทหารหลายราย ให้เป็นเลขที่บัญชีของตนเองกับบัญชีของสามีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน 8 ปี ระหว่างปี 2555 ถึง 2563 ดำเนินการถึง 572 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 230 ล้านบาท โดยนำเงินไปหมุนเวียนใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาจากพยานหลักฐานและมีมติชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องหลายราย โดยแบ่งระดับความรับผิดชอบอย่างชัดเจนผู้ถูกกล่าวหา ตำแหน่ง (ขณะเกิดเหตุ) บทสรุปการชี้มูลของ ป.ป.ช. พ.ท.หญิง ดวงรัตน์ แร่ทองขาว(จำเลยหลัก) ประจำแผนก/หัวหน้าแผนกควบคุมเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ มีมูลความผิด ทางอาญาและทางวินัยอย่างร้ายแรง นายธนู แร่ทองขาว (สามี) ข้าราชการในสังกัดกรมการขนส่ง/กรมช่างโยธาทหารเรือ มีมูลความผิด ทางอาญาและทางวินัยอย่างร้ายแรง พร้อมให้กองทัพบกดำเนินการให้ชดใช้ค่าเสียหาย พ.ท.หญิง วิมลฉวี หัวหน้าแผนกเบี้ยหวัดฯ ข้อกล่าวหาทางอาญา ไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิด ทางวินัยอย่างร้ายแรง จากการไม่ระมัดระวังในการเก็บรักษาพาสเวิร์ดจนเกิดความเสียหาย พ.อ. อนุสรณ์ คุ้มอักษร ผู้อำนวยการกองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ ข้อกล่าวหาทางอาญา ไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีความผิดฐาน ไม่ตรวจสอบกำกับดูแล จนเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยจุดอ่อนของระบบ ละเลยความรับผิดชอบ ใช้รหัสผ่านร่วมกันการไต่สวนของ ป.ป.ช. ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ด้านการควบคุมภายในที่นำไปสู่การทุจริตเป็นวงกว้าง พ.ท.หญิง วิมลฉวี หัวหน้าแผนก มอบหมายไม่รัดกุม พ.ท.หญิง วิมลฉวี อนุญาตให้ พ.ท.หญิง ดวงรัตน์ เข้าใช้ รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน (Password) ของตน เพื่ออนุมัติเบิกเงินในระบบ e-pension แทนเป็นครั้งคราวในช่วงที่ตนเองลาหรือติดภารกิจอื่นการไม่ใช้ความระมัดระวังในการเก็บรักษาพาสเวิร์ด ถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง เนื่องจากได้เปิดช่องให้ พ.ท.หญิง ดวงรัตน์ นำรหัสของผู้มีอำนาจอนุมัติไปใช้ในการดำเนินการทุจริตครั้งนี้นอกจากนี้ การที่ พ.อ. อนุสรณ์ ผู้อำนวยการกองเบี้ยหวัดฯ ไม่ได้ตรวจสอบการปฏิบัติงานและไม่ควบคุมกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ก็เป็นเหตุผลเสริมที่นำไปสู่ความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงเช่นกันป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องให้กองทัพบกดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายจากผู้กระทำความผิด และดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่บกพร่องในการกำกับดูแลต่อไปอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องวุ้นเส้น วิริฒิพา ตอบแล้ว หลังถูกโยง “ดาราตัวแม่” คดีฉ้อโกง 400 ล้านงานเข้า นักแสดงสาว ยักยอกเงินบริษัท เล่นคริปโต-จ่ายหนี้ ศาลสั่งรอลงอาญายกฟ้อง “กฤษณ์ ณรงค์เดช” ศาลชี้ ไม่เจตนายักยอกทรัพย์ “ณพ” อุทธรณ์สู้ต่อ


Posted

in

by

Tags: