หยุดก่อนบริจาค! แฉกลโกง “ภาพสัตว์น่าสงสาร AI สร้างขึ้น! แนะขั้นตอนป้องกันตัวไม่ให้ใจบุญพลาดท่า

ปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังได้รับความนิยมกับคนไทยอย่างมาก มีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลาย….ปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังได้รับความนิยมกับคนไทยอย่างมาก มีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลายแต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่นำ AI ไปใช้เป็นเครื่องมือในทางที่ผิด นำ AI มาเจน ภาพสัตว์เลี้ยง ที่มีสภาพน่าสงสาร ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงสัตว์ที่ประสบภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ฯลฯ แล้วเปิดขอรับการบริจาคเงินช่วยเหลือ ซึ่งระบาดหนักในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับในเรื่องนี้ “ชัยชนะ มิตรพันธ์” ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า บอกกับ “เดลินิวส์”ว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมหรือเกี่ยวกับ AI โดยตรง ซึ่ง AI ถือเป็นเครื่องมือ แต่ความผิดในการหลอกลวงมีอยู่แล้วตามกฎหมายอาญา คำถามคือว่า ถ้ารัฐจะออกมาตรการหรือกฎหมายเกี่ยวกับ AI เราต้องการควบคุมในมุมไหน ทางหนึ่ง คือคนให้บริการ AI ที่พัฒนา AI ขึ้นมา หรือแพลตฟอร์มจากต่างประเทศที่เข้ามาให้บริการ หรือว่า จะให้มีการเตือน หรือแสดงข้อมูลบางอย่างว่า รูปภาพนี้ generate หรือสร้างขึ้นโดย AI ซึ่งหากทำแค่นี้จะเพียงพอหรือไม่ จึงอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล“ปัจจุบันแพลตฟอร์มและเครื่องมือเกี่ยวกับ AI มีจำนวนมากขึ้น อยากใช้ ก็ดาวน์โหลด และสมัครได้ หากเราจะบอกหรือกำหนดบังคับให้ทุกๆสื่อที่ generate รูป หรือคอนเทนต์ โดย AI ต้องมีข้อความกำกับว่า “สร้างโดยAI” คนทำสื่อจะเห็นด้วย หรือยอมรับกันทุกคน ทุกฝ่ายหรือไม่ ขณะเดียวกันก็เป็นหน้าที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์ม AI ที่จะเป็นผู้กำหนดในเรื่องนี้ได้ แต่ผู้ให้บริการบางส่วนก็อาจมองว่าเป็นภาระ จึงอยู่ที่ว่าจะบาลานซ์ในเรื่องนี้อย่างไร คนใช้คนหนึ่งเป็นคนดี คนใช้อีกคนหนึ่งเป็นโจร”“ชัยชนะ มิตรพันธ์” บอกต่อว่า การใช้ AI หากใช้ในทางไม่ดีก็ทำให้ดูเป็นเครื่องมือที่แย่ แต่หากใช้ในทางดีก็มีประโยชน์ จึงขึ้นอยู่กับคนใช้ ซึ่งในกรณีใช้สร้างภาพสัตว์เพื่อนำมาหลอกหลวงรับบริจาคก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้มีกฎหมายเกี่ยวกับ AI ออกมาใช้ ซึ่งการออกฎหมายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มีประเด็นต่างๆ ที่ต้องพิจารณา บางส่วนมองว่าหากควบคุมเลยจะปิดโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ แต่ถ้าใช้โดยไม่มีจริยธรรมก็มีผลเสียตามมามากมาย อย่างไรก็ตามในช่วงที่ยังไม่ตกผลึกเรื่องกฎกมาย AI ทางเอ็ตด้า ก็มีการกำหนดไกด์ไลน์ หรือแนวทางปฎิบัติในการใช้งานอย่างมีจริยธรรมออกมา เพื่อให้เป็นกรอบแนวปฎิบิติในการใช้งานอย่างถูกวิธี ระหว่างรอที่จะมีกฎหมายหรือไม่ในอนาคตสำหรับคำแนะนำในเรื่องนี้นั้น หากประชาชนเห็นภาพขอรับบริจาคก็สามารถตรวจสอบก่อน โดยปัจจุบันมี ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือ “ศูนย์เฟคนิวส์” ซึ่งหากสงสัยสามารถส่งให้หน่วยงานนี้ช่วยตรวจสอบก่อน ว่าเป็น เฟคนิวส์หรือไม่ อย่าเชื่อหรือโอนเงินบริจาคในทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ที่อาศัยความใจอ่อน หรือรักสัตว์ของคนไทยมาหลอกหลวงให้บริจาคเงินนอกจากนี้ปัจจุบันมีแพลตฟอร์ม หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ตรวจสอบภาพแล้วว่า ถูกสร้างขึ้นโดย AI หรือไม่ ก็อาจจะใช้วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยในการตรวจสอบได้ด้วยขณะที่ อีกหนึ่งหน่วยงาน คือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บช.สอท.) หรือ “ตำรวจไซเบอร์” ได้แนะนำวิธึการง่ายๆ ในการสังเกตุภาพ Ai เพื่อป้องกันตัว จะได้ไม่หลงเชื่อแล้วนำไปสู่การตกเป็นเหยื่อโอนเงินให้มิจฉาชีพ เริ่มที่1. AI ปลอมภาพสมจริง : มิจฉาชีพสร้างภาพ AI ที่เป็นเรื่องราวซาบซึ้ง หรือ น่าสงสาร เพื่อเรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ ก่อนนำไปสู่การขอบริจาค2. สังเกตความผิดปกติ : สังเกตแสงเงา, นิ้วมือ นิ้วเท้าที่ผิดปกติ, ขนสัตว์ดูไม่ธรรมชาติ, วัตถุลอยน้ำแปลกๆ รวมทั้งข้อความที่ผิดเพี้ยน3. ตรวจสอบก่อนเชื่อ : ใช้เครื่องมือ AI Detector เพื่อหาแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ ไม่รีบแชร์ รีบรีโพสต์ ก่อนที่จะนำไปสู่เหตุการณ์บานปลายทางข่าวสาร4. ระวังภัย ไม่โอนเงิน : หากไม่ชัวร์เป็นเรื่องจริง หรือภาพ AI และสำคัญที่สุด คือ ไม่หลงเชื่อโอนเงิน บริจาคเงิน หรือกดลิงก์แปลกปลอมที่แนบมาสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญที่ดีที่สุด คือ อย่างเชื่อทุกสิ่งบนโลกโซเซียล เพราะเมื่อปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้า การสร้างรูป สร้างคอนเทนต์ สามารถทำได้ง่ายๆ และเสมือนจริงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องตรวจสอบให้แนะชัดก่อนว่าเป็นข้อมูลและเรื่องจริงหรือไม่!!จิราวัฒน์ จารุพันธ์


Posted

in

by

Tags: