สาวนักเรียนขาโหด เตะฟาดปากเด็ก 14 ปมโอนเงินค่าแรงบาร์ฝรั่ง-ครอบครัวร้องสื่อหวั่นคดีเงียบ

นักเรียนหญิงวัย 18 ทำร้ายเด็ก 14 หลังร้านบาร์ฝรั่ง อุดรธานี ปมโอนเงินค่าแรงไม่ตรง ครอบครัวร้องสื่อหวั่นคดีเงียบ ตำรวจเร่งตรวจสอบสถานบันเทิง–สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องวันที่ 29 พ.ย.68 ที่จ.อุดรธานี นายคีย์ อายุ 21 ปี ได้พาน้องครีม อายุ 14 ปี เข้าร้องเรียนต่อนายภาณุมาศ จิตรวศินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” เพื่อขอให้ช่วยติดตามคดีและเร่งรัดการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังไปแจ้งความแล้วกลัวเรื่องจะเงียบ ทั้งยังมีพฤติกรรมจากคู่กรณีส่งข้อความเยาะเย้ยและท้าทายกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุการณ์เกิดภายในร้านเหล้าย่านบาร์ฝรั่ง ซอยสัมพันธสมิตร ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีคลิปวิดีโอปรากฏภาพน้องครีมถูกทำร้ายร่างกายอย่างชัดเจน ในคลิปจะเป็นสาวใส่ชุดนักเรียนอายุ 18 ปีใช้เท้าเตะและฟาดไปที่ปากของน้องครีม วัย 14 ทั้งเตะทิ้งจิกผม โดยเพื่อนถ่ายคลิปเอาไว้ได้ด้วย โดยที่น้องครีมไม่กล้าสู้ยอมให้เพื่อนรุ่นพี่ 3 คนเขาทำร้ายร่างกายน้องครีม เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้หนีออกจากบ้านและมาทำงานในบาร์แห่งหนึ่ง ได้ค่าจ้างวันละ 280 บาท แต่เนื่องจากไม่มีบัญชีธนาคาร ทำให้ต้องให้เพื่อนรุ่นพี่รับเงินแทน ต่อมาเกิดเหตุเงินในบัญชีไม่ตรงกัน ทำให้เกิดปัญหาและความขัดแย้ง คืนเกิดเหตุรุ่นพี่เจ้าของบัญชีซึ่งเป็นผู้ถ่ายคลิป ได้ไปหาที่ร้านและนัดให้ไปเคลียร์หลังร้าน โดยอ้างว่าของหายและกล่าวหาว่าครีมเป็นคนขโมยเงินในแอ๊บธนาคาร แม้หนูจะปฏิเสธและมีหลักฐานการแชทยืนยันเขาก็ไม่ยอมรับระหว่างการพูดคุยกลุ่มรุ่นพี่หลายคนได้เข้ามาข่มขู่ ก่อนลงมือทำร้ายร่างกาย ทั้งตบและเตะทีละคน ขณะที่หนูก็ไม่กล้าตอบโต้นั่งอยู่เฉย ๆ น้องครีม บอกอีกว่าา ก่อนหน้านี้ก็เคยถูกกลุ่มนี้ทำร้ายและกดดันมาก่อน แต่ไม่กล้าสู้เพราะกลัวเรื่องจะบานปลาย หลังเกิดเหตุกลุ่มคู่กรณียังส่งข้อความมาข่มขู่ว่า “แจ้งตำรวจจริงหรือเปล่านานแล้วนะ ถ้าปิดเรื่องจะตามไปตีถึงบ้าน” ทำให้ทั้งหนูและครอบครัวหวาดกลัวอย่างมากน้องครีม เผยสาเหตุที่มาทำงานบาร์ฝรั่งว่า สาเหตุตนมาทำงานที่ร้านเหล้าแห่งนี้เนื่องจากหนีออกจากบ้านและต้องการอิสระ ก่อนที่จะไปทำงานร้านเหล้าก็มีเพื่อนรุ่นพี่กลุ่มนี้ที่ชักชวนเข้าไปและก่อนที่ร้านจะรับทำงานตนก็บอกว่าตนอายุยังไม่ถึงซึ่งร้านก็ยังคงรับเข้าทำงาน ซึ่งทางร้านก็บอกว่าหากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจก็ขอให้วิ่งไปหลังร้าน ทำงานที่ร้านได้เพียง 5 วันก็เกิดเรื่อง เงินที่ได้ไม่แน่นอนจะได้เป็นค่าดื่ม โดยเข้าไปทั้งเสิร์ฟและนั่งดริ้ง ตอนนี้ทางร้านได้เสนอให้ไปเที่ยวต่อกับลูกค้าแต่ตนก็ปฏิเสธเพราะว่าตนไม่ได้มาอยากทำงานแบบนั้น ตอนนี้รู้สึกกังวลเพราะว่ากลุ่มที่ต้องทำร้ายร่างกายเขาติดต่อข่มขู่มาทั้งตนเองและพี่ชายนายคีย์ ผู้เป็นพี่ชาย บอกว่า ครอบครัวไม่มั่นใจว่าคดีจะคืบหน้า อีกทั้งรุ่นพี่ที่ทำร้ายร่างกายยังมีความพยายามย้อนกลับมาทำร้ายอีกครั้ง ทำให้ต้องออกมาร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อ พี่ชายยืนยันว่า ผู้ลงมือมีอย่างน้อย 3 คน อายุ 18 ปี ไม่ได้เป็นการ “ตบบางคนทีละคน” อย่างที่คู่กรณีอ้าง แต่เป็นการรุมทำร้ายขณะที่น้องสาวไม่ได้สู้กลับแม้แต่น้อย ซึ่งครอบครัวรับไม่ได้และยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งนี้น้องหนีออกจากบ้านเกือบเดือน ไม่ติดต่อใคร จนมารู้เรื่องว่าถูกทำร้ายจากโทรศัพท์ที่คู่กรณีโทรหามารดาเพื่อทวงเงิน แม่จึงสืบจนพบว่าน้องทำงานอยู่ในร้านดังกล่าว ก่อนตามไปพบในช่วงดึกและพากลับบ้านทันที พี่ชายยอมรับว่าน้องมีพฤติกรรมดื้อ ติดเพื่อน แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นหนีออกจากบ้านไปใช้ชีวิตลำพัง กระทั่งเกิดเหตุรุนแรงขึ้นแบบนี้ด้าน นายภาณุมาศ จิตวศินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ระบุว่า ได้รับเรื่องไว้แล้ว เตรียมประสานตำรวจเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ติดตามความคืบหน้า และผลักดันให้คดีดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วที่สุดล่าสุด พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้สั่งการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี โดยงานป้องกันและปราบปราม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบันเทิงต้นเหตุ พร้อมสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งตรวจความเรียบร้อยภายในร้าน โดยผลตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ พนักงานภายในร้านมีอายุเกิน 18 ปีทั้งหมดผู้ดูแลร้านให้ข้อมูลว่า คนที่เป็นเรื่องเพิ่งมาทำงานได้เพียง 2 วัน และย้ายมาจากร้านฝั่งตรงข้าม โดยในวันที่เข้ามาขอสมัครงาน มีลักษณะมอมแมมและอ้างว่าอายุ 18–19 ปี แต่เมื่อขอตรวจบัตรประชาชนกลับบ่ายเบี่ยง บอกว่าจะนำมาให้ดูภายหลัง ผู้ดูแลร้าน เผยอีกว่า คู่กรณีที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกายยืนยันกับตนว่าไม่ได้ทำร้าย จนมาทราบภายหลังว่าน้องถูกตีจึงรู้สึกไม่พอใจ และคนที่พาน้องมาฝากงานก็ย้ายไปอยู่ร้านอื่นแล้ว พร้อมระบุว่า เมื่อพี่ชายของเด็กเข้ามาตามหาและพาน้องกลับต่อว่าทางร้านว่ารับเด็กอายุเพียง 14 ปี ตนก็ชี้แจงว่าไม่สามารถทราบได้เพราะเด็กไม่ยอมแสดงบัตรประชาชนให้ทางร้านดูเลย หลังจากตรวจภายในร้านเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบบริเวณด้านหลังร้าน เพื่อเทียบตำแหน่งตามคลิปเหตุการณ์ ซึ่งพบว่าเป็นจุดห่างจากหลังร้านไปประมาณ 50 เมตร ก่อนรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป#ภูมิภาค-66


Posted

in

by

Tags: