ปิติพงศ์ ฉะ! "อันวาร์ อิบราฮิม" อย่ามาบอกให้ 2 ฝ่ายหยุดใช้กำลัง โดยไม่ดูฝ่ายไหนเริ่มโจมตี และฝ่ายไหนละเมิดข้อตกลงผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ รักษาการหัวหน้าพรรคเป็นธรรม ออกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีมาเลเซียสันติภาพต้องตั้งอยู่บนความจริง ไม่ใช่การลดทอนสิทธิในการป้องกันตนเองผมเข้าใจดีว่า นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม มีเจตนาที่ต้องการลดความตึงเครียดในภูมิภาค และพยายามใช้เวทีอาเซียนเป็นกลไกในการคลี่คลายสถานการณ์ไทย–กัมพูชาอย่างไรก็ตาม ความตั้งใจดีเพียงอย่างเดียว ไม่อาจทดแทนความเป็นกลางและการยืนอยู่บนข้อเท็จจริง ได้การเรียกร้องให้ “ทั้งสองฝ่ายยุติการใช้กําลัง” โดยไม่กล่าวถึงว่า ฝ่ายใดเป็นผู้เริ่มการโจมตีและ ฝ่ายใดละเมิดข้อตกลงก่อนเท่ากับเป็นการลดทอนสิทธิขั้นพื้นฐานของประเทศไทยในการปกป้องชีวิตประชาชนของตนเอง ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศคําถามที่สังคมไทยและอาเซียนควรฉุกคิดคือหากประชาชนของมาเลเซียถูกวางทุ่นระเบิด ถูกโจมตีในพื้นที่พลเรือน และเผชิญภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมาเลเซียจะถูกคาดหวังให้ “ยับยั้ง” โดยไม่ปกป้องประชาชนของตนเองจริงหรือไม่ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏอย่างต่อเนื่อง กัมพูชาเป็นฝ่ายกระทําการที่ละเมิดข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศหลายประการทั้งการเปิดฉากใช้กําลังก่อน การวางทุ่นระเบิด และการดําเนินการที่ขาดความจริงใจต่อกระบวนการสันติภาพ สิ่งเหล่านี้ทําให้ประเทศไทยจําเป็นต้องดําเนินการเพื่อลดขีดความสามารถในการคุกคาม เพื่อปกป้องชีวิตและความมั่นคงของประชาชนไทยยิ่งไปกว่านั้น ภูมิภาคอาเซียนกําลังเผชิญภัยคุกคามข้ามชาติที่ร้ายแรง โดยเฉพาะ อาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่าย Scammer ซึ่งใช้บางพื้นที่เป็นฐานปฏิบัติการ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ รวมถึงไทย มาเลเซีย และประชาคมโลกปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่คือ ความมั่นคงของมนุษย์ชาติที่ต้องอาศัยความจริงใจและความร่วมมืออย่างแท้จริงสันติภาพที่ยั่งยืน ไม่อาจเกิดจากการทําให้ผู้ถูกรุกรานต้องเงียบงันและการทูตที่แท้จริง ต้องตั้งอยู่บนความจริง ความรับผิดชอบ และการเคารพอธิปไตยของกันและกันปิติพงศ์ เต็มเจริญรักษาการหัวหน้าพรรคเป็นธรรม#InternationalLaw#RespectSovereignty#PeaceWithTruth#RegionalStabilityOpen Letter to the Prime Minister of MalaysiaPeace Must Be Built on Truth, Not on the Erosion of the Right to Self-DefenseI acknowledge Prime Minister Anwar Ibrahim’s intention to de-escalate tensions in the region and to utilize ASEAN mechanisms to address the Thailand–Cambodia situation.However, goodwill alone cannot replace neutrality and adherence to facts.Calling on “both sides” to cease hostilities without acknowledging who initiated the attacks and whoviolated agreements first effectively undermines Thailand’s legitimate right to protect its people—a rightclearly recognized under international law.The critical question for ASEAN and the international community is this:If Malaysian civilians were subjected to landmines and repeated attacks on civilian areas, would Malaysia beexpected to exercise restraint without defending its own citizens?Based on consistent and verifiable facts, Cambodia has repeatedly violated international agreements andnorms, including initiating armed actions and undermining confidence in the peace process. In this context,Thailand’s actions to reduce ongoing threats are not acts of aggression, but a fundamental responsibility of asovereign state to safeguard human life.Moreover, ASEAN today faces growing transnational threats, particularly organized crime and scam networks, which operate across borders and exploit weak governance structures. These activities harm citizens acrossthe region and beyond. This is not a political issue—it is a matter of human security that demands transparency, accountability, and genuine cooperation. Sustainable peace cannot be achieved by silencing the party under threat.True diplomacy must rest on truth, responsibility, and respect for sovereignty.# InternationalLaw# RespectSovereignty# PeaceWithTruth# RegionalStability#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
“อันวาร์” หน้าหงาย! “ปิติพงศ์” รษก.หน.พรรคเป็นธรรม จดหมาย เปิดผนึก ถ้าเป็นมาเลเซียโดน แบบไทย
by
Tags: