เร่งเคลียร์ปมดรามา!ตายายชาววังเหนือตัดไม้ 1 ต้นถูกแจ้งจับปรับแสน-บลูลี่ยกครัว ต้องย้ายโรงเรียนหลานซ้ำ

ลำปาง – นายอำเภอวังเหนือ ระดมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง..เคลียร์ปมดรามาครอบครัว 2 ตายายชาววังเหนือ ตัดไม้ 1 ต้นถูกแจ้งจับปรับแสน แถมเรื่องไม่จบมีการแจ้งจับตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ฐานปิดกั้นแผ้วถางป่าสงวน-กีดกันเข้าร่วมโครงการ คทช.-โดนบูลลี่ยกครัว ต้องย้ายหลานออกจากโรงเรียนหน้าบ้านความคืบหน้า กรณีครอบครัวของสองตายาย ในพื้นที่ตำบลวังทรายคำ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ร้องเรียนผู้สื่อข่าวและนำลงดูพื้นที่ หลังคุณตาถนอม อายุ 68 ปี ตัดหน่อสัก 1 ต้น ซึ่งครอบครัวมั่นใจว่าอยู่ในพื้นที่ของตนเองที่ได้รับการรับรองให้ทำกินมาตั้งแต่ปี 2506 จนถูกผู้นำหมู่บ้านเรียกปรับ 5,000 บาท เนื่องจากผู้นำหมู่บ้านและกรรมการฯ ระบุว่าตัดไม้ใน นสล. แต่สุดท้ายปรากฏว่าไม่อยู่ในพื้นที่ นสล. ต้องคืนเงินและต่อมามีการร้อง จนท.ป่าไม้ ให้เข้าจับกุมตัวและส่งฟ้อง ศาลพิพากษาจำคุก2ปี ให้รอลงอาญา ปรับเงิน 1 แสนบาท แต่ด้วยครอบครัวยากจนไม่มีเงินค่าปรับ ศาลจึงให้ทำกิจกรรมบริการสังคม 400 ชั่วโมงแทนค่าปรับ ทั้งยังมีการร้องเรียนกันไปมาระหว่างครอบครัวของสองตายายและผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะมีการร้อง จนท.ป่าไม้ให้ดำเนินคดีในข้อหาครอบครองและแผ้วถางพื้นที่ป่า จนมีการแจ้งความดำเนินคดีซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นอัยการ และเรื่องดังกล่าวในหมู่บ้านเริ่มบานปลาย หาจุดจบของปัญหาไม่ได้ล่าสุดวันนี้(18 ธ.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงาน นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ ได้เชิญส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย ผอ.ทสจ.ลำปาง ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้3ลำปาง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.9(ขุนวัง) จนท.สนง.ปชส.ลำปาง ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง ครอบครัวตาถนอม ยายคำน้อย และลูกสาว (ในส่วนของผู้ร้องทุกข์) นายจำลอง อดีตผู้ใหญ่บ้านทุ่งฮี คณะกรรมการหมู่บ้านทุ่งฮี ม.1 สสอ.วังเหนือ ผอ.ร.ร.บ้านทุ่งฮี และ ผู้สื่อข่าว เข้าร่วมประชุมเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและต้นตอของปัญหา และ เพื่อเป็นการอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่ายและแสวงหาทางออกของการแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งใช้เวลาในการพูดคุย กว่า 3 ชั่วโมงนายทศพล นายอำเภอวังเหนือ ได้ให้ครอบครัวตาถนอม ได้เล่าถึงปัญหาเริ่มต้น โดยนำประเด็นที่เป็นข่าวมาให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันให้ข้อมูล รวมๆ 4 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นการถูกปรับค่าตัดต้นไม้ 5,000 บาท สุดท้ายศาลสั่งคืนเพราะไม่มีอำนาจ , ประเด็นการถูกกลั่นแกล้งกดดันให้ถูกปลดจาก อสม. , ประเด็นลูกต้องย้าย ร.ร. และ ประเด็นคดีที่ถูกฟ้องล่าสุดเบื้องต้นพบว่า ประเด็นผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้าน เรียกปรับเงิน 5,000 บาท เกิดจากธรรมนูญของหมู่บ้าน ซึ่งนายจำลอง (อดีต)ผู้ใหญ่บ้านและกรรมการหมู่บ้าน ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านทราบและอดีตผู้ใหญ่บ้าน คนก่อนๆก็ปฏิบัติกันมาแบบนี้ ตนก็ปฏิบัติตาม ตนก็เคยไปถามตาถนอมถึงที่บ้าน แต่ก็ถูกต่อว่ากลับมาซึ่งการตัดไม้ในพื้นที่ตรงนี้ ก่อนหน้านั้นมีคนถูกปรับไปแล้ว 2 ราย ก็ไม่มีปัญหา แต่รายของตาถนอม ตอนแรกก็ยินยอมจ่าย มีหนังสือเซ็นรับรอง แต่หลังจากนั้นก็มีการไปร้องเรียน แจ้งความ จนสุดท้ายศาลสั่งให้คืนเงิน ตนก็คืนให้ไปแล้ว ซึ่งเรืองนี้ก็ทำให้คนในหมู่บ้านไม่พอใจเรื่องนี้ ได้มีการโต้เถียงกัน ซึ่ง น้องโอ๋ (ลูกสาวตาถนอม) ได้แย้งว่า ตอนแรกตนก็เข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น นสล. จึงให้พ่อยอมจ่าย แต่เมื่อไปสอบถาม จนท.ป่าไม้ เพราะสงสัย จึงทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ได้เป็นที่หลวง ตนจึงต้องร้องเรียนและแจ้งความ เพราะครอบครัวถูกชาวบ้านบลูลี่และรังเกลียดเพราะมีการนำไปพูดแบบปากต่อปากว่าครอบครัวของตนไปตัดไม้ในป่าแล้วก็ยังไม่ยอมจ่ายค่าปรับไม่ต้องไปคบหา ทั้งยังถูกตัดการเข้าร่วมโครงการต่างๆ โดยเฉพาะ คทช. ผู้ใหญ่บ้านอ้างว่าเข้าร่วมไม่ได้อย่างเดียว โดยไม่บอกอะไรเลย ทั้งๆที่ครอบครัวไปขอเข้าร่วมถึง 2 ครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธ จนตนต้องดิ้นรนไปติดต่อสอบถามทางป่าไม้เขต เพื่อขอดูพื้นที่ ที่ทำกินว่าสามารถเข้าร่วม คทช.ได้หรือไม่ ซึ่งสุดท้ายก็เข้าร่วมได้ซึ่งในประเด็นดังกล่าวผู้ใหญ่บ้านได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติเหมือนกับผู้ใหญ่คนก่อนๆที่ทำกันมา ยึดตามเอกสาร และไม่เคยเลือกปฏิบัติ และเคยเข้าไปขอพูดคุยแล้วแต่ถูกต่อว่ากลับมาถึง 2 ครั้ง ที่ผ่านมาก็มีชาวบ้านถูกปรับไปแล้ว 2 ราย ก็ไม่มีปัญหาส่วนการเข้าร่วม คทช.ระบุว่าตนเป็นคนติดต่อให้หน่วยงานเข้ามาเพื่อออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้าน แต่ครอบครัว2ตายายไม่เข้าใจ เพราะพื้นที่ที่จะออก คทช.ให้ได้เฉพาะที่เป็นพื้นที่ทำกิน ส่วนที่เป็นทางสาธารณะหรือป่าออกให้ไม่ได้ ตนจึงรับรองพื้นที่ทั้งหมดให้ไม่ได้ จนมีเรื่องร้องเรียนกัน และสุดท้ายเมื่อทราบว่าพื้นที่ตัดไม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ นสล.ตนก็คืนเงินค่าปรับไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับพื้นที่ป่าไม้อื่นๆ ตนเอง ไม่ขอออกความคิดเห็นนายอำเภอวังเหนือ ได้ชี้แจงให้ทั้งผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้เข้าใจและบอกกับลูกบ้านว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีการปรับตามธรรมนูญหมู่บ้านเพราะเข้าใจว่าพื้นที่ที่พิพาทสามารถปรับได้และผู้ที่ถูกปรับไม่ติดใจสงสัยจึงไม่เกิดเรื่อง แต่กรณีของครอบครัวตาถนอม ไม่เหมือนกัน เมื่อครอบครัวสงสัยในพื้นที่และได้พิสูจน์แล้วว่าพื้นที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ดูแลของหมู่บ้าน ( นสล.) ดังนั้นผู้ใหญ่บ้านและกรรมการฯ จึงไม่มีอำนาจปรับ เหมือนกรณีอื่นๆที่ผ่านมาและอยากบอกให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้าใจในประเด็นนี้ เพราะหากยังคิดว่าครอบครัวตาถนอมตัดไม้ในพื้นที่ที่หมู่บ้านดูแลแต่ไม่ยอมเสียค่าปรับ ซึ่งก็จะทำให้เกิดความไม่พอใจของชาวบ้านในพื้นที่และส่งผลกระทบกับครอบครัวของสองตายายต่อไปอีกส่วนประเด็นการถูกให้ออกจากการเป็น อสม.นั้น ไม่ได้มีการปลดออกหรือสอบยายคำน้อย แต่ที่ผ่านมามีการร้องเรียนประธาน อสม.และ อสม. 3 คน ในหมู่บ้าน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าฝ่ายบริหาร สสอ.วังเหนือ จึงได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและย้ำเรืองการปฏิบัติหน้าที่ ของ อสม. ในที่ประชุมหมู่บ้าน และได้ตอบข้อซักถามกรณีหลักเกณฑ์การยุติบทบาทของความเป็น อสม.เท่านั้น ซึ่งในเรื่องนี้ครอบครัวไม่ได้ติดใจใดๆแล้วประเด็นลูกต้องย้ายที่เรียนทั้งๆที่ ร.ร.อยู่หน้าบ้าน น้องโอ๋ (ลูกสาวตาถนอม) ได้ชี้แจงถึงปัญหาว่า หลังเกิดปัญหาเรื่องตัดไม้ และ การรับเงิน ก็มีการพูดต่อๆกันว่าครอบครัวของตนตัดไม้ในป่าหมู่บ้านแล้วไม่ยอมจ่ายค่าปรับ จนเกิดการบลูลี่ และกดดันทาง ร.ร.ซึ่งตนเคยคุยปัญหากับ รักษาการ ผอ.ร.ร. มาแล้ว ซึ่ง ทาง ร.ร.มีความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงาน ตนรับทราบและขอลาออกเพื่อแก้ปัญหา ส่วนลูกชายก็ถูกเพื่อนใน ร.ร.บลูลี่ จนไม่อยากไป ร.ร. ตนสงสารลูกจึงปรึกษากันในครอบครัว และตัดสินขอย้ายลูกออกทาง ผอ.รร.ได้ยอมรับว่า ไม่ได้มีการสอบถามปัญหากับตัวเด็ก เพราะไม่คิดว่าปัญหาของผู้ใหญ่จะมากระทบกับเด็กเพราะเห็นเด็กก็เล่นกันดี และช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงปิดเทอม ทราบแค่ว่าครูโอ๋ต้องการลาออก ส่วนเด็กเพิ่งทราบตอนใกล้เปิดเทอมในประเด็นนี้ ทางด้าน นายอำเภอ ก็ได้ย้ำกับทาง รร.ว่า ขอให้ตรวจสอบความผิดปกติของเด็กให้มากขึ้น เพราะไม่อยากให้ปัญหาที่เกิดกับผู้ใหญ่ไปกระทบกับจิตใจเด็ก หากทราบปัญหาก็จะได้ช่วยกันแก้ไขได้ส่วนประเด็น การแจ้งความ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ถึงการปิดกั้นทางและแผ้วถางพื้นที่ ที่คาบเกี่ยวระหว่าง พื้นที่ที่จะออกเอกสารรับรอง คทช. กับ นสล. ป่าสงวน และ สปก. ซึ่งทาง ทสจ.และหน่วยป้องกัน ได้แสดงแผนที่ทางอากาศย้อนหลังให้ดู ซึ่งก็พบว่ามีการทำกินมาก่อนหน้านั้นจริง รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่จะออกเอกสารรับรอง คทช.ให้ แต่ต้องรอเก็บตกในรอบที่2 เพราะรอบแรก ที่ทราบปัญหาคือ ไม่มีการชี้จุดและผู้นำไม่ได้รับรอง จึงตกสำรวจไปกรณีพื้นที่ ที่มีการร้องเรียนว่ามีการนำรั้วมากั้นทางสาธารณะนั้น อยู่ในเขตป่าสงวน แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวทำกินมาพร้อมกันและไม่ได้มีการแผ้วถางเพิ่ม แต่การดูด้วยตาเปล่ากับการวัดพิกัด จะไม่เหมือนกัน เมื่อตรวจสอบแผนที่ย้อนหลังแล้วเมื่อพบว่าเป็นทางสาธารณะก็จะไม่สามารถออกเอกสารรับรองให้ได้ ประกอบกับมีการร้องเรียน จึงต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นขบวนการยุติธรรมแล้วก็จะไม่ก้าวล่วงซึ่งในประเด็นนี้ ครอบครัวของตายาย ก็พร้อมยอมรับ หากจะมีการตัดพื้นที่ออกตามหลักเกณฑ์ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับความกระจ่างในเรื่องเหล่านี้ และคิดมาตลอดว่าพื้นที่ที่รุ่นตายายบุกเบิกมาจะครอบคลุมทั้งหมด ที่ผ่านมาหลังจากเกิดปัญหาเรื่องตัดไม้ ในสวนก็เกิดปัญหาของที่เก็บไว้ในสวนก็ถูกขโมย ตาถนอมถึงกับต้องมานอนเฝ้า ครอบครัวจึงคิดว่าหากทำรั้วชั่วคราวกั้นไว้ก็จะป้องกันได้ไม่มากก็น้อย แต่ก็มาถูกร้องเรียนและถูกแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มอีกซึ่งในประเด็นนี้ นายอำเภอวังเหนือ ก็ได้สอบบถามครอบครัวว่ายอมรับเรื่องพื้นที่หรือไม่ ทางครอบครัวตาถนอม ก็ยอมรับ ซึ่งทางด้านนายอำเภอได้กล่าวว่า ทางด้านคดีก็จะได้ช่วยกันหาทางออกเพื่อช่วยเหลือตาถนอมและยายคำน้อยต่อไปช่วงสุดท้ายทางนายอำเภอได้สอบถามทางผู้สื่อข่าวที่ได้นั่งฟังตลอดเกือบ3ชั่วโมง ว่ามีข้อคิดเห็นอย่างไรบ้าง นางสาวรัตนา ธะนะคำ ได้ร่วมเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดกรณีพิพาทขึ้นอีก โดยขอให้มีการชี้จุดพื้นที่ที่เป็นธรรมนูญของหมู่บ้านให้ชัดเจน มีการติดป้ายขอบเขตเพื่อให้ชาวบ้านรับทราบทั่วกันจะได้ไม่เกิดปัญหาหากมีการกระทำผิดในพื้นที่ที่รับผิดชอบส่วนประเด็นการดำเนินคดีกับชาวบ้าน ต้องการให้หน่วยงานชี้แจงและออกเอกสารรับรองสิทธิในพื้นที่ให้ชาวบ้านให้เรียบร้อยและให้ชาวบ้านหมดความสงสัย ก่อนที่จะดำเนินคดีใดๆ และควรให้คำแนะนำหากพื้นที่อื่นที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ เพื่อให้ชาวบ้านได้ดำเนินการให้ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาและไม่ให้เกิดการร้องเรียนกันขึ้นมาอีกwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: