“บีดีไอ”เชื่อมข้อมูลสุขภาพคนท้องถิ่น ยกชลบุรีต้นแบบเร่งขยายทั่วประเทศ

ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู)) การแลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ข้อมูลสุขภาพประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยการขยายการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพสู่ระบบปฐมภูมิขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมน.ส.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (บีดีไอ) เปิดเผยว่า บีดีไอ ได้ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู)) การแลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ข้อมูลสุขภาพประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยจะการขยายการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพสู่ระบบปฐมภูมิขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม โดย จ.ชลบุรีเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกที่สามารถเชื่อมโยงหน่วยบริการในสังกัด อบจ. ครบทั้ง 118 แห่ง เพื่อรองรับการใช้งานทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ผ่านระบบ เฮลท์ ลิงก์ (Health Link)โดบปัจจุบัน ระบบ เฮลท์ ลิงก์ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นกว่า 12 ประเภท มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และเชื่อมโยงหน่วยบริการทั่วประเทศแล้วกว่า 8,600 แห่ง โดยในพื้นที่ จ.ชลบุรี มีโรงพยาบาลที่เชื่อมโยงแล้ว 7 แห่ง และหน่วยบริการนวัตกรรมกว่า 100 แห่ง ส่งผลให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สามารถเข้าถึงประวัติการรักษาของผู้ป่วยจากเครือข่ายที่เชื่อมโยงได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บีดีไอยังสนับสนุนการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนากลไกกำกับดูแลข้อมูล และการยกระดับศักยภาพบุคลากร เพื่อให้การใช้ข้อมูลสุขภาพตอบโจทย์ทั้งด้านการบริหารจัดการ การให้บริการประชาชน และการวางแผนด้านงบประมาณและกำลังคน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้น.ส.ธีรณี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ได้ให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบที่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ พีดีพีเอ โดยกำหนดบทบาทด้านการควบคุมและประมวลผลข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้การใช้ข้อมูลเกิดขึ้นอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพระดับท้องถิ่น ที่สามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศในอนาคตด้วยนายแพทย์สินชัย ต่อวัฒนกิจกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ข้อมูลสามารถสนับสนุนการบริหารสิทธิและการให้บริการประชาชนได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และ BDI ในครั้งนี้ เป็นการวางกลไกการใช้ข้อมูลร่วมกันในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ด้านการบริหารจัดการสิทธิ การติดตามบริการ และการวิเคราะห์เชิงระบบ โดยยังคงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด“ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมความพร้อมของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในการรองรับการบริหารจัดการบริการปฐมภูมิในบริบทใหม่ และเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนานโยบายด้านบริการสุขภาพในอนาคต” นายแพทย์สินชัย กล่าวเพิ่มเติมทั้งนี้ ความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของจังหวัดชลบุรีมีเป้าหมายสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1. การบูรณาการและคืนข้อมูลสุขภาพให้กับพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยบริการปฐมภูมิ เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น รองรับบริบทของจังหวัดที่มีทั้งประชากรในพื้นที่และประชากรแฝงจำนวนมาก 2. การใช้ข้อมูลระดับประเทศของ สปสช. เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ 3. การวางแผนบริการ 4. การจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ ยังมุ่งผลักดันให้จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขแบบเบิกจ่ายตรง ลดภาระการสำรองจ่ายของประชาชน และเพิ่มความคล่องตัวด้านการเงินของหน่วยบริการ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต ทั้งภัยพิบัติและการระบาดของโรค โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างทันท่วงทีด้านนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบสาธารณสุขด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นฐาน โดยเฉพาะภารกิจด้านการดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ภายหลังการถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุขปฐมภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั้ง 118 แห่งมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อบจ.ชลบุรีนายก อบจ.ชลบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดชลบุรีเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว มีประชากรแฝงจำนวนมาก ทำให้การบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันได้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ“ความร่วมมือกับ สปสช. และ BDI ในครั้งนี้ จะช่วยให้หน่วยบริการในสังกัด อบจ.ชลบุรี ทั้ง 118 แห่ง สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และนำไปใช้ในการดูแลรักษา วางแผน และพัฒนาระบบสาธารณสุขของจังหวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของ อบจ.ชลบุรีในการผลักดันความร่วมมือครั้งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในระยะยาว” นายวิทยา กล่าว


Posted

in

by

Tags: