ทหารหญิง ร้องถูก ‘นายพล’ มัดมือรุมซ้อม-ข่มขืน อัดคลิปแบล็กเมล์ ขู่ถ้าแจ้งความ เอาถึงชีวิตเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายทหารหญิงยศ ร.ท. อายุ 29 ปี สังกัดกรมทหารแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณา อ้างถูก พล.ท. อายุ 63 ปี นายทหารนอกราชการ วางแผนลวงอ้างขอเจอครั้งสุดท้าย ก่อนจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ แต่กลับให้ดื่มน้ำต้องสงสัย แล้วทำร้ายร่างกาย มัดมือมัดเท้า พาไปโรงแรม ขืนใจ พร้อมอัดคลิปเอาไว้ ขู่ “ถ้าแจ้งความ ตายแน่”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.หญิงเล่าต้องทนทุกข์มานานกว่า 6 ปี อยู่แบบเป็นทาสและนางบำเรอ เวลา พล.ท. ไม่พอใจจะทำร้ายร่างกายตลอด หลังขอแยกทาง พล.ท. ทวงคืนคอนโด 4 ห้อง เธอโอนให้หมดแล้วเพื่อขอชีวิตคืน แต่ไม่จบ พล.ท.ยังบุกไปห้องพักที่แฟลต ตามคุกคามพังประตูห้อง หยอดกาวรถยนต์ ทำทรัพย์สินเสียหาย จน ร.ท.หญิง ต้องแจ้งตำรวจ สน.เตาปูน มาช่วยระงับเหตุ กลับเตะ ร.ท.หญิงต่อหน้าตำรวจ ซ้ำกระชากกล้องของตำรวจขณะระงับเหตุ และยังอ้างรู้จักตำรวจใหญ่ ซึ่งตำรวจนายสิบที่ถูกกระทำได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.เตาปูน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย“หนูต้องการความเป็นธรรมและขอชีวิตหนูคืน” เธอกล่าว และว่า ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ หลังรับเรื่อง “ปวีณา” ประสาน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. นัดหมายวันที่ 26 ธ.ค.68 เวลา 14.00 น. เพื่อพา ร.ท.หญิง เดินทางไปที่ สน.บางพลัด เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการไล่ภาพเส้นทางวันเกิดเหตุ และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามความคืบหน้าคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไปด้าน ร.ท.หญิง ผู้เสียหายกล่าวว่า ตอนปี’63 ตนยังเป็นนักศึกษาชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ครอบครัวฐานะยากจน และต้องเลี้ยงดูย่า จึงต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ช่วงกลางวันและตอนเย็นจะไปรับจ้างยืนแจกขนมตามสถานีรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้า วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ จะทำงานร้านอาหาร และได้พบกับ พล.ท. ที่มาทานอาหารกับกลุ่มเพื่อน ตนไปทำหน้าที่แนะนำเครื่องดื่มที่เพิ่งออกใหม่ ซึ่งวันนั้น พล.ท.ให้ทิปถึง 10,000 บาท ตนตกใจและดีใจมากเพราะว่าเป็นช่วงที่ต้องจ่ายค่าเทอมพอดี เลยคิดว่า พล.ท. เป็นผู้ใหญ่ใจดีที่เมตตาเด็ก หลังจากนั้นเขาก็ให้ลูกน้องมาขอไลน์ตนก่อนที่วันต่อมาเขาได้ไลน์มาชวนตนไปทานข้าวกับเพื่อนๆ เขา หลังจากนั้นก็ได้ไลน์ติดต่อให้ไปทานข้าวด้วย 2 ต่อ 2 และซื้อรถเก๋งให้ 1 คัน ราคา 2 แสนกว่าบาท จากนั้นเขาก็แอบมีความสัมพันธ์กับตน เวลาสังสรรค์กับเพื่อนเขาในกรมทหารก็จะให้ไปคอยชงเหล้า รับใช้ คอยสั่งการชีวิตหนูทุกอย่าง และหึงหวง ไม่ให้ออกไปไหน ไม่ให้คุยกับผู้ชายหรือแม้กระทั่งเพื่อนที่เป็น LGBTQ+ ตลอดเวลาหนูเหมือนนางบำเรอและทาสรับใช้“เวลาอยู่กับเขาก็ต้องทำทุกอย่างคอยเอาใจ ทำความสะอาดห้อง ซักผ้า รีดผ้า ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจก็จะถูกทุบตี เขาจะคอยบังคับให้หนูอยู่ในกรอบ ถ้าจะไปไหนต้องบอกตลอดเวลา ถ้าเขาแชตไลน์มาแล้วไม่อ่านหรืออ่านช้า หรือโทรมาไม่รับสายก็จะถูกด่าว่า“มึงเป็นใคร ทำไมไม่รับสายกู” และเมื่อเจอหน้าก็จะตบตีทำร้าย ตนเคยถูกทำร้ายหลายครั้งจนเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว” เธอกล่าวและว่าครั้งแรก วันที่ 22 ธ.ค.67 หนูไปเที่ยวกับเพื่อนเขาโทรมาหาแต่ไม่ได้รับสาย พอกลับมาถึงห้องที่แฟลตทหาร เขาตามมาไขกุญแจ เข้ามาทำร้ายเตะ ต่อย จนระบมช้ำไปทั้งตัว หลังจากนั้นเขาก็มาพูดดีด้วย สัญญาจะไม่ทำร้ายอีก และซื้อคอนโด ให้ 1 ห้อง เพื่อเป็นการปลอบใจ แต่เขาก็ผิดคำพูด เวลาไม่พอใจก็ยังทำร้ายทุบตีเหมือนเดิม“ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา หนูต้องทนทุกข์ จนหนูทนไม่ไหว ขอแยกทางไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยตั้งแต่กลางปี’68 แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย ตามคุกคามหนูเรื่อยมา ทั้งจะพังประตูห้อง เอากุญแจมาคล้องประตู หยอดกาวกุญแจประตู และหยอดกาวประตูรถ และจะแชตไลน์มาหาอยู่บ่อยครั้ง”ผู้เสียหายเล่าต่อว่า ช่วงเดือน ต.ค.68 ถูกทำร้าย เป็นครั้งที่ 2 สาเหตุเพราะเขาแชตไลน์มาและไม่ได้คุยอย่างต่อเนื่อง ตอบช้าเพราะกำลังทำงานอยู่ เขาก็รีบมาหาที่แฟลตและกระทืบตนจนช้ำระบมไปทั้งตัว หลังจากนั้นตนได้ขอเลิกเขาอีกครั้ง โดยมีรองเจ้ากรมทหาร เป็นพยาน เขาบอกว่าถ้าตนโอนคืนคอนโด ให้เขา แล้วจะเลิกยุ่ง ตนก็ได้โอนคืนไปหมดแล้ว แต่ก็ยังตามคุกคามอยู่เรื่อยมาโดยเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.68 เขามาพังประตูห้อง จึงแจ้งตำรวจ สน.เตาปูนมาระงับเหตุ เขาโกรธมากที่ทำให้เขาอับอายจึงเตะหนูเข้าที่ขาอย่างแรงต่อหน้าตำรวจ และกระชากกล้องตำรวจพร้อมด่าทอข่มขู่“มึงอยากไปอยู่วังทวีไหม” และยังกร่างอ้างรู้จักตำรวจใหญ่ หลังจากนั้นหนูก็ได้ไปแจ้งความเรื่องที่เขามาคุกคามไว้ที่ สน.เตาปูนครั้งที่ 3 วันที่ 21 ธ.ค.68 เขาโทรมาหาตนแล้วบอกว่า หย่ากับเมียแล้วจะไปอยู่ต่างประเทศ ขอเจอเป็นครั้งสุดท้าย โดยนัดพบที่ร้านอาหารย่านบางพลัด ตนใจอ่อนและตั้งใจเอาพวงมาลัยไปไหว้ขอขมาจึงเดินทางไปที่ร้านอาหารพร้อมกับน้องสาว ขณะอยู่ที่ร้านอาหารเขาได้ชวนดื่มไวน์ ตนกับน้องดื่มไวน์ไป 2 แก้ว รู้สึกเมาผิดปกติ แล้วเขาก็เอาน้ำที่ก้นแก้วมีสีขาวขุ่นมาให้ดื่มบอกว่าเป็นน้ำวิตามิน เมื่อตนและน้องสาวดื่มเข้าไปรู้สึกมึนงง เวลาประมาณ 2 ทุ่ม เขาบอกว่ามีของขวัญจะให้ ให้ตนเดินไปเอาที่ท้ายรถ ซึ่งเป็นรถ SUVเมื่อเปิดประตูท้ายรถขึ้นเขาก็ผลักเข้าไปในรถและเขาก็ขึ้นมาในรถชกต่อย จับกดลงกับพื้นไม่ให้ตนเงยหน้าขึ้นมา ใช้สายรัดเคเบิลไทร์มัดมือทั้ง 2 ข้าง และใช้สก๊อตเทปปิดปากไม่ให้ร้อง ระหว่างนั้นก็เห็นชายสวมหมวกไอ้โม่งมาขับรถให้เขาก่อนจะพาตนออกไป ซึ่งตนถูกจับกดและปิดตาอยู่จึงไม่เห็นทางว่ารถวิ่งไปทางไหน เมื่อไปถึงโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งเขาจะลากลงจากรถ แต่ตนส่งเสียงกรีดร้องจนพนักงานต้อนรับกลัวว่าจะมีปัญหาจึงไม่ยอมเปิดห้องให้ จากนั้นเขาก็พาหนูขึ้นรถจับกดลงกับพื้นอีกครั้งและพาไปที่โรงแรมม่านรูดอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลกันนักตนถูกลากลงจากรถและเข้าไปในห้องโรงแรมม่านรูดจึงรู้ว่า “ไอ้โม่ง” ที่ขับรถให้เขาคือ นายทหารยศ “ร.อ.” ที่เป็นลูกน้องของเขา ตนพยายามดื้นรนขัดขืนแต่ถูกเขา 2 คนลากไปที่เตียงนอน โดย ร.อ.ถอดกางเกงหนูแล้วก็ยืนดู จากนั้น พล.ท.ก็ชกต่อยใบหน้าและลำตัวระบายความโกรธด่าตนว่า “มึงแจ้งความใช่ไหม” ก่อนจะลงมือขืนใจ ทั้งที่มัดมือตนอยู่จนสำเร็จความใคร่ ตนเจ็บปวดสุดแสนสาหัสจากนั้นเขาถึงตัดสายรัดที่ข้อมือออก 1 เส้น แต่ยังมีสายรัดอีก 1 เส้นค้างอยู่ที่ข้อมือ พล.ท.ยังข่มขู่อีกว่า“ถ้ามึงแจ้งความ มึงตายแน่”หลังก่อเหตุเสร็จ พล.ท. และ ร.อ. ขับรถมาส่งที่ร้านอาหาร น้องสาวเห็นตนสภาพหนูสะบักสะบอม และขอให้ ร.อ.ช่วยตัดสายรัดเคเบิลไทร์ที่ค้างอยู่ที่ข้อมืออีกข้างหนึ่งออก ก่อนที่ตนและน้องจะรีบขึ้นรถตัวเองแล้วขับออกจากร้านเพื่อไปโรงพยาบาลทันที เนื่องจากรู้สึกเจ็บที่ซี่โครงอย่างมาก โดยน้องสาวบอกว่า หลังจากที่ตนออกไปกับ พล.ท. ก็มีผู้หญิง 2 คนมานั่งคุยด้วยตีสนิทแล้วบอกว่ารู้จัก พล.ท. ตนมาคิดกับน้องคาดว่า พล.ท. มีการวางแผนมาอย่างดี นัดให้มาเพื่อพาไปทำร้าย-ข่มขืน และให้หญิงสาวทั้ง 2 คนมานั่งกับน้องเพื่อเป็นการถ่วงเวลาไม่ให้ตามหา คืนนั้นหลังหาหมอเสร็จตนได้รีบไปแจ้งความที่ สน.บางพลัด ทันที ตำรวจส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเมื่อเขารู้ว่าตนแจ้งความเขาได้โอนเงินมาให้น้องหนู 3 หมื่นบาท บอกเป็นค่ารักษา และโอนมาให้ตนอีก 5 หมื่นบาท บอกให้เป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องนอนโรงพยาบาล แต่ตนไม่ต้องการจึงได้โอนเงินคืนไปหมดแล้ว และต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม ขอชีวิตคืน วันอังคารที่ 23 ธ.ค.68 จึงมาร้องขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ ต้องการจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทหารหญิง ร้องถูก ‘นายพล’ มัดมือรุมซ้อม-ข่มขืน อัดคลิปแบล็กเมล์ ขู่ถ้าแจ้งความ เอาถึงชีวิตติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th
ทหารหญิง ร้องถูก ‘นายพล’ มัดมือรุมซ้อม-ข่มขืน อัดคลิปแบล็กเมล์ ขู่ถ้าแจ้งความ เอาถึงชีวิต
by
Tags: