ศาลอนุมัติหมายจับ ปลัดพร้อมพวก สั่งหิ้วชายไปซ้อม ฆ่าฝังดินอำพราง คนร้ายเปิดปากเล่านาทีเกิดเหตุจากกรณี น.ส.นรกมล ชูจันทร์ อายุ 22 ปี ร้องสื่อขอความช่วยเหลือ ติดตามตัวนายทรงพล ธารารักษ์ 49 ปี ถูกกลุ่มบุคคล จำนวน 5 คน ใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะและมีอาวุธปืน บุกเข้าไปอุ้มนายทรงพล ออกจากบ้านพัก พื้นที่ ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 26 ธันวาคม และครอบครัวไม่สามารถติดต่อได้ สอบถามไปยังกลุ่มคนดังกล่าวอ้างว่าได้นำตัวไปปล่อยทิ้งไว้ ในพื้นที่ ต.สมอทอง โดยทางญาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ท่าชนะ ต่อมา ตำรวจ สภ.ท่าชนะ ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนปากคำเพื่อเค้นหาความจริง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ยังคงมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ค้นหาตัวนายทรงพลอย่างต่อเนื่องความคืบหน้าผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 28 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ได้เบาะแสว่าพบศพเพศชายไม่ทราบชื่อ บริเวณบ่อน้ำหลังบ้านใน ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี คาดว่าเป็นนายทรงพล จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลท่าชนะ พนักงานอัยการจังหวัดไชยา เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองอำเภอท่าชนะ และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8ที่เกิดเหตุเป็นบ่อดินขนาดความกว้างประมาณ 2 เมตร ลึกประมาณ 2 เมตร มีน้ำอยู่เต็มบ่อ หน่วยกู้ภัยจึงได้ช่วยกันสูบน้ำและยกสิ่งกีดขวางออกพบร่างผู้เสียชีวิต สภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงยีนส์ขายาว บนร่างถูกทับด้วยรากไม้ ปล่องซีเมนต์ และก้อนอิฐ โดยญาติซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุระบุว่าเป็นร่างของนายทรงพล เบื้องต้น พบรอยฟกช้ำที่บริเวณดวงตาทั้ง 2 ข้าง มีบาดแผลฉีกขาดที่หน้าผาก รอยถูกของแข็งไม่มีคม และมีบาดแผลถลอกบริเวณหน้าอก ตามร่างกายมีบาดแผลฟกช้ำหลายจุด จึงนำร่างส่งตรวจชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตลูกร่ำไห้ พ่อถูกจนท.ปกครองบุกซ้อม-อุ้มหาย พบเป็นศพถูกอำพรางในบ่อดินผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น ตำรวจได้นำตัวกลุ่มคนที่พานายทรงพลออกจากบ้านมาสอบปากคำ ด้วยการแยกกันสอบทางด้าน พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 5 คน ประกอบด้วยปลัดอำเภอ 1 คน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 1 คน และ อส. 3 คน มาซักถามปากคำ แต่ทั้งหมดให้การปฏิเสธเพียงแต่ยอมรับว่าเป็นผู้นำผู้เสียชีวิตไปจากบ้านพักจริง เนื่องจากต้องสงสัยว่าเป็นผู้ขโมยพระเครื่อง และยืนยันว่าเมื่อสอบถามแล้วผู้ตายไม่ได้ขโมยพระเครื่องจึงได้นำตัวกลับไปส่งที่บ้าน ทำให้ตำรวจต้องปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดกลับไป อย่างไรก็ตาม เช้านี้ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อสรุปสำนวนขอศาลจังหวัดไชยาออกหมายจับผู้ต้องหานายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังปรากฏข่าวสารทางสื่อมวลชน ได้มีคำสั่งให้นายสำนวน ทองศรี นายอำเภอท่าชนะ รายงานข้อเท็จจริง และเบื้องต้นเชื่อว่าผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้มีปลัดอำเภอ และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมอยู่ด้วย จึงได้มีคำสั่งให้ปลัดอำเภอคนดังกล่าวมาช่วยราชการที่ที่ทำการปกครองจังหวัดแล้ว แต่ทราบว่าล่าสุดปลัดอำเภอคนดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหา หากได้รับการประกันตัว ก็ต้องมารายงานตัวกับตนทันที ส่วนกรณีของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นอำนาจของนายอำเภอในการดำเนินการนายจุมพฏกล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย โดยจะนำไปประกอบกับสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย น่าจะไม่ให้การช่วยเหลือข้าราชการที่กระทำผิดอย่างแน่นอน ซึ่งจากการรายงานเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุ พระเครื่องของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในผู้ร่วมก่อเหตุสูญหาย จึงได้หารือกับปลัดอำเภอ โดยได้ร่วมกันดื่มสุราร่วมกันทั้งหมด 5 คน โดย 3 คนเป็นประชาชนทั่วไป ไม่ได้เป็น อส.อย่างที่ปรากฏเป็นข่าว ในการหารือเชื่อว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ก่อเหตุลักพระเครื่อง จึงพากันบุกไปเอาตัวผู้เสียชีวิตออกมา“ในการสืบสวนข้อเท็จจริง เขื่อว่าเป็นการก่อเหตุด้วยความโกรธแค้นส่วนตัว และกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุ โดยเฉพาะปลัดอำเภอ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชุดเฉพาะกิจป่าหวายแต่อย่างใด ขอให้เชื่อมั่นว่าทางจังหวัดจะไม่ช่วยเหลือ ปกป้องผู้กระทำผิด ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยไม่มีการช่วยเหลือเด็ดขาด” ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีกล่าวในที่สุดมีรายงานข่าวว่านายสำนวน ทองศรี นายอำเภอท่าชนะได้สั่งปลดผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแล้วต่อมา เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสอบปากคำทั้ง 5 คนเป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง ทำให้ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งไม่สามารถทนแรงกดดันได้ เปิดปากรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุ ตนพร้อมพวกอีก 3 คน ซึ่งเคยเข้าค่ายบำบัดยาเสพติด ของอำเภอไชยา หลังรับการบำบัด ก็คอยช่วยเหลืองานราชการด้วยการติดตามปลัดวี ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางพร้อมด้วยปลัดไปร่วมงานศพญาติของนายเจี๊ยบ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน (หลานนายทรงพล) โดยได้มีการตั้งวงดื่มสุรา จนมีอาการเมา และนายเจี๊ยบได้เล่าให้ปลัดฟังว่าพระเครื่องหาย โดยเชื่อว่านายทรงพลเป็นผู้ก่อเหตุปลัดจึงชักชวนกันไปตามตัวนายทรงพล และบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายบังคับขึ้นมาบนรถ ระหว่างนั้นนายทรงพลขัดขืนจึงได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายอีกครั้งและพบว่านายทรงพลได้เสียชีวิตแล้ว จึงตัดสินใจวางแผนที่จะนำศพไปทิ้งอำพราง ด้วยการขับรถตระเวนไปตามเส้นทางต่างๆ แต่ไม่สบโอกาส นายเจี๊ยบจึงได้เสนอให้นำศพไปซ่อนไว้ในหลุมที่ขุดขึ้นเพื่อฝังกลบขยะในงานศพ โดยมีตนและเพื่อนอีก 2 คน เป็นคนฝังร่างนายทรงพล ส่วนปลัดและนายเจี๊ยบนั่งดื่มสุราเฝ้าดูพวกตนอยู่ใกล้ๆล่าสุด ศาลจังหวัดไชยา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ประกอบด้วย1.นายวีรยุทธ สังข์สกุล อายุ 44 ปี ปลัดอำเภอท่าชนะ2.นายวีระชัย ขันเพชร อายุ 38 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน3.นายนพรินทร์ คงทอง อายุ 30 ปี4.นายธีรยุทธ เกตุชู อายุ 36 ปี5.นายวรากร ทองคำ อายุ 27 ปีข้อหา กระทำความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, กระทำทรมาน กระทำให้บุคคลสูญหาย, ร่วมกันหน่วงเหนื่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันเข้าในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุขโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืน, ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย กระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเป็นการกระทำโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดีนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลอนุมัติหมายจับ ปลัดพร้อมพวก สั่งหิ้วชายไปซ้อม ฆ่าฝังดินอำพราง คนร้ายเปิดปากเล่านาทีเกิดเหตุติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th
ศาลอนุมัติหมายจับ ปลัดพร้อมพวก สั่งหิ้วชายไปซ้อม ฆ่าฝังดินอำพราง คนร้ายเปิดปากเล่านาทีเกิดเหตุ
by
Tags: