2026 ปีแห่งการจารึกประวัติศาสตร์ มนุษยชาติกับการหวนคืนสู่ดวงจันทร์ในรอบกึ่งศตวรรษ

2026 ปีแห่งการจารึกประวัติศาสตร์ มนุษยชาติกับการหวนคืนสู่ดวงจันทร์ในรอบกึ่งศตวรรษหลังจากทิ้งช่วงไปนานกว่า 50 ปี นับตั้งแต่ภารกิจ Apollo 17 ในปี 1972 ในที่สุดปี 2026 กำลังจะกลายเป็นปีที่มนุษยชาติได้กลับไปเผชิญหน้ากับดวงจันทร์อีกครั้งอย่างใกล้ชิด ภายใต้โครงการ Artemis 2 ของ NASA ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการสำรวจอวกาศในยุคใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นและการพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ภารกิจ Artemis 2 มีกำหนดการปล่อยตัวเร็วที่สุดในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 โดยจะใช้จรวด Space Launch System (SLS) นำพายานอวกาศ Orion พร้อมนักบินอวกาศ 4 ท่าน เดินทางออกจากโลก ภารกิจนี้จะใช้เวลาประมาณ 10 วัน โดยนักบินอวกาศจะเดินทางเป็นรูปเลขแปด (figure-eight) อ้อมทางด้านหลังของดวงจันทร์ก่อนจะถูกแรงโน้มถ่วงเหวี่ยงกลับสู่โลก ซึ่งจะทำให้พวกเขากลายเป็นมนุษย์กลุ่มแรกในรอบหลายทศวรรษที่ได้เห็นดวงจันทร์ในระยะใกล้ลูกเรือของภารกิจนี้ล้วนเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกอบด้วย รีด ไวส์แมน (Reid Wiseman) ในตำแหน่งผู้บัญชาการภารกิจ, วิคเตอร์ โกลเวอร์ (Victor Glover) นักบินซึ่งจะกลายเป็นมนุษย์ผิวสีคนแรกที่เดินทางไปดวงจันทร์, คริสตินา ค็อก (Christina Koch) ผู้เชี่ยวชาญภารกิจซึ่งจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงคนแรกที่เดินทางไปดวงจันทร์ และ เจเรมี แฮนเซน (Jeremy Hansen) นักบินอวกาศจากองค์การอวกาศแคนาดา (Canadian Space Agency)ความสำเร็จของ SpaceX และอุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามความพยายามครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากปี 2025 ที่ SpaceX ได้สร้างสถิติโลกด้วยการปล่อยจรวดถึง 165 ภารกิจ และประสบความสำเร็จในการนำบูสเตอร์กลับมาใช้ซ้ำอย่างน่าทึ่ง อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ (Artemis 3) ยังคงมีความท้าทาย เนื่องจากยาน Starship ของ SpaceX ที่จะใช้เป็นยานลงจอด (HLS) ยังคงประสบปัญหาความล่าช้าในการพัฒนาเอกสารภายในระบุว่า Starship อาจไม่พร้อมสำหรับการลงจอดบนดวงจันทร์จนกว่าจะถึงปี 2028 ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้วางนโยบายของสหรัฐฯ ว่าอาจสูญเสียความเป็นผู้นำให้กับจีน จนทำให้ NASA เริ่มพิจารณาเปิดรับผู้ประมูลรายอื่น เช่น Blue Origin เพื่อเป็นทางเลือกสำรองการชิงชัยเหนือขั้วใต้ของดวงจันทร์ปัจจุบัน การสำรวจอวกาศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงระดับชาติ สหรัฐฯ และจีนต่างตั้งเป้าหมายไปที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งสะสมของน้ำแข็งจำนวนมาก อันเป็นทรัพยากรล้ำค่าสำหรับผลิตน้ำดื่มและเชื้อเพลิงจรวดในอนาคตในขณะที่สหรัฐฯ เผชิญกับปัญหาด้านงบประมาณที่ถูกตัดลดลงเกือบหนึ่งในสี่ตามข้อเสนอปีงบประมาณ 2026 ประเทศจีนกลับมีความคืบหน้าอย่างคงเส้นคงวาในการพัฒนาจรวด Long March 10 และยาน Mengzhou ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะส่งนักบินอวกาศของตน (Taikonauts) ไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ในเวลาที่ใกล้เคียงกับสหรัฐฯ ภารกิจ Artemis 2 ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบระบบยาน Orion และผลกระทบด้านชีวภาพของรังสีในอวกาศต่อร่างกายมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสถานีบนดวงจันทร์เพื่อใช้เป็นจุดพักแรมสำหรับการเดินทางไปดาวอังคารในอนาคต การกลับไปดวงจันทร์ในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเรียนรู้วิธีเดินอีกครั้งในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย หากเปรียบโลกเป็นบ้านที่ปลอดภัย และดวงจันทร์คือสนามหญ้าหน้าบ้านที่เราเคยไปเยือนเมื่อนานมาแล้ว การกลับไปครั้งนี้ไม่ใช่แค่การไปเพื่อฝากรอยเท้า แต่เป็นการไปเพื่อสร้าง "ค่ายพักแรม" ที่ถาวร เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะออกเดินทางไกลไปยังหมู่บ้านถัดไปซึ่งก็คือดาวอังคารนั่นเองครับข่าวที่เกี่ยวข้อง“จาเร็ด ไอแซกแมน” ผอ.นาซา ลั่นไม่รับเงินเดือน พร้อมบริจาคเข้า “Space Camp”NASA เผยภาพวันหยุดสุดพิเศษ ฉลองครอบรอบ 25 ปีบนอวกาศกล้องเจมส์ เวบบ์ ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบดวงใหม่มีรูปทรงคล้ายผลเลมอนอวกาศเป็นของทุกคน "Blue Origin" นำวิศวกรนั่งวีลแชร์ไปท่องอวกาศนักวิทยาศาสตร์ค้นพบ "สายใยจักรวาล" ความยาว 50 ล้านปีแสง โครงสร้างการหมุนที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาล


Posted

in

by

Tags: