เปิด 7 อาชีพ เสี่ยง “หายไปภายในปี 2030” เพราะการเข้ามาของ AI เผย พนักงานธนาคาร–แท็กซี่ติดโผ ชี้ควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง-เรียนรู้ทักษะใหม่ๆเรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569รายงานจากสื่อต่างประเทศ ท่ามกลางกระแสความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หลายอาชีพกำลังเผชิญความเสี่ยงในการอยู่รอดอย่างไม่เคยมีมาก่อน เว็บไซต์การเงินของสหรัฐฯ GOBankingRates เผยรายงานวิเคราะห์ว่า จากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีอาชีพอย่างน้อย 7 ประเภทที่อาจไร้การจ้างงาน หรือถึงขั้นหายไปจากตลาดแรงงานภายในปี 2030 ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ทั้งค้าปลีก การเงิน และการขนส่งรายงานระบุว่า เช่นเดียวกับในอดีตที่อาชีพอย่าง “คนเคาะหน้าต่างปลุกตอนเช้า” (Knockers-up) คนส่งนม หรือพนักงานควบคุมลิฟต์ ค่อย ๆ เลือนหายไปจากสังคมเพราะนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมโครงสร้างตลาดแรงงานอีกครั้งปัจจุบันโมเดลภาษา AI มีความสามารถในการสนทนาระยะยาว และให้บริการแบบเฉพาะบุคคลในวงกว้าง ส่งผลให้แรงงานแบบดั้งเดิมถูกทดแทนเร็วขึ้นภาพประกอบโดย 7 อาชีพที่มีแนวโน้มหายไปมากที่สุดภายในปี 2030 ได้แก่1. พนักงานเก็บเงิน (แคชเชียร์)ระบบชำระเงินอัตโนมัติแบบ Self-checkout ทำให้ความต้องการพนักงานเก็บเงินลดลง และในอนาคต “รถเข็นอัจฉริยะ” อาจเร่งแนวโน้มนี้มากขึ้น โดยผู้บริโภคสามารถหยิบสินค้าใส่รถเข็นและชำระเงินได้ทันที เมื่อเทคโนโลยีแพร่หลาย โอกาสงานของแคชเชียร์ โดยเฉพาะในร้านค้าปลีกรายใหญ่ อาจลดลงอย่างมาก2. พนักงานธนาคาร (เคาน์เตอร์)ผู้คนหันมาใช้บริการธนาคารออนไลน์มากขึ้น ขณะที่ธนาคารดิจิทัลล้วนก็พิสูจน์แล้วว่าไม่จำเป็นต้องมีสาขาจริง สถาบันการเงินหลายแห่งจึงทยอยปิดสาขาเพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้ความต้องการพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ลดลงตามไปด้วยภาพประกอบ3. ไกด์-ทัวร์ท่องเที่ยวเครื่องมือ AI อย่าง ChatGPT สามารถทำหน้าที่เสมือนที่ปรึกษาการท่องเที่ยว ให้คำแนะนำได้อย่างมีคุณภาพ ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มจองที่พักและตั๋วออนไลน์ก็เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยววางแผนและจองทริปได้ด้วยตัวเอง ส่งผลให้บทบาทของเอเย่นต์ท่องเที่ยวลดลง4. พนักงานคอลเซ็นเตอร์แชตบอต AI สามารถรับสายและจัดการคำถามพื้นฐานได้ และเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลขึ้น ความต้องการแรงงานในศูนย์บริการลูกค้าอาจลดลง นอกจากนี้ AI ยังสามารถโต้ตอบด้วยเสียงและตอบคำถามตามสคริปต์ได้ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้นภาพประกอบ5. คนขับแท็กซี่แพลตฟอร์มเรียกรถอย่าง Uber ได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพคนขับแท็กซี่มาแล้ว และเมื่อรถยนต์ไร้คนขับเริ่มแพร่หลายมากขึ้น อาชีพนี้อาจเผชิญวิกฤตที่รุนแรงกว่าเดิม รถไร้คนขับสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง และในระยะยาวมีต้นทุนต่ำกว่าการใช้แรงงานมนุษย์6. พนักงานคลังสินค้า/จัดเรียงสินค้าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ Walmart ลงทุนใน AI และหุ่นยนต์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการพึ่งพาแรงงาน แม้คลังสินค้ายังต้องใช้คนอยู่บ้าง แต่บทบาทของพนักงานจัดเรียงสินค้าอาจถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ที่ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าภาพประกอบ7. พนักงานป้อนข้อมูลAI สามารถป้อน วิเคราะห์ และจัดระเบียบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว พร้อมลดความผิดพลาด เมื่อเทคโนโลยีมีความสมบูรณ์มากขึ้น โอกาสงานในสายป้อนข้อมูลจึงมีแนวโน้มลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งนี้ รายงานแนะนำว่า แรงงานควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางอาชีพ ด้วยการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และพัฒนารายได้จากหลายช่องทางเพื่อลดความเสี่ยง แทนที่จะกังวลกับโอกาสตกงานเพียงอย่างเดียว ควรหันมาเรียนรู้การใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการยกระดับอาชีพในอนาคตที่มา ETTODAYอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 7 อาชีพ เสี่ยง “หายไปภายในปี 2030” พนักงานธนาคาร–แท็กซี่ติดโผติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
เปิด 7 อาชีพ เสี่ยง “หายไปภายในปี 2030” พนักงานธนาคาร–แท็กซี่ติดโผ
by
Tags: