GCAP GOLD ประเมินทิศทางราคาทองคำสัปดาห์นี้มีแนวโน้มสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณชะลอตัวและการเผชิญแรงกดดันทางกฎหมายของประธานเฟด จับตาความตึงเครียดด้านนโยบายภาษีนำเข้าของโดนัลด์ ทรัมป์ และความขัดแย้งในกรีนแลนด์-อิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนแห่ถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดผันผวน16 มกราคม 2569 – นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ระบุว่า ทิศทางราคาทองคำในปัจจุบันเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเดินหน้าทดสอบระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ทั้งราคาทองคำโลกและทองคำในประเทศ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเร็วกว่าที่ประเมินไว้เดิมสถานะของตลาดการเงินโลกในปัจจุบันถูกมองว่าอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญจากมรสุมทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการรอคำวินิจฉัยของศาลสูงเกี่ยวกับความชอบธรรมในการใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของสินทรัพย์ทางการเงินในระยะสั้น ขณะเดียวกัน การที่ นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการถูกสอบสวนทางกฎหมาย ได้สร้างความกังวลต่อประเด็นความเป็นอิสระของเฟดและสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน“หากแรงกดดันทางการเมืองทวีความรุนแรงขึ้น จะยิ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อทองคำ” -อารีรัตน์ มุราชัยในมิติของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลก ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อประเด็นการครอบครองกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคง ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการขั้นรุนแรงหากการเจรจาไม่เป็นผลนอกจากนี้ สถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านที่ยืดเยื้อกว่า 2 สัปดาห์ ยังสร้างความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงทางทหารจากสหรัฐฯ ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างต่อเนื่องสำหรับการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าโครงสร้างราคาโดยรวมยังคงเป็นขาขึ้นชัดเจนและมีโอกาสลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จึงแนะนำกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" เมื่อราคาปรับตัวลดลงในระยะสั้น โดยประเมินจุดเข้าซื้อที่น่าสนใจบริเวณ $4,545 และ $4,525 (คิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 67,800 และ 67,500 บาท)ในส่วนของเป้าหมายการทำกำไร ฝ่ายวิเคราะห์กำหนดแนวต้านเบื้องต้นไว้ที่ $4,650 (ประมาณ 69,200 บาท) และกรณีที่ราคาสามารถทะลุผ่านแนวต้านดังกล่าวเพื่อสร้าง All-Time High ใหม่ได้ จะมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ระดับ $4,700 หรือประมาณ 69,800 บาท ตามลำดับ“ตลาดกำลังจับตาความสอดคล้องระหว่างปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางการเมือง ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ทองคำไทยมีโอกาสทดสอบระดับ 69,800 บาท”อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องนักวิเคราะห์คาด “ราคาทองคำ” แตะ 5,000 ดอลลาร์ เงินทะลุ 100 ดอลลาร์ ในปี 2569
GCAP GOLD คาดทองคำเดินหน้าทำ All-Time High รับแรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
by
Tags: