ข่าวร้ายสาย Gadget! Carl Pei ฟันธง ปี 2026 มือถือจ่อขึ้นราคาถ้วนหน้า เหตุ Carl Pei ซีอีโอฝีปากกล้าแห่งค่าย Nothing ออกมาโพสต์เตือนผ่าน X (Twitter) ด้วยตัวเองว่า "ทำไมสมาร์ตโฟนเครื่องต่อไปของคุณถึงจะแพงขึ้น" (โดยชี้เป้าไปที่จำเลยหลักอย่างกระแส AI ที่กำลังเปลี่ยนโลกbatch_img20251124175741Carl Pei อธิบายว่า การแข่งขันพัฒนา AI ของบริษัทต่างๆ กำลัง "ปรับเปลี่ยนความต้องการหน่วยความจำ (RAM) ของโลกไปโดยสิ้นเชิง" ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนและต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจต้นทุนพุ่งกระฉูด: มีการประเมินว่าโมดูลหน่วยความจำระดับท็อป (Top-tier) ที่เคยมีราคาต้นทุนต่ำกว่า $20 (ประมาณ 700 บาท) เมื่อปีก่อน อาจพุ่งสูงเกิน $100 (ประมาณ 3,500 บาท) ภายในสิ้นปีนี้!ทางแยกของผู้ผลิต: แบรนด์มือถือทั่วโลกกำลังเจอกับทางเลือกที่ยากลำบาก คือต้องเลือกระหว่าง "ยอมขึ้นราคาขาย" หรือ "ยอมลดสเปกเครื่อง" เพื่อพยุงราคาเดิมไว้Nothing ก็ไม่รอด! ยืนยัน "ขึ้นราคา" แน่นอนแม้ Nothing จะเป็นแบรนด์ขวัญใจสายอินดี้ แต่ Pei ก็ยอมรับตรงๆ ว่าบริษัทไม่มีภูมิคุ้มกันต่อกลไกตลาดนี้ โดยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของ Nothing ในพอร์ตโฟลิโอปีนี้จะมีการ "ปรับขึ้นราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข่าวดีเล็กน้อยแทรกมาบ้าง โดย Pei แย้มว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ (คาดว่าน่าจะเป็น Nothing Phone ตระกูล A-series) จะได้รับการอัปเกรดสเปกความจำไปใช้มาตรฐาน UFS 3.1 ซึ่งเร็วกว่าเดิม แต่ก็นั่นแหละครับ มันมาพร้อมกับต้นทุนที่สูงขึ้นในวิกฤตยังมีโอกาส Carl Pei มองโลกในแง่ดีว่า ปี 2026 อาจจะเป็นปีที่ "The Specs Race Ends" หรือจุดจบของการแข่งกันอัดตัวเลขสเปก และเป็นโอกาสให้ Nothing พิสูจน์จุดยืนว่า "ประสบการณ์การใช้งาน (User Experience)" นั้นสำคัญกว่าแค่ตัวเลขบนกระดาษถือเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับวงการ IT ปี 2026 ครับ การที่ต้นทุนชิปหน่วยความจำพุ่งขึ้นหลายเท่าตัวเพราะต้องเอาไปประมวลผล AI ย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงราคามือถือแน่นอน ส่วนแนวคิดของ Carl Pei ที่บอกว่าคนจะเลิกบ้าสเปกนั้น… อาจจะต้องรอดูกันยาวๆ เพราะจากดราม่า Pixel 10 ช่วงที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงคาดหวัง "ความแรง" ที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปอยู่ดีครับที่มา: 9to5Google
CEO Nothing เผยปีนี้มือถือจ่อราคาขึ้น เพราะ AI ดึงตลาดแรมราคาพุ่ง
by
Tags: