วันที่ 20 ม.ค. 69 บรรยากาศที่ “วัดกัสสปะ” อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนางสาววิรินทร์ หรือ นุ้ย พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งที่หัวหิน หลังถูกคนร้ายก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ โดยทางครอบครัวได้ทำพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นคืนแรก โดยได้รดน้ำศพในช่วง 16.30 น. ซึ่งมีทั้งครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท และเพื่อนร่วมงานต่างมาร่วมทำพิธี บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้าระดมชุดสืบนับร้อย ไล่ล่าชายกระหน่ำตี พนง.โรงแรมหัวหินดับจับมือฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรมหัวหิน หวิดโดนญาติประชาทัณฑ์นายคมกริช อายุ 42 ปี แฟนของผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนเองได้ไปดูตอนตำรวจจับกุมตัวคนก่อเหตุแล้ว ได้เห็นหน้าเห็นตา แต่ก็ยังไม่ได้ใกล้เท่าไหร่ เพราะตำรวจคุมพื้นที่ไว้ จึงได้แต่อยู่ห่างๆ ส่วนตัวไม่ได้อยากพูดอะไรกับเขา เพราะเราได้เห็นแล้ว ก็พอรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน แต่มั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ป่วยจิตเวชส่วนสภาพจิตใจ ก็ย่ำแย่ แต่ก็ดีใจที่จับคนร้ายได้ แฟนจะได้ไปสบาย ที่ผ่านมาเขาเป็นคนสู้ชีวิต และขยันทำงานเพื่อลูก 3 คน ตอนนี้ลูกทุกคนก็ทราบเรื่องแล้ว เขาก็เข้าใจ เพราะต่างก็โตแล้ว และมีคนดูแลเขาอย่างดี แต่ลึกๆ เหตุการณ์ครั้งนี้มันก็โหดร้ายและรุนแรงเกินไป แม้ในใจจะไม่อยากให้อภัย แต่ก็ต้องให้อภัย เพราะตำรวจจับคนร้ายได้แล้ว ก็ต้องไปรับโทษตามกฏหมาย มันทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนายคมกริช ยังบอกอีกว่า คืนวันเกิดเหตุ แฟนสาวบอกเพียงว่าจะไปทำงาน เข้า 19.00 น. ออก 07.00 น. จากนั้นเราก็วิดีโอคอลกันตลอดทั้งคืนตามปกติ ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าแฟนสาวเคยพูดอยู่บ้าง ว่าหน้าโรงแรมมันเปลี่ยว ทำให้ตนเองจำเป็นจะต้องวิดีโอคอลหาแฟนสาวอยู่ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง อย่างคืนวันเกิดเหตุช่วงตี 3 แฟนสาวก็บอกว่า “ของีบแป๊ปเดียว” แต่สายมันก็ยังค้างอยู่ ตนเองสังเกตเห็นคนร้ายเดินมาจากข้างหลัง ท่าทีผิดปกติ จึงพยายามเรียกผ่านทางโทรศัพท์แล้ว แต่สายมันตัดไป และตนเองพยายามโทรกลับ แต่ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้ จึงรีบมาที่โรงแรมจุดเกิดเหตุทันที ตอนนั้นใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที แต่มันก็ไม่ทันแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าคนร้ายเตรียมการมาก่อเหตุแน่นอนด้านนางสาวมะปราง อายุ 36 ปี เพื่อนร่วมงานของผู้ตาย ระบุว่า เธอและผู้ตายทำงานกันมานานกว่า 2 ปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เลย แต่ก็ยอมรับว่าหน้าโรงแรมก็มีคนเร่ร่อนเดินผ่านกันตามปกติ แต่ไม่ได้มี รปภ. ประจำส่วนคืนวันเกิดเหตุ จริงๆ ตนเองต้องเข้ากะดึก แต่ป่วย จึงแลกกะกับผู้ตาย ทำให้ผู้ตายต้องมาเข้ากะดึกแทน พอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ยิ่งสะเทือนใจ ขนาดวงจรปิดยังดูไม่จบ เพราะดูไม่ไหว หลังจากนี้ก็ยอมรับว่าคงไปทำงานแบบรู้สึกไม่ดี เพราะเพื่อนเราเราคุยกันตลอด ทักทายกันตลอด วันนี้มาบอกเขาเพียงว่า “มาส่งแล้วนะ”ขณะที่น้องสาวของผู้ตาย ยังอยู่ในอาการทำใจไม่ได้ บอกเพียงว่า ส่วนตัวติดใจอยู่เรื่องเดียว คือทำไมต้องให้พี่สาวอยู่คนเดียวช่วงกะดึก ทั้งๆ ที่มันไม่ควรจะเป็นผู้หญิงคนเดียวแบบนี้ หลังจากนี้ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมาย ยังไม่พร้อมจะพูดอะไรนอกจากนี้น้องสาวยังโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กด้วย ว่า “ทำบุญโลงศพมานาน วันนี้ต้องมาใส่พี่สาวตัวเอง ยากจะทำใจ“ ซึ่งน้องสาวย้ำว่า ไม่คิดจริงๆ ว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นกับครอบครัว.
แฟนหนุ่มของ พนง.โรงแรม เล่านาทีสลด วิดีโอคอลคาสาย ก่อนคนร้ายลงมือ
by
Tags: