ประเด็นคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. กำลังกลายเป็นปมร้อนทางกฎหมายและการเมือง ประธาน กสทช. กำลังกลายเป็นปมร้อนทางกฎหมายและการเมืองกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเป็นประเด็นพิจารณาทางกฎหมายที่สำคัญ โดยมีประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้1.ข้อจำกัดทางกฎหมายและลักษณะต้องห้าม ตามบทบัญญัติใน มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า กรรมการ กสทช. จะต้องไม่ดำรงตำแหน่งพนักงานของมหาวิทยาลัย และต้องไม่ประกอบวิชาชีพอิสระ (รวมถึงวิชาชีพเวชกรรม) โดยใน มาตรา 18 กำหนดเงื่อนไขบังคับก่อนว่า ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องแสดงหลักฐานการลาออกหรือการเลิกประกอบอาชีพต้องห้ามต่อประธานวุฒิสภาภายในระยะเวลาที่กำหนด ก่อนจะดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ2.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะและการดำรงตำแหน่ง จากการตรวจสอบพบความย้อนแย้งระหว่างหนังสือรับรองตนเองกับข้อมูลจากหน่วยงานต้นสังกัด โดยปรากฏหลักฐานว่าแม้ นพ.สรณ จะแจ้งว่าได้ลาออกจากอาชีพต้องห้ามตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 แต่ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว นพ.สรณ ยังคงมีสถานะเป็นแพทย์และปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 อีกทั้งข้อมูลบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ยังปรากฏรายได้จากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระหว่างดำรงตำแหน่ง กสทช. ซึ่งเข้าข่ายการมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 20 (5) ที่ระบุให้กรรมการพ้นจากตำแหน่งทันทีเมื่อฝ่าฝืนมาตรา 8 หรือไม่ อย่างไร3. ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารและผลกระทบทางรัฐธรรมนูญ ประเด็นดังกล่าวมิได้จำกัดเพียงสถานะส่วนบุคคล แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความรับผิดชอบของ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมายและผู้รับสนองพระบรมราชโองการ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการขาดคุณสมบัติแต่ฝ่ายบริหารยังคงเพิกเฉย ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อเลิกจ้างหรือนำความกราบบังคมทูลให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 180 ของรัฐธรรมนูญ อาจถูกพิจารณาได้ว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่ และอาจส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของมติหรือการดำเนินการต่างๆ ของ กสทช. ในช่วงเวลาที่ผ่านมาการพิจารณากรณีนี้ต้องยึดถือบรรทัดฐานทางกฎหมายที่เคยเกิดขึ้น (อาทิ กรณีของคุณสุภิญญา กลางณรงค์) เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรมและมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หากความชัดเจนเรื่องการสละสิทธิตามกฎหมายปรากฏขึ้น การคงอยู่ของสถานะประธาน กสทช. ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการกำกับดูแลทรัพยากรของชาติในระยะยาว
ข้อวินิจฉัยทางกฎหมายและธรรมาภิบาล: กรณีคุณสมบัติของประธาน กสทช.
by
Tags: