21 มกราคม 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊กเตรียมยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ฟ้องนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ฐานละเลยต่อหน้าที่ปล่อยให้กรุงเทพมหานครมีฝุ่นพิษเกินมาตรฐานเวลา 9.30 น. ที่ศาลปกครองกลาง นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากชาวบ้านในพื้นที่ กทม. เดินทางมายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ฟ้องนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ฐานละเลยต่อหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร เหตุปล่อยให้ฝุ่นละออง (PM2.5) เกินมาตรฐานทั่ว กทม.มาตั้งแต่ปลายปี 2568 มาจนปัจจุบัน จนทำให้ชาวบ้านเจ็บป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจกันมากทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเกิดวิกฤตปัญหาฝุ่นพิษ หรือ PM2.5 แพร่กระจายเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหลายเท่า ปกคลุมทั่ว กทม. มานานต่อเนื่องหลายวัน หลายสัปดาห์ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.68 มาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลง จนเป็นเหตุให้ประชาชนเจ็บป่วย ทั้งๆที่ประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศให้ กทม.เป็นเขตควบคุมมลพิษมาตั้งแต่ 17 ก.ย.68 แล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ว่า กทม.ที่จะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษ และใช้กลไกในทุกวิถีทางในการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแหล่งกำเนิดมลพิษฝุ่นละอองให้หมดไปโดยเร็ว ไม่ให้เกินมาตรฐานที่กำหนดแต่ปรากฎว่าปัญหาฝุ่นละออง(PM2.5) ยังคงแพร่กระจายเกินมาตรฐานมาโดยตลอด เพราะอาจมีแต่การแถลงข่าวสร้างภาพว่าดำเนินมาตรการมากมายหลาย 10 มาตรการ แต่ไม่มีมาตรการหรือแผนงานใดที่สามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากปล่อยไปก็อาจจะเกิดวังวนของปัญหาเช่นนี้กลับมาอีกในแต่ละปี ซึ่งจะกระทบต่อสุขภาพอนามัยของชาว กทม. รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้ด้วยเหตุดังกล่าว ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพื้นที่ต่างๆ จึงรวมตัวกันมอบอำนาจให้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นำความมายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ว่าฯ กทม.เร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเร่งปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการเพื่อควบคุม ลด และขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษกรุงเทพมหานคร ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนมีนาคม ของทุก ๆ ปี โดยปฏิบัติให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมทุกมาตรการ ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด และรายงานให้สาธารณชน ผู้ฟ้องคดี และศาลทราบทุก ๆ 30 วัน (ทุกๆสิ้นเดือน พ.ย.-จนถึงสิ้นเดือน มี.ค.ของทุก ๆ ปี) จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นรวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ว่าฯ กทม. กำหนดมาตรการห้ามตัดต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะ ส่วนในพื้นที่เอกชนต้องมีมาตรการขุดล้อมย้ายไปปลูกในพื้นที่อื่นและดูแลรักษาไว้ให้รอด เอาไว้ให้ชัดเจน โดยมีบทลงโทษที่เด็ดขาด เหมือนประเทศสิงคโปร์หรือตามที่ศาลเห็นสมควรด้วย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
‘พี่ศรี’จัดให้! ชาวกรุงฯมอบอำนาจ ลุยฟ้อง’ผู้ว่าฯชัชชาติ’ละเลยกทม.จมฝุ่นพิษ
by
Tags: