“กัน-ก่อน-ลวง” แพลตฟอร์ม “DE-FENCE” โหลดกันเลย!สกัดกั้น “โทร- SMS” มิจฉาชีพ

แม้ว่าในปัจจุบัน มิจฉาชีพ แก็งคอลเซ็นเตอร์ จะถูกกวาดล้างอย่างหนักโดยเฉพาะ รังสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่การหลอกหลงก็ยังมีคนตกเป็น…แม้ว่าในปัจจุบัน มิจฉาชีพ แก็งคอลเซ็นเตอร์ จะถูกกวาดล้างอย่างหนักโดยเฉพาะ รังสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่การหลอกหลงก็ยังมีคนตกเป็นเหยื่ออยู่!!การมีเครื่องมือมาช่วยให้การป้องกันจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ ในการหลงกลมิจฉาชีพ ได้ ซึ่งทาง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) โดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ก็ได้บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนา แอปพลิเคชันป้องกันการโทรหลอกลวง” (DE-FENCE) เพื่อใช้ป้องกันและเตือนภัยจากมิจฉาชีพที่มีกลโกงรูปแบบต่าง ๆ“เวทางค์ พ่วงทรัพย์” เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และโฆษกกระทรวงดีอี บอกว่า กระทรวงดีอีที่มีพันธกิจในการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงการสร้างความมั่นคงในโลกไซเบอร์ ซึ่งได้เดินหน้าปราบปรามภัยออนไลน์อย่างเต็มกำลังโดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง หรือ DE-FENCE ซึ่งเป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นและแจ้ง“กัน-ก่อน-ลวง” เตือนภัยจากมิจฉาชีพที่มีกลโกงรูปแบบต่าง ๆเพื่อเป็นการป้องกันมิจฉาชีพที่ใช้การโทรและการส่ง SMS หลอกลวงประชาชน ควบคู่กับมาตรการลงทะเบียนผู้ให้บริการส่ง SMS ใหม่ทั้งระบบซึ่งต้องมีการลงทะเบียนทุกๆ ปี เพื่อให้สามารถระบุว่าผู้ให้บริการและผู้ส่ง SMS คือใคร รวมทั้งการลงทะเบียนการส่ง SMS แนบลิงก์ จะต้องระบุรายละเอียดของข้อความและลิงก์ เพื่อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายตรวจสอบลิงก์ก่อนที่จะส่ง SMS ไปยังผู้ใช้บริการก่อนสำหรับ แพลตฟอร์ม DE-FENCE มี จุดเด่นคือ เป็นแอปพิลเคชั่น ที่ สามารถบูรณาการ แลกเปลี่ยนข้อมูลของหมายเลขโทรศัพท์ ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในภาครัฐและเอกชน ทั้งเบอร์มิจฉาชีพ เบอร์ต้องสงสัย และเบอร์หน่วยงานของรัฐ เพื่อใช้ในการเตือนประชาชนให้ทราบข้อมูลของผู้โทรเข้าว่าเป็นเบอร์หน่วยงานของรัฐที่ลงทะเบียนถูกต้อง หรือเป็นเบอร์มิจฉาชีพหรือไม่ ก่อนรับสายหรืออ่านข้อความ SMS“แพลตฟอร์ม DE-FENCE ยังสามารถลิงก์ไปยังระบบแจ้งความออนไลน์ที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเจอเว็บไซต์ปลอมและยังสามารถโทรศัพท์ขอคำปรึกษา หรือแจ้งอายัดบัญชีคนร้ายผ่าน AOC ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์สายด่วน 1441 ได้ทันที เพื่อส่งข้อมูลให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย”สำหรับหลักการในการแบ่งสายโทรเข้า และ SMS ที่ได้รับ จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. Blacklist หรือ อันตราย คือ หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดการหลอกลวงหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยข้อมูลดังกล่าว ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงาน AOC ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์สายด่วน 1441 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีซึ่งระบบของแอปพลิเคชัน DE-fence จะดำเนินการแจ้งเตือนผู้ใช้งานทันทีเมื่อมีสายโทรเข้าหรือข้อความ (SMS) จากหมายเลขในกลุ่ม Blacklist (อันตราย) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นทั้งด้านทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคล2. Greylist หรือ ระวังต้องสงสัย คือ หมายเลขโทรศัพท์ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายน่าสงสัย หรือมีความเสี่ยงต่อการหลอกลวง แต่ยังไม่ผ่านการยืนยันว่าเป็นอาชญากรรมโดยตรง เช่น การติดต่อจากหมายเลขแปลกหรือไม่คุ้นเคย การติดต่อจากต่างประเทศ หรือโทรผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงหมายเลขโทรที่ประชาชนมีการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนจำนวนมาก ซึ่งแอปพลิเคชัน DE-fence จะทำหน้าที่แจ้งเตือนระดับความเสี่ยงให้ผู้ใช้งานทราบ พร้อมแสดงสถานะ “ระวังต้องสงสัย” เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้วิจารณญาณในการรับสายหรืออ่านข้อความ หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวและการกดลิงก์จากทาง SMSและ 3. Whitelist หรือ ลงทะเบียน คือ หมายเลขโทรศัพท์ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องว่าเป็นหมายเลขของหน่วยงานรัฐ หรือที่เป็นหมายเลขที่ผู้ใช้งานได้ทำการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนเป็นหมายเลขที่มีความน่าเชื่อถือ หมายเลขในกลุ่ม Whitelist (ลงทะเบียน) โดยจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแยกแยะการติดต่อที่ปลอดภัยออกจากหมายเลขต้องสงสัยได้อย่างชัดเจน เพื่อลดความสับสน และเพิ่มความมั่นใจในการรับสายหรือข้อความเข้าโฆษกกระทรวงดีอี บอกต่อว่า ปัจจุบันแอปพลิเคชัน DE-fence ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งระบบปฏิบัติการ Android ผ่าน Google Play และระบบปฏิบัติการ iOS ผ่าน App Store โดยแอปพลิเคชัน DE-fence เป็นแอปที่ใช้งานได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นแอปพลิเคชันเพื่อประชาชนโดยตรงนอกจากนี้ยังไม่มีโฆษณาภายในแอปพลิเคชัน มาให้กวนใจอีกด้วย นับเป็นการร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาเครื่องมือที่มุ่งหวังสกัดกั้นมิจฉาชีพไซเบอร์ให้ลดลง ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางไซเบอร์ และยังสามารถช่วยลดสถิติอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้ด้วยถ้าอยากมีตัวช่วย "กัน-ก่อน-ลวง" ใช้งานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ก็ดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้เลย แล้วจะช่วยให้เราปลอดภัยจากสแกมเมอร์มากขึ้น!?!อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องมี “สติ” แล้วจะมี “สตางค์” อยู่ในบัญชีเหมือนเดิม!?!จิราวัฒน์ จารุพันธ์


Posted

in

by

Tags: