ติด 4 อันดับแรก แชมเปี้ยนส์ ลีก สำคัญกว่าที่คิด

ไม่ว่าคุณจะรักหรือไม่รัก อาร์เน่อ สล็อต แต่เกมนี้ ยังไงก็ต้องหวังให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ คาราบัก ให้ได้ก่อนเข้าสู่นัดสุดท้ายรอบลีกเฟซ แชมเปี้ยนส์ ลีก สถานการณ์บนตารางยังเปิดกว้าง มีแค่ อาร์เซน่อล และ บาเยิร์น มิวนิค เท่านั้นที่การันตีการจบท็อป 8 ไปแล้วโดย อาร์เซน่อล การันตีติดท็อป 2 แน่นอน ขณะที่ทีมตกรอบมีเพียง 4 ทีมที่อยู่โซนล่างสุดนั่นหมายความว่า ยังมีถึง 32 ทีมที่ยังมีลุ้น ซึ่งทุกคู่จะเตะพร้อมกันคืนนี้ เวลาตีสามตรงแรงจูงใจของแต่ละอันดับแตกต่างกันอย่างชัดเจนทีมที่จบอันดับ 1–2 จะได้เล่นในบ้านเลกสองยาวไปจนถึงรอบรองชนะเลิศทีมที่จบอันดับ 1–4 การันตีเล่นในบ้านเลกสองจนถึงรอบก่อนรองชนะเลิศส่วนอันดับ 1–8 ไม่ต้องเล่นรอบเพลย์ออฟ ซึ่งถือว่าสำคัญมาก โดยเฉพาะสโมสร พรีเมียร์ลีก ที่ต้องรับมือกับโปรแกรมถี่ยิบทั้งในลีกและบอลถ้วยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ความตึงเครียดของตารางคะแนนยิ่งเพิ่มขึ้น มีถึง 8 ทีมที่มี 13 คะแนนเท่ากัน ไล่ตั้งแต่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อันดับ 6 ไปจนถึง อตาลันต้า อันดับ 13ลิเวอร์พูล (15 คะแนน) อันดับ 4 และ สเปอร์ส (14 คะแนน) อันดับ 5 อยู่เหนือกลุ่มนี้เล็กน้อยเชลซี อันดับ 8 ก็จริงแต่มีแต้มเท่ากับหลายทีมด้านล่าง และเหนืออันดับ 13 เพียงแค่ผลต่างประตูได้เสียเท่านั้น นั่นทำให้แค่ชนะอาจยังไม่เพียงพอ เพราะผลต่างประตูสามารถเขย่าลำดับตารางได้ทันทีย้อนไปฤดูกาลที่แล้ว เลเวอร์คูเซ่น คว้าอันดับ 8 ด้วยการมี 16 คะแนน ซึ่งเป็นตั๋วอัตโนมัติใบสุดท้าย ส่วน คลับ บรูช ผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟด้วยการจบอันดับ 24 มี 11 คะแนนลิเวอร์พูล จะการันตีท็อป 8 ทันทีหากคว้าชัย เช่นเดียวกับ สเปอร์ส ส่วน เชลซี ยังจำเป็นต้องเก็บ 3 คะแนน พร้อมลุ้นผลคู่อื่นให้เป็นใจสำหรับ ลิเวอร์พูล เกมที่ แอนฟิลด์ คือจุดชี้ชะตา ชัยชนะจะการันตีการจบท็อป 8 และมีโอกาสสูงมากที่จะติดท็อป 4 ซึ่งหมายถึงการได้เล่นเลกสองในบ้านทั้งรอบ 16 ทีมสุดท้าย และรอบก่อนรองชนะเลิศหากทำได้เพียงเสมอ พวกเขาจะมี 16 คะแนน ซึ่งน่าจะพอ แต่ก็ยังมีถึง 9 ทีมด้านล่างที่อาจทำแต้มเท่ากันได้ ทำให้ต้องเสี่ยงวัดกันที่ผลต่างประตูได้เสีย ส่วนความพ่ายแพ้จะทำให้ ลิเวอร์พูล หยุดอยู่ที่ 15 คะแนน และอาจร่วงลงไปอยู่ระหว่างอันดับ 9 ถึง 11 ได้ทันที…เมื่อมองไปที่คู่แข่งอย่าง คาราบัก จุดอ่อนชัดเจนที่สุดคือเกมรับ พวกเขาเก็บคลีนชีตได้เพียงเกมเดียวจาก 22 นัดหลังสุดบนเวทียุโรปลิเวอร์พูล เองมีหลายวิธีในการโจมตี โดยเฉพาะลูกกลางอากาศ ความแตกต่างของทั้งสองทีมเรื่องนี้ชัดเจนมาก ลิเวอร์พูล ชนะการดวลลูกกลางอากาศถึง 56.7 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ คาราบัก ทำได้เพียง 40.5 เปอร์เซ็นต์เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ คือหัวใจสำคัญ ด้วยสถิติชนะการดวลสูงถึง 85.7 เปอร์เซ็นต์ ดีที่สุดในบรรดาผู้เล่นที่ดวลอย่างน้อย 20 ครั้ง แม้เขาจะมีเกมที่เลวร้ายกับ บอร์นมัธ แต่การเจอทีมที่แทบไม่มีอาวุธในลูกกลางอากาศอย่าง คาราบัก ถือเป็นโอกาสเหมาะในการเรียกความมั่นใจกลับคืนมาความได้เปรียบนี้น่าจะส่งผลชัดที่สุดจากลูกตั้งเตะ ซึ่งเป็นเส้นทางทำประตูที่ ลิเวอร์พูล ไว้ใจได้มากที่สุดในถ้วยยุโรปซีซั่นนี้พวกเขาทำประตูจากลูกนิ่งไปแล้ว 6 ประตูมากที่สุดของรายการโดมินิค โซโบซไล ที่ยิงฟรีคิกไปแล้ว 3 ลูก ไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องประตูหรือแอสซิสต์ แต่กำลังเป็นหัวใจของทีมจากการเล่นตอนไม่มีบอลเขามีส่วนร่วมกับประตูรวม 7 ครั้งจาก 7 นัดใน แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่สิ่งที่เปลี่ยน ลิเวอร์พูล จริง ๆ คือความสามารถในการเพรสซิ่งและแย่งบอลคืนในพื้นที่อันตรายมีแค่ นูโน่ เมนเดส (52 ครั้ง) และ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ก (53 ครั้ง) เท่านั้น ที่แย่งบอลคืนมาได้บ่อยกว่า โซโบซไล (47 ครั้ง)ทว่าที่สำคัญคือ โซโบซไล แย่งได้ในแดนสาม(พื้นที่สุดท้าย) มากที่สุด (8 ครั้ง) ซึ่งหมายถึงการตัดบอลใกล้ประตูคู่แข่งก็สามารถเปลี่ยนเป็นเกมรุกได้ทันทีลิเวอร์พูล เพรสซิ่งในกรอบเขตโทษคู่แข่งไปแล้วถึง 313 ครั้งมากที่สุดในรายการ และ โซโบซไล คือคนที่คุมจังหวะและทิศทางของระบบนี้ขณะที่ คาราบัก ยิ่งน่ากังวล เพราะพวกเขาจ่ายบอลพลาดในแดนตัวเองไปแล้วถึง 166 ครั้ง เทียบกับ ลิเวอร์พูล ที่พลาดเพียง 104 ครั้ง และมีเพียง 3 ทีมเท่านั้นที่ทำได้น้อยกว่านี้การบริหารสถานการณ์เกมของ คาราบัก ยังดูวุ่นวาย พวกเขาเก็บได้ถึง 7 คะแนนจากเกมที่เป็นฝ่ายตามหลังมากที่สุดในรายการ แต่ก็ทำแต้มหลุดมือจากเกมที่นำอยู่ถึง 8 คะแนนไม่ว่าคุณจะรักหรือไม่รัก อาร์เน่อ ยังไงก็แล้วแต่ ลิเวอร์พูล ต้องชนะให้ได้เท่านั้นHOSSALONSO


Posted

in

by

Tags: