“ทองคำ-เงิน” พักฐาน โอกาสเข้าลงทุนหรือสัญญาณเตือน?

"ทองคำ-เงิน" พักฐาน หลังพุ่งแรง นักลงทุนประเมินจังหวะซื้อท่ามกลางตลาดผันผวน ส่วนนักวิเคราะห์มองเป็นการพักฐานระยะสั้นมากกว่าสัญญาณกลับทิศวันที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 14.17 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำและเงินร่วงแรงในวันศุกร์ที่ผ่านมา สะดุดการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงที่ทำสถิติใหม่หลายครั้งในปี 2569โดย ราคาทองคำสปอต ร่วงลงกว่า 4% มาอยู่ที่ 5,156.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ ราคาเงินสปอต ปรับลดลงกว่า 5% เหลือ 110.26 ดอลลาร์ หลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนหน้าแรงหนุนก่อนหน้านี้ของทองคำมาจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการค้า รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ราคาเงินยังได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมEd Yardeni ประธาน Yardeni Research มองว่าแรงขายรอบล่าสุดอาจส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลด้านการคลังของสหรัฐที่ผ่อนคลายลง หลังเดโมแครตและรีพับลิกันบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐโดยระบุว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือราคาทองคำพุ่งจากราว 3,000 ดอลลาร์ ขึ้นมาแตะ 5,500 ดอลลาร์ โดยแทบไม่มีการพักฐาน และการปรับฐานกลับมาบริเวณ 5,000 ดอลลาร์ พร้อมการแกว่งตัวสะสมกำลัง ถือเป็นพฤติกรรมปกติของตลาดขาขึ้น ทั้งนี้การขึ้นรอบนี้มีลักษณะพุ่งแรงแบบรวดเร็วมากกว่าตลาดกระทิงแบบดั้งเดิมของโลหะมีค่านักวิเคราะห์บางรายชี้ว่าความเร็วและโครงสร้างของการร่วงลงอาจสะท้อนแรงกดดันที่มากกว่าการขายทำกำไรตามปกติ Gregor Gregersen ผู้ก่อตั้ง Silver Bullion ระบุว่า หากเป็นการขายทำกำไร ผู้ถือครองรายใหญ่จะทยอยขายเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด แต่การปรับลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยไม่มีปัจจัยข่าวชัดเจน อาจบ่งชี้ถึงแรงขายที่ตั้งใจจะเร่งให้ราคาปรับลงต่อโอกาสเข้าซื้อหรือยัง?สำหรับนักลงทุนที่พลาดการขึ้นรอบล่าสุด การย่อตัวครั้งนี้อาจเป็นจังหวะเข้าซื้อหรือไม่ แม้ราคาจะปรับลง แต่ทองคำยังคงเพิ่มขึ้นราว 20% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ราคาเงินยังสูงกว่า 50% นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ราคาปรับขึ้นแรงเกินไปในระยะสั้นManpreet Gill ระบุว่า สัญญาณเชิงเทคนิคของธนาคารชี้ว่าทั้งทองและเงินอยู่ในภาวะ overbought โดยอัตราส่วนทองคำต่อเงิน (gold-silver ratio) ลดลงมาใกล้ระดับต่ำสุดราว 31 ซึ่งเคยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดในปี 2554 และในอดีตมักนำไปสู่ช่วงพักฐาน โดยทองคำอาจพักตัวเบากว่า ขณะที่ราคาเงินซึ่งมีความผันผวนสูงกว่า อาจแกว่งแรงกว่า ทั้งนี้การพักฐานไม่ได้หมายถึงการกลับทิศขาลงอย่างรุนแรง แต่เป็นการหยุดหรือแกว่งตัวหลังการขึ้นแรงแม้ความผันผวนจะเพิ่มขึ้น แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงอาจเป็นการไม่เข้าตลาดเลย โดยเฉพาะทองคำที่ยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านการคลัง และความกังวลเรื่องค่าเงินด้อยค่า ซึ่งยังไม่คลี่คลายAfdhal Rahman ระบุว่า นักลงทุนยังไม่สายเกินไปสำหรับการลงทุนในทองคำ แม้การปรับขึ้นล่าสุดจะรวดเร็วและเพิ่มความเสี่ยงของการย่อตัวระยะสั้น แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ อย่างไรก็ดี ระดับราคาที่สูงทำให้พื้นที่ผิดพลาดแคบลง จึงอาจเหมาะกับการทยอยลงทุนเป็นช่วง ๆ มากกว่าการทุ่มเงินครั้งเดียวด้าน Zavier Wong ชี้ว่า การที่ราคาทำสถิติสูงสุดไม่ได้แปลว่าสายเกินไป แต่ความผิดพลาดคือการคาดหวังว่าราคาจะไม่ผันผวน โดยในเชิงเทคนิคทองคำยังอยู่ในภาวะร้อนแรงมาก ค่า RSI สูงกว่า 90 ซึ่งมักบ่งชี้ว่ามีโอกาสย่อตัวต่อได้กลยุทธ์ลงทุนควรเป็นอย่างไร?ในระยะยาว Standard Chartered ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ และให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าพอร์ตปกติ โดยพอร์ตสมดุลของธนาคารจัดสรรทองคำระยะยาวที่ 6% ของพอร์ต แนะนำนักลงทุนที่ถือทองต่ำกว่าเป้าหมายให้ทยอยเพิ่มสัดส่วน ส่วนผู้ที่ถือครบแล้วสามารถรักษาระดับไว้ได้ โดยกองทุน ETF ให้สภาพคล่องและเข้าถึงง่าย ขณะที่ทองคำแท่งเหมาะกับผู้ที่เน้นรักษาความมั่งคั่งระยะยาวในทิศทางเดียวกัน DWS แนะนำการลงทุนผ่าน ETF ที่มีทองหรือเงินหนุนหลังจริง เพื่อเป็นแกนหลักของพอร์ต เนื่องจากมีความโปร่งใสและสภาพคล่องรายวันอ้างอิง : www.cnbc.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องฮั่วเซ่งเฮง คาดเป้าหมายทองคำที่ 6,000 ดอลลาร์ สหรัฐฯ เสี่ยงเกิดซ้ำ Government Shutdown


Posted

in

by

Tags: