หมอเจดเตือน มะเร็งถุงน้ำดีมาเงียบหลังข่าว “จา พนม” ป่วยระยะ 3 ยืนยันอาการไม่ชัดในระยะแรก มักพบช้าเมื่อโรคลุกลาม โดยเฉพาะผู้มีนิ่วหรือติ่งเนื้อ ควรตรวจอัลตราซาวด์สม่ำเสมอ เพื่อลดเสี่ยงพบโรคสายเกินไปนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผยผ่าน Facebook หมอเจด เปิดเผยหลัง“จา พนม” ป่วยมะเร็งในถุงน้ำดี ระยะที่ 3 เกือบ 4 สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม! โดยระบุว่าจากข่าวที่มีการเปิดเผยว่า คนใกล้ชิดของ จา พนม เคยตรวจพบมะเร็งถุงน้ำดีระยะที่ 3 เกือบ 4 เรื่องนี้สะท้อนว่ามะเร็งถุงน้ำดีถือเป็นโรคที่มาเงียบมากในช่วงแรก ๆ หลายคนไม่มีอาการชัด หรือเข้าใจว่าเป็นแค่นิ่วหรือโรคกระเพาะธรรมดา แต่พอเริ่มมีสัญญาณชัด มักหมายถึงโรคลุกลามแล้ว จึงเป็นมะเร็งที่ตรวจเจอยากและมักพบช้าสัญญาณเตือนมะเร็งในถุงน้ำดีมะเร็งถุงน้ำดีคืออะไร? ทำไมถึงเงียบในระยะแรกถุงน้ำดีเป็นอวัยวะเล็กใต้ตับ ทำหน้าที่เก็บน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน มะเร็งถุงน้ำดีเกิดจากเซลล์ผนังถุงน้ำดีค่อย ๆ กลายพันธุ์และเติบโตผิดปกติ จุดที่น่ากลัวคือระยะแรกมักไม่มีอาการชัด เพราะถุงน้ำดีเล็กและไม่ค่อยมีเส้นประสาทให้ปวด ทำให้หลายคนรู้ตัวอีกทีตอนโรคลุกลามแล้ว ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยคือ นิ่วเรื้อรัง ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง ติ่งเนื้อบางชนิด อายุที่มากขึ้น และภาวะอ้วนหรือสูบบุหรี่ โรคนี้มักมีการอักเสบสะสมมาหลายปี ดังนั้นคนที่มีนิ่วหรือติ่งเนื้อควรติดตามสม่ำเสมอสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยมะเร็งถุงน้ำดีไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่มีตัวกระตุ้นสำคัญ เช่นนิ่วในถุงน้ำดีเรื้อรัง โดยเฉพาะก้อนใหญ่หรือเป็นมานาน ผนังถุงน้ำดีเลยถูกระคายเคืองซ้ำ ๆ จนเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นมาได้ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง ผนังหนา ผิดรูปติ่งเนื้อในถุงน้ำดีบางชนิดที่มีความเสี่ยงอายุเพิ่มขึ้น พบมากในคนอายุเกิน 60 ปีเพศหญิงพบมากกว่าผู้ชายโรคท่อน้ำดีบางชนิด เช่น ท่อน้ำดีตีบหรือโป่งพองซึ่งพฤติกรรมเสี่ยงก็มี อ้วน สูบบุหรี่ อาหารไขมันสูงเรื้อรัง สิ่งสำคัญคือ มะเร็งถุงน้ำดีมักจะมี “การอักเสบเรื้อรังนำมาก่อน” ไม่ใช่เกิดจะเป็นขึ้นมาก็เป็นได้เลยนะอาการที่ควรระวัง โดยเฉพาะ “ปวดท้อง + ตัวเหลือง”มะเร็งถุงน้ำดีขึ้นชื่อว่าอาการมา “ช้าและไม่ชัด” หลายคนคิดว่าอาการที่เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นแค่นิ่วหรือกรดไหลย้อน ซึ่งจริงไม่ควรมองข้ามไปแม้แต่นิดเดียวเลย ซึ่งอาการที่อาจเริ่มเจอ ได้แก่แน่นท้อง จุกเสียดชายโครงขวาหลังกินมันปวดท้องด้านขวาบนแบบหน่วง ๆ ไม่หายคลื่นไส้ เบื่ออาหาร อิ่มเร็วน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ อ่อนเพลียแต่ถ้าเริ่มมีอาการแบบที่ข่าวพี่จาพูดถึง ต้องรีบตรวจทันที ตัวเหลือง ตาเหลือง (ก้อนกดท่อน้ำดี) ปัสสาวะเข้ม อุจจาระซีด คันตามตัวจากน้ำดีคั่ง ปวดท้องรุนแรงขึ้น หรือคลำได้ก้อน เพราะฉะนั้นการที่ตัวเองมีอาการตัวเหลืองไม่ใช่อาการธรรมดานะ เพราะนี่คือสัญญาณอุดตันของระบบท่อน้ำดีตรวจเจอได้ยังไง? อัลตราซาวด์คือด่านแรกการตรวจพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคืออัลตราซาวด์ช่องท้อง เพราะไม่เจ็บและเห็นถุงน้ำดีได้ชัด โดยแพทย์จะดูว่ามีผนังหนา นิ่ว หรือติ่งเนื้อผิดปกติหรือไม่ ถ้าสงสัยมากขึ้นอาจต้องตรวจ CT หรือ MRI เพื่อดูการลุกลามไปตับหรือท่อน้ำดี รวมถึงตรวจเลือดดูค่าตับประกอบด้วยติ่งเนื้อและนิ่วในถุงน้ำดี: เมื่อไหร่ควรผ่าตัด?ติ่งเนื้อส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ควรผ่าถ้ามีขนาด มากกว่า 1 ซม. เป็นต้นไป และก้อนเนื้อโตเร็วผิดปกติอายุเกิน 50–60 ปีร่วมด้วยมีอาการปวดผนังถุงน้ำดีหนา ฐานกว้างและนิ่วในถุงน้ำดีควรผ่าถ้าปวดซ้ำ ๆ ชัดเจน เคยอักเสบนิ่วก้อนใหญ่ > 2–3 ซม.มีนิ่วร่วมกับผนังผิดปกติหรือติ่งเนื้อพบกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น เบาหวานคุมยากการผ่าตัดส่วนใหญ่ส่องกล้อง เอาถุงน้ำดีออกทั้งใบ ใช้ชีวิตได้ปกติ เพียงแค่ลดอาหารมันจัด จากข่าวของพี่จา พนม ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดมากว่า มะเร็งถุงน้ำดีมักไม่เตือนแรงในระยะแรก แต่พอเริ่มปวดหนัก ตัวเหลือง น้ำหนักลด นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าลุกลามแล้ว ใครที่มีนิ่ว ติ่งเนื้อ หรือปวดชายโครงขวาเรื้อรัง อย่าปล่อยผ่าน แค่อัลตราซาวด์ตรวจเร็ว อาจช่วยจับโรคได้ก่อนจะสายเกินไปจริง ๆข่าวที่เกี่ยวข้องอัปเดตอาการ “จา พนม” หลังตรวจพบมะเร็งในถุงน้ำดี ระยะที่ 3 กว่า 2 ปี ลุยคัดกรองแมวสวนลุมฯ พบบางตัวติดเชื้อรากินเนื้อ เตือนนำมาปล่อยมีความผิด อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์เตือนสัญญาณ “มะเร็งในถุงน้ำดี” หลังข่าว “จา พนม” ป่วยระยะ 3ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
แพทย์เตือนสัญญาณ “มะเร็งในถุงน้ำดี” หลังข่าว “จา พนม” ป่วยระยะ 3
by
Tags: