รู้จัก “เมฆหางเครื่องบิน” แสงสีส้มปริศนาปรากฏบนท้องฟ้าเชียงใหม่

ชาวเชียงใหม่ฮือฮา พบแสงสีส้มปริศนาโผล่กลางท้องฟ้าจังหวัดเชียงใหม่ ก่อน NARIT ออกมาเฉลยชัด ไม่ใช่ดาวตกหรืออุกกาบาต แต่คือ “เมฆหางเครื่องบิน”ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมากต่างแตกตื่น หลังพบแสงปริศนาคล้ายลูกไฟสีส้มยาวพาดผ่านท้องฟ้าในช่วงเวลาประมาณ 07:00 น. ของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ก่อนภาพและคลิปวิดีโอจะถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดคำถามตามมาว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวคืออะไร เป็นดาวตก อุกกาบาต หรือวัตถุจากอวกาศหรือไม่ล่าสุด สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างรวดเร็วเพื่อคลายข้อสงสัย โดยยืนยันว่าสิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ แต่คือ คอนเทรล (Contrail) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า เมฆหางเครื่องบินเมฆหางเครื่องบินคืออะไร ?สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ อธิบายว่า เมฆหางเครื่องบินเมฆ คือ เมฆที่เกิดจากไอเสียของเครื่องบินไอพ่น เมื่อเครื่องบินบินในระดับความสูงมาก ไอน้ำซึ่งเป็นผลผลิตจากการสันดาปของเครื่องยนต์จะปะทะกับอากาศเย็นจัดในชั้นบรรยากาศ ทำให้ไอน้ำควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำหรือผลึกน้ำแข็ง เกิดเป็นเส้นเมฆสีขาวทอดยาวตามแนวการบินปรากฏการณ์นี้มักเกิดได้ดีในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ โดยเฉพาะที่ระดับความสูงมากกว่า 8,000 เมตร ซึ่งจาดกรณีที่เกิดขึ้นเหนือท้องฟ้าจังหวัดเชียงใหม่ ในลักษณะที่ประชาชนมองเห็นเป็นสีส้มสว่าง เกิดจากช่วงเวลาที่เครื่องบินบินผ่านในขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่ในมุมต่ำ แสงอาทิตย์ยามเช้าสะท้อนกับผลึกน้ำแข็งในคอนเทรล จึงทำให้เส้นเมฆเปลี่ยนสีจากขาวเป็น สีส้ม ทอง หรือแดง คล้ายลูกไฟลอยอยู่บนท้องฟ้าไม่ใช่ดาวตกและไม่ใช่วัตถุจากอวกาศสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า หากเป็น ดาวตกหรืออุกกาบาต จะมีลักษณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก และปรากฏให้เห็นเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะหายไปทันที ขณะที่ปรากฏการณ์คอนเทรลจะสามารถมองเห็นได้นานหลายสิบนาที และมีลักษณะค่อย ๆ ขยายตัวหรือเปลี่ยนรูปตามทิศทางลมในชั้นบรรยากาศข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของสื่อหลายสำนักในไทย ที่ระบุว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุมีเที่ยวบินพาณิชย์บินผ่านเหนือพื้นที่ภาคเหนือพอดี จึงยิ่งตอกย้ำว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับการบิน ไม่ใช่เหตุการณ์จากนอกโลกปรากฏการณ์ธรรมดา แต่ไม่ค่อยพบในไทยแม้การเกิดเมฆหางเครื่องบินจะเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศเขตหนาว แต่สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตร้อน ปรากฏการณ์จากเครื่องบินไอพ่นเช่นนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นให้เห็นบ่อยนัก เนื่องจากต้องอาศัยปัจจัยเฉพาะตัว ทั้งความชื้นและอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศตอนบนที่ต้องเย็นจัดในระดับที่เหมาะสมเมื่อเครื่องบิน บินผ่านในจังหวะที่ลงตัว จึงเกิดเป็นภาพที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุการณ์ผิดปกติเหนือธรรมชาติ ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นเพียงกิจกรรมทางการบินตามปกติเท่านั้นวิทยาศาสตร์ช่วยคลายความกังวลเหตุการณ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของหน่วยงานภาครัฐ ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างถูกต้อง ลดความตื่นตระหนก และแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับข่าวลือในโลกออนไลน์ได้อย่างชัดเจนแม้ภาพบนท้องฟ้าจะดูแปลกตา แต่คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เรื่องธรรมดาของโลก ไม่ใช่สัญญาณจากอวกาศ และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้วิทยาศาสตร์เข้าใกล้ชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้นข่าวที่เกี่ยวข้องสดร.แจง "เมฆคล้ายลูกไฟ" กลางเชียงใหม่หยุดยาว นทท.ครึ่งหมื่น แห่สัมผัสไอเย็นดอยอินทนนท์ไทยสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบวีกอส แห่งที่ 2 ในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราชดร.เสรีชี้ “เชียงใหม่” เสี่ยง น้ำท่วมฉับพลันคล้าย “เท็กซัส” ชี้ภูมิประเทศคล้ายกัน!เลื่อนปล่อยภารกิจ Ax-4 หลังพบการรั่วของออกซิเจนเหลว (LOx) ขณะตรวจสอบระบบ


Posted

in

by

Tags: