ทบทวนนโยบายเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง 2569 สัญญาไว้ว่าจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้คนไทย “รวยไม่ไหว”หลังจากเริ่มทราบผลการนับคะแนนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างไม่เป็นทางการว่า พรรคภูมิใจไทยได้ที่นั่ง สส.ในสภามากที่สุด คำปราศรัยหาเสียงของอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ว่า “เป็น [รัฐบาล] 2 เดือนกว่ายังทำประโยชน์ให้พี่น้องได้เยอะแยะ ถ้าเป็น 4 ปี รับรองว่าจะทำจนพี่น้องบอกพอแล้ว ๆ ๆ รวยไม่ไหวแล้ว …” ก็ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงจนเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียอีกครั้งการเป็นรัฐบาลในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจไทยอ่อนแรง เครื่องยนต์ดับ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเติบโตดีขึ้น และเป็นการเติบโตที่กระจายลงไปให้ทั่วถึงคนทุกกลุ่ม นี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่ไม่ง่าย และประชาชนอย่างเรา ๆ ต้องติดตามจับตามองกันต่อไปว่ารัฐบาลที่กำลังเข้ามาจะทำได้จริงอย่างที่พูดไว้หรือไม่อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงตรงนั้น SPOTLIGHT ขอชวนย้อนทบทวนดูว่าพรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจเอาไว้อย่างไรบ้าง โดยดูจากนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยเผยแพร่อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ของพรรค1. คนละครึ่ง พลัส เฟส 2หลังจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ประสบความสำเร็จ เป็นที่พอใจของประชาชน พรรคภูมิใจไทยก็ประกาศจะทำโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ซึ่งจะเพิ่มเงินสมทบจากรัฐบาลเป็น 4,000 บาท วงเงินรวมทั้งโครงการ 44,000 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ เมื่อมีการยุบสภา พรรคภูมิใจไทยจึงใช้นโยบายนี้เป็นไม้เด็ดในการหาเสียงเลือกตั้ง2. จีดีพีโต 3% พลัสพรรคภูมิใจไทยเสนอแนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจด้วยมาตรการ 10 พลัส เพื่อพลิกฟื้นศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ตั้งเป้าหมายให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่า 3% ต่อปี “โดยการนำพาเศรษฐกิจไปสู่การเติบโตทั่วถึง มีคุณภาพ และเต็มศักยภาพ” ประกอบด้วย 10 มาตรการ ดังนี้คนตัวเล็ก ตัวน้อย พลัส+ : แก้เศรษฐกิจปากท้อง เติมชีวิตให้คนตัวเล็กผู้สูงวัย พลัส+ : ทักษะดี มีงาน มีเงิน มีคนดูแลชุมชน พลัส+ : ผลิตของที่ใช่ ขายของที่ชอบ ตอบโจทย์ทุกคนการศึกษา เท่าเทียม พลัส+ : เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงาน เรียนฟรีทุกที่ ทุกเวลาเมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส+ : SME ไทย เติมทุนให้ ค้ำประกันไว้ สู้ได้ทุกแวทีเวทีลงทุน พลัส+ เพิ่มการลงทุน พลัส+ : รัฐร่วมทุน กระตุ้นโตยาวเศรษฐกิจ สีเขียว พลัส+ : รักษ์โลก คือทางรอด และทางรวยยั่งยืนAI พลัส+ : AI ถึงมือ งานถึงตัว เงินถึงบ้านTrade พลัส+ : ค้าขายฉลาด อัปเกรด การผลิต ยึดตลาดโลก ด้วยพันธมิตรไทยแลนด์ พลัส+ : รัฐฉับไว อนุมิติไว ไม่มีกั๊ก3. นโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพรรคภูมิใจไทยเสนอนโยบาย ‘เศรษฐกิจสีเขียว พลัส’ เป็นทางรอดและเป็นทางรวยให้คนไทย มุ่งจะเพิ่มมูลค่าสินค้าจากการผลิตที่รักษ์โลก ซึ่งมีเรื่องที่จะทำ คือ กฎหมายและมาตรฐานสีเขียว การเงินสีเขียว (Green Finance) ตลาดทุนสีเขียว (ตลาดแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต) และอุตสาหกรรมสีเขียว เป็นต้น4. บัตรสวัสดิการ พลัส (ทำบัตรคนจนใหม่)พรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบายว่า จะทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เพื่อทำบัตรใหม่ทั้งหมด โดยผู้ที่ได้บัตรจะต้องเป็นคนจนจริง ส่วนคนที่ไม่จนจริงจะถูกยกเลิกบัตรฯ อย่างไรก็ตาม จากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา คาดว่าอาจจะมีคนจนจำนวนมากขึ้น5. ค่าไฟต่ำ 3 บาท (200 ยูนิตแรก)พรรคภูมิใจไทยนำเสนอว่า ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว พลัส สู่ Net Zero 2050 พรรคภูมิใจไทยมีมาตรการจะทำโซลาร์เซลล์ชุมชน ส่งไฟฟ้าเข้าบ้านเรือนตรงถึงประชาชน ไม่ต้องผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะคิดค่าดำเนินการและค่าภาษี ซึ่งทำให้ค่าไฟฟ้ามีราคาแพงขึ้น ด้วยมาตรการนี้ จะส่งผลให้ประชาชนจ่ายค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทต่อยูนิต สำหรับ 200 ยูนิตแรก6. จ้างผู้สูงอายุทำงาน (สูงวัยมีรายได้)พรรคภูมิใจไทยนำเสนอเสนอ 4 มาตรการ รับมือสภาพสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่สูงวัย พลัส 1 : ให้นำค่าจ้างงานผู้สูงอายุมาลดหย่อนเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า สูงสุด 30,000 บาทสูงวัย พลัส 2 : สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดร้อยละ 50สร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครอบคลุมทั่วประเทศรองรับผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น โดยการนำที่ดินรัฐในทำเลที่มีศักยภาพมาเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนลงทุนและสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรในระยะยาว และรัฐให้การส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ความช่วยเหลือทางด้านภาษี เพื่อเป็นการลดต้นทุนของเอกชน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุลดลง อีกทั้งยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และส่งเสริมการลงทุนด้วย60 พลัส เกษียณสำราญ มีงานทำ : จ้างงานผู้สูงวัยให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศ7. พยาบาลอาสา (ทำงานดูแลผู้สูงวัยถึงที่)พรรคภูมิใจไทยเสนอโครงการ “1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา” เพื่อดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ โครงการนี้จะมีการจ้างงานผู้จบการศึกษาด้านพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เทคนิคการแพทย์ จำนวนเกือบ 100,000 อัตรา เงินเดือน 15,000 บาท โดยมีสัญญาจ้างงานขั้นต่ำ 4 ปี8. บาร์เตอร์เทรด (Barter trading)ภายใต้นโยบายเกษตรมั่นคง พรรคภูมิใจไทยเสนอแนวทางว่า จะกำหนดให้การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่ใช้งบประมาณมาก ๆ ต้องทำในลักษณะบาร์เตอร์เทรด หรือการค้าต่างตอบแทน เช่น การสั่งซื้อฝูงบินรบ เรือดำน้ำ เรือฟริเกต หรือต้องมีการเจรจาต่อรองให้ประเทศผู้ขายสินค้าเหล่านั้นซื้อสินค้าทางการเกษตรจากไทย เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด ฯลฯ โดยใช้หลักการ คือ การหาประโยชน์ร่วม เพื่อให้เป็นช่องทางระบายสินค้าการเกษตรจากประเทศไทย หากดำเนินมาตรการนี้อย่างเคร่งครัด จะทำให้ไม่มีสินค้าการเกษตรตกค้าง ราคาพืชผลการเกษตรจะสูงขึ้นได้9. ติดปีก SMEsพรรคภูมิใจไทยนำเสนอชุดนโยบาย ‘ติดปีก SMEs’ ที่จะติดปีกให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อม ผ่านนโยบายต่าง ๆ‘เมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส’ ติดปีก SMEs ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเสริมสภาพคล่อง-ลดต้นทุน โดยการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ที่ใหญ่กว่า บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)เปิดตลาดใหม่สู่ระบบออนไลน์ โดยเพิ่มแหล่งทุน สร้างความเป็นธรรมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (GP)เพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (local content) เพื่อให้โรงงานต่างชาติใช้บริการผู้ประกอบการไทยมากขึ้นส่งเสริมการส่งออก โดยหาตลาดใหม่ เสริมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ติดปีกทูตพาณิชย์ เป็นต้น10. จักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว คมนาคมสีเขียว พรรคภูมิใจไทยนำเสนอ “โครงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ให้ประชาชนผ่อนเดือนละ 300 บาท 60 งวด เพื่อให้ประชาชนมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าใช้
ทบทวนนโยบายเศรษฐกิจ ‘ภูมิใจไทย’ สัญญาไว้ว่าจะทำอะไรบ้าง
by
Tags: