“ซิสโก้”เผยชิปใหม่ในยุค AI ทำงานเร็วขึ้น 28%

ซิสโก้ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งในยุค AI ในงานประชุม Cisco Live ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีกว่า 21,000 คน บริษัทได้เปิดตัวชุดนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถต่อยอดเป้าหมายการใช้งาน Agentic AI ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้นายจีทู พาเทล ประธานและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ ซิสโก้ กล่าวว่า นวัตกรรม AI กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา เราจึงมุ่งมั่นส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้ลูกค้าสามารถขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว และนำ AI มาใช้ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย การประกาศในวันนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของซิสโก้ในฐานะแพลตฟอร์มที่ครบวงจร โดยนำนวัตกรรมด้านชิปซิลิคอนและระบบ, AgenticOps, ความปลอดภัย และการตรวจสอบสถานะมาผสานรวมกันเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ตั้งแต่ในดาต้าเซ็นเตอร์ไปจนถึงสถานที่ทำงาน และครอบคลุมไปถึงส่วนอื่นๆ ในองค์กรสำหรับในงานทางซิสโก้ ได้เผยนวัตกรรมสำคัญ ได้แก่ Silicon One G300 ช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายขนาดคลัสเตอร์ AI ได้อย่างมหาศาล โดย G300 มาพร้อมกับระบบ Intelligent Collective Networking ที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่าย 33% และลดเวลาการทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น 28% เมื่อเทียบกับทราฟฟิกทั่วไปนอกจากนี้ซิสโก้ยังนำเสนอระบบ N9100 และ 8000 ที่ขับเคลื่อนด้วย G300 ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้สร้างเครือข่าย AI โดยเฉพาะทั้ง hyperscalers, neoclouds, ระบบคลาวด์ส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง (sovereign private deployments), ผู้ให้บริการเครือข่าย และองค์กรต่างๆไม่เพียงแค่ฮาร์ดแวร์เท่านั้น ซิสโก้ยังนำเสนอ Nexus One unified management plane เพื่อลดความซับซ้อนในการดำเนินงานทั้งในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งแบบ On-premises และบนคลาวด์เป็นเรื่องง่าย นวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐาน AI ของซิสโก้ช่วยให้มั่นใจว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ลดความซับซ้อน และทำให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุน AINew AgenticOps จะครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของซิสโก้ ช่วยให้การดำเนินงานด้าน IT เป็นไปโดยอัตโนมัติ ขยายขนาดได้ และลดความซับซ้อนในยุค โดย AgenticOps อาศัยข้อมูลเชิงลึกจากระบบ Telemetry (cross-domain) ที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม ทั้งจาก Cisco Networking, Security Cloud Control, Cisco Nexus One, Splunk และอื่นๆ ความสามารถใหม่นี้รวมถึงการยกระดับเครื่องมือ ทักษะ และประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มทั้งในด้านเครือข่าย ความปลอดภัย และการตรวจสอบการอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดของ Cisco AI Defense มาพร้อมกับการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน AI (AI supply chain governance) และการป้องกันในขณะประมวลผล (runtime protections) เมื่อใช้เครื่องมือ agentic เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะระบบหรือการบิดเบือนข้อมูลนอกจากนี้ ยังมีการยกระดับ Cisco Secure Access Service Edge (SASE) ด้วยระบบตรวจสอบทราฟฟิกที่รับรู้ถึงเป้าหมาย (intent-aware inspection) โดยการวิเคราะห์ "เหตุผล" และ "วิธีการ" ของทราฟฟิก agentic เพื่อป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถที่ช่วยนำเทคโนโลยี AI มาใช้ได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งรักษา agent integrity และควบคุม agentic interactionsนอกจากนี้ ซิสโก้ได้เปิดตัว Cisco Critical National Services Centers (CNSCs) ในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสเปน เพื่อสนับสนุนองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุด ศูนย์เหล่านี้ดำเนินงานภายใต้การควบคุมที่เข้มงวด โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะทาง แยกกระบวนการดำเนินงานอย่างชัดเจน และบริหารจัดการโดยบุคลากรที่ผ่านการตรวจสอบ นอกเหนือจากช่องทางศูนย์ช่วยเหลือทางเทคนิค (Technical Assistance Center หรือ TAC) ตามมาตรฐานของซิสโก้แล้วศูนย์ CNSC ยังช่วยให้ลูกค้าสามารถแก้ไขปัญหาทางเทคนิคผ่านช่องทางที่ได้รับอนุมัติและมีความปลอดภัยสูง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดการข้อมูลที่เข้มงวดของแต่ละองค์กร จากความสำเร็จและประสบการณ์กว่า 15 ปีในเยอรมัน ปัจจุบันซิสโก้มีศูนย์ CNSC รวม 4 แห่งทั่วยุโรป และกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาศูนย์เพิ่มเติมในอิตาลี


Posted

in

by

Tags: