เปิดทรัพย์สิน แบงค์ ศุภณัฐ สส.กทม. อู้ฟู่ทะลุ 400 ล้าน หล่อรวยฉลาด ครบเครื่อง

เปิดกรุสมบัติ บัญชีทรัพย์สิน “แบงค์ ศุภณัฐ” สส.กทม. อู้ฟู่ทะลุ 400 ล้าน ฮือฮาบ้านหรูลอนดอน-โรลส์รอยซ์-แบรนด์เนมจัดเต็ม!สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หรือ แบงค์ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 9 (บางเขน, จตุจักร, หลักสี่) และเป็นว่าที่สส.สมัย 2 สถานะโสดสรุปภาพรวมทรัพย์สินและหนี้สิน แบงค์ ศุภณัฐทรัพย์สินรวมทั้งหมด: 400,700,006 บาทหนี้สินรวม: 229,749 บาท (เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงิน)เจาะลึกขุมทรัพย์ “แบงค์ ศุภณัฐ” มีอะไรบ้าง?1. อสังหาริมทรัพย์และที่ดิน รวมกว่า 179 ล้านบาทบ้านพักตากอากาศสุดหรู: บ้านเดี่ยว 4 ชั้น บนถนนเชย์นีวอล์ค เขตเคนซิงตันและเชลซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (ซื้อเมื่อปี 2564) มูลค่าสูงถึง 70,087,500 บาทที่ดิน 18 แปลง: กระจายอยู่ในจังหวัดสระบุรี, ปทุมธานี และอยุธยา มูลค่ารวม 107,852,800 บาทสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ: ระบบสาธารณูปโภค เวที และห้องน้ำ บนที่ดิน จ.สระบุรี มูลค่า 1.5 ล้านบาท2. ของสะสมและแบรนด์เนม 97.9 ล้านบาทเรียกได้ว่าเป็นคลังแสงของสายแฟชั่นตัวจริง เพราะมีทรัพย์สินอื่นที่เป็นสินค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ (Hermes, Versace, Gucci, Dior, Patek Philippe ฯลฯ) รวมมูลค่า 97,904,506 บาท อาทิ:เสื้อผ้า (สูท, แจ็กเก็ต, เสื้อยืด ฯลฯ) รวม 219 รายการเนกไท 78 รายการ, รองเท้า 63 รายการ, กางเกง 46 รายการ, เข็มขัดและกระเป๋า 32 รายการนาฬิกาหรู 15 รายการเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจาก Hermes (เก้าอี้, โซฟา, กระดานหมากรุก, แจกัน)โทรศัพท์ Vertu, กำไลทองคำ, ทองคำแท่งหนัก 10 บาท และชุดไม้กอล์ฟ3. ยานพาหนะ 23.4 ล้านบาทครอบครองรถยนต์ระดับพรีเมียม 4 คัน ซึ่งทั้งหมดเพิ่งได้มาในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2566Rolls-Royce (7.03 ล้านบาท)Mercedes Benz (8 ล้านบาท)Porsche (5.6 ล้านบาท)Toyota Alphard (2.8 ล้านบาท)4. สิทธิ สัมปทาน และการลงทุน รวมกว่า 64 ล้านบาทสัญญาขายหุ้น 4 บริษัท (เช่น แอลฟา คลินิกเวชกรรม, โฮมแลนด์ กรุ๊ป) รวม 47 ล้านบาทป้ายทะเบียนรถสวย 4 รายการ มูลค่า 16,005,000 บาทเงินมัดจำโต๊ะ Hermes มูลค่า 416,742 บาทเหรียญคริปโตฯ Bitcoin จำนวน 0.423442 BTC มูลค่าราว 390,552 บาท (ลงทุนเมื่อปี 2564)5. เงินสดและเงินฝาก ประมาณ 35.8 ล้านบาทเงินสด 11,050,679 บาท เป็นสกุลเงินต่างประเทศทั้งหมด และมีการระบุว่าเป็นเงินสดสำรอง 10 ล้านบาทสำหรับช่วงโควิด-19 ระบาด เนื่องจากธนาคารปิดทำการเงินฝาก 10 บัญชี รวม 24,806,930 บาทข้อมูลรายได้และรายจ่ายต่อปีรายได้รวม: 48,362,720 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน ส.ส. 1.36 ล้านบาท และรายได้จากการขายหุ้น 47 ล้านบาทรายจ่ายรวม: 3,900,000 บาท ค่าอุปโภคบริโภค 2.4 ล้านบาท, ค่าท่องเที่ยว 1 ล้านบาท และเงินบริจาค 500,000 บาทเปิดประวัติ โปรไฟล์ “แบงค์ ศุภณัฐ” ทายาทตระกูลหมื่นล้าน ดีกรีเคมบริดจ์นอกจากบัญชีทรัพย์สินสุดอู้ฟู่ทะลุ 400 ล้านบาทที่ทำเอาหลายคนฮือฮาแล้ว ประวัติและเส้นทางการเมืองของ แบงค์ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ก็มีความน่าสนใจ ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวศุภณัฐ เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2534 ปัจจุบันอยู่ในวัย 30 ต้นๆ เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของนายวิสูตร์ มีนชัยนันท์ ในบรรดาพี่น้องชายล้วน 4 คน นพ.ณัฐภัทร, ศุภณัฐ, บอส และกษิดิ์เดชความพีคคือเขาเติบโตมาในตระกูลที่ทรงอิทธิพลทั้งในแวดวงธุรกิจและการเมือง สายธุรกิจ เขาเป็นหลานปู่ของ ดร.สุธี มีนชัยนันท์ มหาเศรษฐีที่ดินระดับหลายหมื่นล้านบาท และประธานกิตติมศักดิ์ถาวรหอการค้าไทย-จีนสายการเมือง มีนเป็นหลานลุงของอดีตบิ๊กเนมพรรคเพื่อไทย ทั้ง นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต รมช.สาธารณสุข และ ส.ส. กทม. 4 สมัย และ นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธาน ส.ก. และ ส.ก. มีนบุรี 4 สมัยโปรไฟล์การศึกษาระดับหัวกะทิ นักบริหารรุ่นใหม่ประถมศึกษา: โรงเรียนเซนต์คาเบรียลมัธยมศึกษา: King Edward’s School, Witley ประเทศอังกฤษ (ดีกรีนักเรียนทุนฟิสิกส์)ปริญญาตรี: เกียรตินิยมอันดับ 1 ด้านการบริหารโครงการเพื่อการก่อสร้าง จาก University College London (UCL)ปริญญาโท: ด้านอสังหาริมทรัพย์การเงิน จากมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Cambridgeหลังเรียนจบปุ๊บ มีนก็บินกลับมารับช่วงต่อบริหารธุรกิจของตัวเองและครอบครัวรวมกว่า 6 บริษัท กวาดเรียบทั้งวงการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ขนส่ง การแพทย์ รวมถึงนั่งแท่นที่ปรึกษาธุรกิจในต่างประเทศด้วยฉีกกฎครอบครัว ทำไมถึงเลือกสวมเสื้อ “ก้าวไกล”แม้ตระกูลจะมีฐานเสียงแน่นปึ้กอยู่กับพรรคเพื่อไทยในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก แต่ศุภณัฐเลือกเส้นทางของตัวเองด้วยการสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลในปี 2565 เพราะชื่นชอบในความตรงไปตรงมา จุดยืนชัดเจนในการต่อต้านเผด็จการ และกล้าชนกับกลุ่มทุนผูกขาดในช่วงแรก พรรคเคยวางตัวให้เขาลงสมัครในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก แต่มีนปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้เกิดข้อครหาเรื่องเครือข่ายอิทธิพลของครอบครัวและการเอื้อประโยชน์ จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2566 มีผู้สมัครเขตพญาไท-จตุจักรลาออกกะทันหัน พรรคจึงสายตรงไปทาบทามเขาระหว่างทำธุระอยู่ที่อังกฤษ ซึ่งมีนก็ตอบรับคำท้าและลงสู้ศึกในเขตนี้แทนปรากฏการณ์ล้มช้าง ด้วยเวลาหาเสียงแค่ 2 เดือน เลือกตั้ง 2566ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ศุภณัฐลงสมัครใน กทม. เขตเลือกตั้งที่ 9 (บางเขน, จตุจักร, หลักสี่) พร้อมแคมเปญจำง่ายๆ อย่าง “แบงค์10” ผลปรากฏว่าเขาสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยกวาดคะแนนเสียงไปได้ถึง 50,132 คะแนน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดใน กทม. เอาชนะแชมป์เก่า 5 สมัยจากพรรคเพื่อไทยอย่างนายอนุสรณ์ ปั้นทอง ไปแบบขาดลอยทิ้งห่างกว่า 30,000 คะแนน! ทั้งๆ ที่ศุภณัฐมีเวลาลงพื้นที่หาเสียงสั้นที่สุดในพรรคก้าวไกลเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น กลายเป็น ส.ส. สมัยแรกที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของสภาฯว่าที่สส.กรุงเทพ สมัยที่ 2 พรรคประชาชนผลการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ของแบงค์ ศุภณัฐ เบอร์ 5 ในเขตเลือกตั้งที่ 9 กรุงเทพมหานคร เขตบางเขน, เขตจตุจักร, เขตหลักสี่) โดยพรรคประชาชนสามารถกวาดที่นั่ง ส.ส. ในกรุงเทพฯ ได้ครบทั้ง 33 เขตตัวมีนได้รับคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการสูงถึง 48,890 คะแนน ซึ่งถือเป็นผู้สมัครที่ได้รับคะแนนเสียง สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในกรุงเทพมหานคร ทั้ง 33 เขตเปิดทรัพย์สิน ธรรมนัส พรหมเผ่า รวยพันล้าน พอร์ตเงินฝาก-รถหรูโรลส์ รอยซ์


Posted

in

by

Tags: