กรุงเทพฯ พลิกโฉมไฟจราจร แก้ปัญหารถติดด้วย AI CCTV นำร่องแล้ว 74 แยกทั่วกรุงฯ

เบื่อไหมกับปัญหาไฟเขียวไม่มีรถ แต่ไฟแดงปล่อยรถติดยาวเป็นกิโลฯ ล่าสุด กทม. พลิกโฉมการเดินทางด้วยระบบ Adaptive Control ใช้ AI CCTV คำนวณปริมาณรถแบบวินาทีต่อวินาที ปรับไฟจราจรตามความหนาแน่นจริง นำร่องแล้ว 74 แยกทั่วกรุงเทพฯ เพื่อการเดินทางที่คล่องตัวกว่าเดิมปัญหาการจราจรติดขัดเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับคนกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะปัญหาไฟเขียวไม่มีรถ ไฟแดงปล่อยรถติดที่เกิดจากการตั้งเวลาสัญญาณไฟแบบตายตัว ล่าสุด กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เดินหน้าพลิกโฉมการบริหารจัดการจราจรด้วยระบบอัจฉริยะ “Adaptive Control” หรือ การควบคุมแบบปรับตัวได้ โดยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยบริหารการจัดการจราจรแบบเรียลไทม์พลิกโฉมไฟจราจรจาก “ตั้งเวลาตายตัว” เป็น “ปรับเวลาตามจริง”เดิมที สัญญาณไฟจราจรในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นแบบตั้งเวลาตายตัว (Fix Time) ซึ่งไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละช่วงเวลาได้ แต่ระบบใหม่ที่ กทม. นำมาใช้นั้น ทำงานร่วมกับกล้องวงจรปิดที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI CCTV) เพื่อตรวจวัดปริมาณรถในแต่ละเลนอย่างแม่นยำข้อดีของเทคโนโลยี Adaptive Controlตรวจวัดเรียลไทม์: กล้อง AI CCTV จะทำหน้าที่ตรวจนับจำนวนรถในแต่ละเลนและแต่ละฝั่งของแยกแบบวินาทีต่อวินาทีคำนวณเวลาไฟเขียว: ระบบจะวิเคราะห์ว่าฝั่งไหนรถหนาแน่นกว่า เพื่อยืดเวลาไฟเขียวให้โดยอัตโนมัติตัดไฟเมื่อรถว่าง: หากฝั่งที่ได้ไฟเขียวไม่มีรถเหลือแล้ว ระบบจะตัดเข้าสู่เฟสถัดไปทันที ไม่ปล่อยให้รถฝั่งอื่นต้องรอโดยเปล่าประโยชน์ลดปัญหารถติดค้างกลางแยก: ช่วยบริหารจัดการไม่ให้รถติดสะสมจนขวางทางแยก ซึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังถนนสายอื่นลดระยะเวลาเดินทาง: จากการประเมินเบื้องต้น ระบบนี้ช่วยลดเวลาในการเดินทางได้ถึง 10% – 41% ทำให้คนกรุงเทพฯ มีเวลาเหลือไปทำกิจกรรมอื่นมากขึ้นสถานะการดำเนินงานและเป้าหมายในอนาคตปัจจุบัน มีทางแยกที่อยู่ในความดูแลของกทม. ทั้งหมด 746 แยก โดยมีสัญญาณไฟจราจร 578 แยก ขณะนี้ได้เริ่มนำร่องใช้งานระบบ Adaptive Control ด้วย AI CCTV ไปแล้วกว่า 74 แยก และมีแผนที่จะขยายผลเพิ่มอีก 50 แยก ภายในปี 2569 นี้ เพื่อให้การบริหารจัดการจราจรในภาพรวมของกรุงเทพฯ เป็นโครงข่ายที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพการนำนวัตกรรม AI เข้ามาจัดการปัญหาจราจรนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่เข้าใจบริบทและพฤติกรรมการเดินทางของคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลจริงในการแก้ปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืนข่าวที่เกี่ยวข้องเนเธอร์แลนด์ใช้ AI หากติกา “บอร์ดเกม” จากแผ่นหินโบราณอายุ 2,000 ปี“ByteDance” ยอมถอย สั่งคุมเข้มแอปวิดีโอ หลัง “Disney” ขู่ฟ้องปมละเมิดลิขสิทธิ์“เพนตากอน” ขู่ตัดสัมพันธ์ “Anthropic” ปมข้อจำกัด AI ยันต้องใช้ในสนามรบได้ทุกแบบสรุป 10 อันดับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ AI ในปี 2026สิงคโปร์ตั้งสภา AI แห่งชาติ นายกฯ นั่งประธาน


Posted

in

by

Tags: