มีข่าวดีๆช่วงนี้ตามผลงานของแมนยูไนเต็ด เลย6 เดือนแรกของซีซั่น 2025-26 ทีมได้กำไร £32.6 ล้านเครดิตนี้…ต้องยกนิ้วโป้งให้ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์หุ้น 30% ที่บริหารส่วนฟุตบอล ด้วยเป้าหมายสองเรื่องใหญ่เรื่องแรกลดภาระหนี้สินสโมสรเรื่องสอง นำถ้วยพรีเมียร์ลีกและความยิ่งใหญ่คืนมาสองเรื่องนี้จะบอกว่าไม่เกี่ยวกันคงเป็นไปไม่ได้แต่คงไม่ 100% แต่มันพัวพันกันอยู่ทั้งการเงินและการถ้วยนับจากปี 2005 บ้านเกลเซอร์ เทก โอเวอร์ แมนยูไนเต็ดช่วงนั้นทีมมีหนี้เบาๆแค่ £50 ล้านพอบ้านนี้ซื้อสโมสร นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา "หนี้บานตะไท"ด้วยเพราะ มัลคอล์ม (สิ้นลมไปนานละ) และลูกๆเกลเซอร์กู้เงินจาก hedge fund หรือ กองทุนรวมUS จำนวน £604 ล้านเพื่อเทก โอเวอร์ สโมสร £790 ล้าน (4 หมื่นล้านบาท)หนี้เมื่อปี 2005 มากจากเงินต้นและดอกเบี้ยนับว่าเป็นสารตั้งต้นของหนี้ปีศาจแดงส่วนบ้านเกลเซอร์ ไม่ได้มีหนี้อะไร ผลักภาระนี้ให้สโมสรบ้านนี้…ปันผลกำไร, แบ่งขายหุ้น, ช้อนซื้อหุ้น (ตอนราคาตก)จากนั้นแบ่งขายตอนตัวเลขบวกๆ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมารับเละๆ แบ่งกินกัน 6 ศรีพีน้องทั้งชายหญิงอฟราม, โจล, ไบรอัน, เควิน, เอ็ดเวิร์ด และ ดาร์ซี (น้องนุช)ไทม์ไลน์ล่าสุด เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ "เด็กผีรุ่นใหญ่"ที่ตกเป็นข่าว "ปากดี" เรื่อง UK เป็นอาณานิคมของผู้อพยพเริ่มทำกำไรให้สโมสรใน 6 เดือนแรกซีซั่น 2025-26สื่อหลักรายงานพรึ่บพรั่บ £32.6 ล้านความดีงามนี้นอกจากเซอร์ จิม แล้วต้องยกให้ทีมงานของเขาโอมาร์ เบรราดา ที่ลงทุนซื้อตัวมาจากแมนซิตี้CEO ฟุตบอลที่ดูโครงสร้างการเงินทั้งหมด (รวมฟุตบอลด้วย)การไล่ปลดพนักงานลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจาก 1,100 คนเหลือล่าสุด 700 คน (หายไป 400 คน)กระทั่งเซอร์ อเล็กซ์ ยังโดนตัดเงิน £2 ล้าน/ปีคอสต์ ค่าใช้จ่ายลดลง ต้นทุนลด รายได้มีอยู่แล้วกำไรจึงมา….คิดง่ายๆความจริงแมนยูไนเต็ด คือแบรนด์ ที่ทำเงินมาตลอดทั้งผู้สนับสนุน, ตั๋วชมเกม,สินค้าที่ระลึก, ลิขสิทธิ์……แต่ด้วยภาระหนี้ที่ บ้านเกลเซอร์ ก่อเอาไว้ตลอด 20 ปีส่วนสโมสรต้องแบกภาระหนี้นี้เอาไว้นั่นเองถึงจุดนี้แมนยูไนเต็ด ยังคงมีหนี้อยู่ £1,187 ล้านคิดเป็นเงินไทย 54,000 ล้านบาท (คูณ42บาท)แฟนบอลตั้งคำถามว่า… มันบริหารยังไงให้เป็นหนี้นี่คือสโมสที่มี "รายรับ" มากกว่าทุกทีมในโลกด้วยซ้ำโอเค….บีบีซี เขาสรุปไว้ปีก่อนนะครับหนี้แมนยูไนเต็ด ที่บ้านเกลเซอร์ก่อร่างสร้างหนี้ไว้1. เงินกู้จากกองทุนรวมที่มาซื้อสโมสร ต้น+ดอกเบี้ยจำนวน £815 ล้าน ตลอด 20 ปี2. เงินปันผลผู้ถือหุ้น £166 ล้าน3. ค่าบริหารและดำเนินการจ่ายให้ บ้านเกลเซอร์จำนวน £10 ล้าน4.เงินกู้จากสินเชื่อสถาบันการเงิน£197 ล้าน (กู้มาซื้อนักบอลนั่นแหละ)อันนี้คือตัวเลขสิ้นสุด 2024 นะครับบีบีซี ประเมินว่าสิ้นปี 2025 ขยับไป £1,286 ล้านอย่างไรก็ตาม…ถ้าฤดูกาลหน้าพวกเขาไปชปล.รายรับจากถ้วยใหญ่ยักษ์จะเข้ามาเติมอีกบานตะเกียงถ้าดูจากการบริหารการเงินของเซอร์ จิม และ เบร์ราดามั่นใจได้ว่าการเงินของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด….จะดีขี้นกว่าที่เป็นอยู่ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้จะบอกว่า…ผลฟุตบอล ต้องเป็นใจภายใต้การทำงานของ โค้ชรักษาการ คาร์ริคมันมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าเดิมผลบอลได้…การเงินจะดีตามนี่อาจจะเป็นการต่อสู้เพื่อปากท้องคาร์ริค กับ DNA ที่พร้อมช่วยสโมสรทั้งในและนอกสนามยังบอกอะไรมากไม่ได้ แต่ดูเหมือนทิศทางเริ่มแจ่มใสพื้นที่ชปล ในทัศนะของผม ไม่ใช่แค่แย่งที่4 หรือ5"ปีศาจแดง" มีโอกาสจบซีซั่นในอันดับ3ผมเชื่อว่าไปถึงจุดนั้นได้ครับ#JACKIE
ปลดหนี้แมนยูไนเต็ด เซอร์จิมทำกำไร
by
Tags: