GCAP GOLD ชี้ สงครามพ่นพิษเขย่าโลกการเงินพลิกเกมดอกเบี้ย เสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง – กดดันเฟด แนะพิจารณาแบ่งขายทำกำไรที่บริเวณ 78,000–78,500 บาทนางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกเผชิญกับภาวะความไม่แน่นอนในระดับสูง โดยในสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางหลักทั่วโลก เตรียมประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเนื่องจากตลาดกำลังเกิดความกังวลอย่างหนักต่อโอกาสการเกิดภาวะ Inflation Shock ระลอกใหม่ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไร้ข้อยุตินอกจากนี้ ตลาดการเงินเริ่มปรับเปลี่ยนท่าที โดยการลดคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารกลางหลายแห่งลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีกำหนดการประชุมในวันที่ 17–18 มีนาคม 2569 นี้ ซึ่งนับเป็นการพลิกความคาดหมายจากเดิมที่ตลาด เคยตั้งความหวังถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและความไม่แน่นอนจากสงครามทำให้แนวโน้มดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์จาก Bloomberg Economics ประเมินว่า ทิศทางเศรษฐกิจหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของความขัดแย้ง โดยหากสงครามยุติลงได้โดยเร็ว จะส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อมีโอกาสชะลอตัวลง ซึ่งอาจเปิดทางให้เฟดสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวมได้ประมาณ 100 basis points ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อและราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง เฟดอาจจำเป็นต้องชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงินออกไป ซึ่งจะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและเสถียรภาพของตลาดการเงินโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับทิศทางในตลาดทองคำ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน นักลงทุนมักเข้าถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความกังวลเงินเฟ้อ ซึ่งอาจจำกัดการปรับขึ้นของราคา ทำให้ตลาดทองคำยังคงผันผวนสูงในช่วงนี้กลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าราคาทองคำยังอยู่ในช่วงพักฐาน จึงแนะนำให้นักลงทุนจับตาแนวรับสำคัญที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ อย่างใกล้ชิด หากราคาสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าว ได้ จะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบพักฐานระหว่าง 5,000– 5,200 ดอลลาร์ แต่หากราคามีการหลุดกรอบจะมีโอกาสลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,925 และ 4,860 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่คาดว่าจะมีแรงซื้อคืนกลับเข้ามา ในตลาดอีกครั้ง สำหรับตลาดทองคำในประเทศไทย แม้ราคาทองคำโลกจะถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ แต่การอ่อนค่าของเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศ ส่งผลให้การปรับตัวลงเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเปิดจังหวะให้นักลงทุนสามารถทยอยสะสมได้ในช่วงที่ราคาอ่อนตัว โดยประเมินจุดสะสมทองคำไทยไว้ที่บริเวณ 75,500–76,200 บาท และพิจารณาแบ่งขายทำกำไรที่บริเวณ 78,000–78,500 บาทข่าวที่เกี่ยวข้องวิจัยกรุงศรี มอง ความตึงเครียดตะวันออกกลาง "สั่นคลอนเศรษฐกิจ" วิกฤตพลังงาน ซ้ำเติม อสังหาฯไทย! กำลังซื้อหด-ต้นทุนก่อสร้างเพิ่ม อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามพ่นพิษเขย่าโลกการเงิน แนะแบ่งขายทำกำไรทอง 78,000–78,500 บาทติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
สงครามพ่นพิษเขย่าโลกการเงิน แนะแบ่งขายทำกำไรทอง 78,000–78,500 บาท
by
Tags: