UCL สลายมโน ทีมอังกฤษดีที่สุดในยุโรป?

จาก 5 เหลือเพียง 2 ทีม จาก ในโลกฟุตบอล มีคำกล่าวล้อเลียนว่า "คุณต้องหาเงินก่อน เมื่อได้เงินคุณจะมีอำนาจ และเมื่อมีอำนาจคุณจะได้ถ้วยรางวัล" (ซึ่งก็ไม่รู้ได้ว่ามาจากใครเป็นผู้กล่าววลีนี้เป็นครั้งแรก) แต่สำหรับทีมจาก พรีเมียร์ลีก แม้จะมีเงินมหาศาลและมีอำนาจล้นมือในตลาดซื้อขายนักเตะ แต่คำว่า "มหาอำนาจยุโรป" ยังคงเป็นเรื่องที่ผู้คนต้องถกเถียงกันอย่างหนัก หลังจากรอบน็อคเอาท์ 16 ทีม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26ก่อนเริ่มรอบน็อคเอาท์ ทีมจากอังกฤษ 5 ทีม อาร์เซน่อล ลิเวอร์พูล เชลซี นิวคาสเซิ่ล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ ทำให้คาดกันว่า ในรอบรองชนะเลิศอาจได้เห็น 3 ใน 4 ทีมมาจากแดนผู้ดี เพราะ 4 ใน 5 ทีมนี้ มาจากท็อป 8 ของรอบ ลีกเฟส มีก็แค่ นิวคาสเซิ่ล ที่ต้องเหนื่อยเล่น เพลย์ออฟแต่แล้วทีมจาก พรีเมียร์ลีก ก็ต้องเจอบทเรียนอันเจ็บปวด ทีมจากอังกฤษทำสถิติแพ้ยับเยินด้วยสกอร์รวม (Aggregate) 16-6 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก (6 นัดที่ลงแข่งไม่มีชัยชนะเลย) ทั้งความพ่ายแพ้ที่ห่างเกินคาดของแมนฯ ซิตี้ ต่อเรอัล มาดริด หรือ เชลซี ที่อาจจะจับสลากมาเจอของแข็งอย่างแชมป์สมัยล่าสุด ปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือ อาร์เซนอล ที่รักษาตัวเสมอ เลเวอร์คูเซ่น ภาพที่เห็นชัดคือเหล่านักเตะดูเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ จนนำไปสู่ความผิดพลาดส่วนตัวและการเสียประตูต่อเนื่องในเวลาอันสั้นคำถามที่ผุดขึ้นเมื่อ 5 ทีม เหลือรอดเพียง 2 คือ อาร์เซน่อล ที่อาจไม่ได้เป็นเต็งหนึ่งในรายการนี้แล้ว ลิเวอร์พูล ที่โดนค่อนขาดว่า ต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากแชมป์ลีกมาเป็นแชมป์ยุโรป และเหตุผลมากมายก็มีคำตอบที่ต้องขบคิดความเหนื่อยล้าสะสมพรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่เล่นเกมเร็วและเกมหนักที่สุดในโลก นักเตะต้องใช้พละกำลังมหาศาลในทุกนัด เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายฤดูกาลร่างกายและจิตใจจึงถึงจุดที่ร่างกายแบกรับไม่ไหว และเดือนมีนาคม ก็ผ่านมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ของซีซั่นที่เปิดมายาวนานตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีก่อน ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในการเล่นเกมรับ เชลซี ขาดนักเตะคนสำคัญในแนวรับ ส่วน แมนฯ ซิตี้ บุกแลกแบบไม่มีอะไรต้องเสีย ซึ่งแผนของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็เหมือนหมองู ตายเพราะงู เมื่อเจอทีมที่เฉียบขาดแบบ เรอัล มาดริดปฏิทินการแข่งขันอันหนาแน่นทีมใหญ่จากอังกฤษต้องกรำศึกหนัก เพียงแค่ฟุตบอลถ้วยในประเทศก็มีมากกว่าลีกอื่นแล้ว และยิ่งเป็นท็อป 5 ในยุโรป อัตราการเรียกตัวไปติดทีมชาติจึงยิ่งมีมาก ช่วงพักเบรก ฟีฟ่าเดย์ นักเตะจึงไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริงและไม่มีตัวช่วยจากความเข้มงวดของ พรีเมียร์ลีก เอง ที่อยากให้เกมเดินต่อไปเพื่อค่าลิขสิทธิ์ขณะที่ LFP (ฝรั่งเศส) ยอมเลื่อนแมตช์ให้ปารีสแซงต์แชร์กแมง ได้พักเพื่อเตรียมแข่งถ้วยยุโรป หรือ บุนเดสลีกา เลื่อนแมตช์ของบาเยิร์นมาแข่งคืนวันศุกร์เพื่อให้มีเวลาพักเพิ่ม 24 ชั่วโมงขณะที่ แมนฯ ซิตี้ กและ นิวคาสเซิล ยังต้องซัดกันหนักใน เอฟเอคัพ คืนวันเสาร์ ก่อนจะไปแข่งบอลยุโรปกลางสัปดาห์ ซึ่งโชคไม่ดีเล็กน้อย เพราะสองทีมดังดันต้องมาหวดกันเอง จึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมใคร ยังไม่นับเรื่องพักเบรกวันคริสต์มาสและปีใหม่ แม้จะมีเบรกฤดูหนาวให้สลับกันพักโดยเกมลีก และบอลถ้วยยังต้องแข่งขันกัน เหมือนสลับโปรแกรม เพื่อไม่ให้การถ่ายทอดสดเว้นว่างเท่านั้นมาตรฐานสูงในเกมลีก และการเติบโตของทีมขนาดกลางความเข้มข้นของลีกอังกฤษสูงมาก แม้แต่ทีมท้ายตารางอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน ยังสามารถตัดแต้มทีมลุ้นแชมป์อย่าง อาร์เซนอล หรือ ลิเวอร์พูล ได้ ความกดดันที่ต้องชนะทุกนัดในลีกทำให้ทีมไม่สามารถออมแรงไว้ใช้ในเวทียุโรปได้เลย ซึ่งต่างจากยักษ์ใหญ่ในลีกอื่นที่พอจะประเมินได้ว่า เกมล้มยักษ์มีไม่มาก และสถานการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละลีก ทำให้ พรีเมียร์ลีก ยิ่งยากขึ้นไปอีกสภาพจิตใจในเกมเยือนนักเตะพรีเมียร์ลีกมักจะเล่นไม่ออกเมื่อต้องออกไปเยือนในยุโรป มิเกล อาร์เตต้า เคยยอมรับว่าการเล่นในระดับนี้โดยเฉพาะการเป็นทีมเยือนนั้นยากลำบากมาก และความกดดันจากเกมลีกในประเทศที่ต้องเจอทีมอย่างเอฟเวอร์ตันหรือเวสต์แฮมต่อทันที ทำให้การสมาธิกับเกมยุโรปทำได้ไม่เต็มร้อย ส่วนเรื่องที่ อาร์เตต้า ไม่ได้กล่าว แต่เหล่าแฟนฟุตบอลน่าจะเข้าใจตรงกันว่า เมื่อกฎประตูทีมเยือนหายไป การกอบโกยในบ้าน เพื่อไปตั้งรับอย่างสุดง่วงเมื่อไปเยือน ก็ไม่เกิดขึ้นหากดูสถิติย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา คำกล่าวว่า อังกฤษเป็นจ้าวยุโณปก็อาจไม่ถูกต้องนัก เมื่อทีมจากอังกฤษเป็นแชมป์ 2 ครั้ง (เชลซี, แมนฯ ซิตี้) เท่ากับสเปน (เรอัล มาดริด 2 ครั้ง)ส่วนถ้วยรอง ยูโรปาลีก ทีมจากอังกฤษ 1 ครั้ง (สเปอร์ส) ขณะที่สเปน เซบีย่า และ บียาร์เรอัล นับเป็น 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุด ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ชิงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้รู้สึกว่า ทีมจากอังกฤษก็ยังไปได้ดี แต่อย่าลืมว่า สเปอร์ส จบฤดูกาลอย่างไรเทียบกับยุคทองของสเปน ตั้งแต่ปี 2014 อันรุ่งเรืองถึงปี 2018 ทีมจากสเปนกวาดแชมป์ไปถึง 9 จาก 10 ครั้ง (5 แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 ยูโรปา ลีก) ซึ่งพรีเมียร์ลีกคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะไปถึงตรงนั้น หากยังมองว่าธุรกิจ การขายลิขสิทธิ์ ยังมาเป็นที่หนึ่ง ความคิดเรื่องการเป็นลีกที่ดีที่สุด ก็ยังไปได้ไม่สุดอยู่ดีข่าวที่เกี่ยวข้องศุภนันท์ หวังช่วยทีมชาติไทย ชนะ เติร์กเมนิสถาน ล่าตั๋วเอเชียน คัพยูเวนตุส เดินหน้าทาบทาม เรเตกี ดาวซัลโวกัลโช่ฯประวัติ กุสตาฟ อิซัคเซน ปีกดาวเด่นของ ลาซิโอเสกสรรค์ หวังช่วยทีมชาติไทย เข้ารอบสุดท้ายเอเชียน คัพเอ็ดดี้ ฮาว ไม่รู้จะอธิบายยังไง หลังพ่าย บาร์ซ่า ตกรอบ!


Posted

in

by

Tags: