21 มีนาคม 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ จากสหรัฐอเมริกา ประเมินสถานการณ์สงครามระหว่าง สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จากมุมมองฝั่งอเมริกัน อย่างน่าสนใจ ดังนี้1. สถานการณ์สงครามอาจารย์กฤษฎา บอกว่า แม้สหรัฐฯ จะถอนตัว หรือประกาศชัยชนะ แล้วชิงถอนตัวในเร็วๆ นี้ตามการคาดการณ์ของหลายฝ่าย แต่เชื่อได้เลยว่าการสู้รบจะไม่จบลงอาจารย์ขยายความว่า สหรัฐฯ และทรัมป์มีแรงกดดันทางการเมืองภายในอย่างหนัก ทำให้ทรัมป์อาจต้องถอนตัวหรือลดบทบาทของสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่านอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าสงครามจะหยุดลง สาเหตุเป็นเพราะคู่ขัดแย้งหลักไม่ยอมเลิก กล่าวคืออิสราเอล มองว่าเป็น "โอกาสทอง" ในการทำลายอิหร่านให้ยับเยินที่สุด และกำลังขยายวงไปถล่มภาคใต้ของเลบานอนฝั่งอิหร่าน ประกาศว่านี่คือ "สงครามครั้งสุดท้าย" และตั้งใจจะทำให้โลกต้อง "เจ็บปวด" ทางเศรษฐกิจเพื่อความอยู่รอดของระบอบตนเองอาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ จากสหรัฐอเมริกา2. การประเมินระยะเวลาของสงครามอาจารย์กฤษฎา ให้ข้อมูลว่า นักวิเคราะห์และธนาคารยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีทประเมินว่า สถานการณ์จะยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปี เป็นอย่างน้อย3. วิกฤตพลังงานโลกมีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงขึ้นไปถึง 140 – 160 เหรียญต่อบาร์เรลการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะดำเนินต่อไป เพราะอิหร่านใช้การควบคุมเส้นทางขนส่งน้ำมันเป็นอำนาจต่อรองสูงสุด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลกอย่างรุนแรงเศรษฐกิจไทยเสี่ยงพังยิ่งกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทย อาจารย์กฤษฎา มองเอาไว้หลายมุม กล่าวคือภาพรวมของเศรษฐกิจ วิกฤตครั้งนี้จะหนักกว่าปี 2551 ซึ่งมี “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” หรือ วิกฤตซับไพรม์ เพราะไทยมีหนี้สาธารณะสูงถึง 65% จากเดิมอยู่ที่ 30-40% และค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าไปถึง 36-37 บาทต่อดอลลาร์จากโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจไทยตอนนี้ จะทำให้ต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูง โดยเฉพาะไทยนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง 50% เมื่อเกิดปัญหาต้องไปซื้อจากแหล่งอื่นที่ไกลกว่า ทำให้ค่าขนส่งและราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นมากเตือนรัฐบาลภูมิใจไทย อย่าแค่ขายผ้าเอาหน้ารอดอาจารย์มีข้อเสนอต่อรัฐบาลคุณอนุทิน ดังนี้1.รัฐบาลไม่ควรแก้แค่ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการ "จับไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน" แต่ต้องปรับปรุง โครงสร้างพลังงาน ด้วยการสร้างคลังน้ำมันสำรองของรัฐ เพราะรัฐบาลต้องเป็นเจ้าของและควบคุมคลังน้ำมันสำเร็จรูป 100% ไม่ใช่ให้เอกชนคุมทั้งหมดเหมือนปัจจุบันใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบสต็อกน้ำมัน ซึ่งเป็นโมเดลของอินโดนีเซีย ที่ใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบปริมาณน้ำมันในทุกปั๊มแบบ Real- time เพื่อป้องกันการขาดแคลนและการหลอกลวงนอกจากนั้นควรใช้แนวทางของมาเลเซีย ในการจัดลำดับว่าอุตสาหกรรมใดจำเป็นต้องได้รับน้ำมันก่อนหากเกิดการขาดแคลน แทนที่จะอุดหนุนแบบเหมาเข่งซึ่งใช้งบประมาณสูงมากส่วนระยะกลางและระยะยาว เร่งเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียน โดยต้องเปลี่ยนทัศนคติของทุกฝ่ายว่า พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็น "ความอยู่รอดทางความมั่นคง" ที่ต้องทำทันทีเพื่อลดการพึ่งพาฟอสซิลพร้อมย้ำว่าวิกฤตครั้งนี้ร้ายแรงกว่าที่คิด และไทยต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเร่งด่วนที่สุด
รออ่วมได้เลย! – “ทรัมป์” อาจจบ แต่สงครามยื้อต่อถึงสิ้นปี!
by
Tags: